รีวิว HITORI SHABU ICONSIAM ชาบู (หม้อส่วนตัว) ร้านดีที่หลบมุม เนื้อ Wagyu ดี ซุปอร่อย และอย่าเพิ่งยกหม้อก่อนทำข้าวต้ม!
เดิน ICONSIAM มาหลายรอบ… ผมว่าร้านนี้แอบหลบมุมอยู่เหมือนกันครับ ถ้าไม่ได้ตั้งใจเดินหา อาจไม่ได้สะดุดตาเท่าร้านที่อยู่ตรงทางเดินหลัก แต่พอได้ลอง HITORI SHABU สาขา ICONSIAM จริงๆ ผมว่าเป็นร้านประเภท… ทำเลอาจหลบไปหน่อย แต่อาหารดีนะ โดยเฉพาะถ้าเป็นสายเนื้อ รอบนี้ผมลองทั้ง Kuroge Wagyu Set 595 บาท ที่เนื้อแดงเยอะกว่า ไขมันไม่หนัก และ Zabuton A5 Set 990 บาท ที่ไปอีกทางเลย ทั้งนุ่มและ Marbling จัดเต็ม
แต่สิ่งที่ผมชอบไม่แพ้เนื้อกลับเป็น… Hitori Soup หวาน กลมกล่อม หอมงา ยิ่งลวก Wagyu กับผักไปเรื่อย ๆ น้ำซุปยิ่งอร่อยขึ้น แล้วสำคัญมาก… เนื้อหมดแล้ว (ส่วนตัวผมชอบเหลือหอมญี่ปุ่น เนื้อไว้หน่อย) อย่าเพิ่งให้ยกหม้อครับ เพราะน้ำซุปที่ผ่านทั้ง Wagyu และผักมาทั้งมื้อ เอามาทำข้าวต้มตอนท้าย… อันนี้ผมชอบมาก ห้าๆๆๆๆๆ
ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น สบายๆ อบอุ่น
HITORI แปลว่า “คนเดียว” แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมากินคนเดียว
ชื่อร้าน HITORI (ひとり / 一人) ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงประมาณว่า “หนึ่งคน” หรือ “คนเดียว” แต่ Concept ไม่ได้หมายความว่าร้านนี้สร้างมาให้คนโสดเท่านั้นนะครับ ห้าๆๆๆๆๆ จุดเด่นจริงๆ คือ ทุกคนมีหม้อของตัวเอง มากัน 2 คน ก็ 2 หม้อ มากัน 4 คน ก็เลือกกินในแบบของตัวเองได้ อยากกินเนื้อแบบไหน อยากเลือกน้ำซุปอะไร อยากลวกเนื้อสุกแค่ไหน ไม่ต้องแชร์หม้อกับใคร อันนี้ผมชอบนะ โดยเฉพาะเวลาเป็นเนื้อดีๆ อย่าง Wagyu บางคนชอบแกว่งในน้ำซุปไม่กี่วินาทีแล้วกินเลย บางคนต้องสุกกว่านั้นถึงจะสบายใจ หม้อใครหม้อมันครับ ไม่มีใครเอา A5 ของเราไปต้มจนสุกแข็งโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้าๆๆๆๆๆ
Concept เริ่มจากร้านชาบูเล็กๆ ในหมู่บ้านญี่ปุ่น
จุดเริ่มต้นของ Concept เกิดจากความต้องการพาคนกินเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของ ร้านชาบูเล็กๆ ในหมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นร้านที่ให้เราได้ใช้เวลากับอาหารตรงหน้าอย่างเต็มที่ ค่อยๆ ลวกเนื้อ กินผัก ซดน้ำซุป และมีประสบการณ์กับหม้อของตัวเอง พอเอาแนวคิดนี้มารวมกับ Wagyu และวัตถุดิบที่ MAGURO Group ถนัดอยู่แล้ว เลยกลายมาเป็น HITORI SHABU อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ครับ
Shabu-Shabu จริงๆ มีที่มายังไง?
มีข้อสันนิษฐานว่ารากของการลวกเนื้อในหม้อมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารในจีนและมองโกเลีย ช่วงปี 1939–1945 Shoya Yoshida ชาวญี่ปุ่นที่มีโอกาสลองอาหารหม้อลวกเนื้อในประเทศจีน เมื่อกลับญี่ปุ่นในปี 1946 จึงมีการปรับรสชาติให้เหมาะกับคนญี่ปุ่น ก่อนที่ในปี 1952 ร้านอาหาร Suehiro ที่โอซาก้า จะนำชื่อ “Shabu Shabu” มาใช้ ชื่อดังกล่าวเชื่อมโยงกับเสียงและลักษณะการแกว่งเนื้อไปมาในน้ำซุปร้อนๆ จากนั้นช่วงประมาณปี 1955 เป็นต้นมา Shabu-Shabu จึงค่อยๆ แพร่จากโอซาก้าไปโตเกียวและทั่วประเทศญี่ปุ่น
รอบนี้ผมเลือก Hitori Soup
มาถึงสิ่งที่ผมชอบมากของมื้อนี้ Hitori Soup เป็นน้ำซุปสูตรเฉพาะของร้าน รสชาติจะออก หวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมของงา เหมาะกับเนื้อที่มีมันแทรกสูง เพราะช่วยให้รสชาติโดยรวม Balance ขึ้น ส่วนตัวผม… ชอบครับ น้ำซุปมีรสในตัวเอง แต่ไม่ได้หนักจนกลบรสเนื้อ ลวกเนื้อแล้วกินเปล่าๆ ก็ได้ หรือจะกินคู่กับน้ำจิ้มก็ได้อีกแบบ แต่ความสนุกของ Hitori Soup สำหรับผมไม่ได้อยู่แค่ตอนเริ่มมื้อครับ
เพราะยิ่งกิน… น้ำซุปยิ่งเปลี่ยน
ถ้าสั่งเป็นเซ็ทจะมี ของกินเล่น ชุดผัก ข้าว และ ขนม
หอยเป๋าฮื้อ อร่อยมาก เสียดายมาแค่ครึ่งตัว อยากกินอีก
ถ้าเป็นชาบู จะได้น้ำจิ้มงา และพอนสึ พอนสึจิ้มเนื้อคือดีย์
ยิ่งลวก Wagyu + ผัก น้ำซุปยิ่งอร่อย
ตอนเริ่มต้น Hitori Soup จะมีความหวานและกลิ่นงาเป็นหลัก แต่พอเริ่มลวกเนื้อ… ไขมันจาก Wagyu ค่อยๆ ลงไปอยู่ในน้ำซุป ตามด้วยผัก ความหวานจากผัก รสจากเนื้อ และ Umami ต่างๆ ค่อยๆ สะสมอยู่ในหม้อ น้ำซุปช่วงท้ายเลยมี Character ต่างจากตอนเริ่มมื้อพอสมควร เพราะฉะนั้น… อย่าเพิ่งซดหมดครับ เดี๋ยวตอนท้ายมีต่อ ห้าๆๆๆๆๆ
Kuroge Wagyu Set — 595 บาท
มาเรื่องเนื้อกันบ้างครับ ตัวแรกที่ผมสั่งคือ Kuroge Wagyu Set ราคา 595 บาท Australian Wagyu ส่วนสะโพกส่วนนอก Character จะเน้นเนื้อแดงมากกว่าไขมัน Marbling อยู่ที่ Lv.2 ตัวนี้ไม่ได้มาแนวไขมันละลายเต็มปาก แต่เน้น Texture ของเนื้อให้เคี้ยว มีไขมันแทรกพอให้เนื้อนุ่ม แต่ไม่ได้มันมาก ผมว่าคนที่อยากกิน Wagyu แต่ไม่ชอบเนื้อที่ไขมันเยอะเกินไป ตัวนี้น่าสนใจครับ และราคาชุดละ 595 บาท ถือว่าเป็นตัวเริ่มต้นที่ค่อนข้างเข้าถึงง่าย
ถ้าอยากเพิ่มเนื้ออีก 40 กรัม +65 บาท
Zabuton A5 Set — 990 บาท
อีกจานเปลี่ยน Character ไปเลยครับ Zabuton A5 Set ราคา 990 บาท Zabuton เป็นเนื้อบริเวณสันคอส่วนบน คำว่า Zabuton จุดเด่นคือไขมันแทรกเยอะมาก ในเมนู HITORI ให้ Marbling ถึง Lv.5 มองด้วยตาก็เห็นแล้วครับ ลายไขมันกระจายทั่วชิ้น เวลาลวก… ตัวนี้อย่าทิ้งไว้นาน แกว่งในน้ำซุปร้อนๆ ให้ไขมันเริ่มละลายและเนื้อเปลี่ยนสี แล้วกินเลย Texture จะนุ่มกว่าตัว Kuroge Wagyu ชัดเจน มีความมัน ฉ่ำ และความหวานจากไขมัน Wagyu มากขึ้น
ถ้าอยากเพิ่มอีก 40 กรัม +139 บาท
Marbling เยอะกว่า = อร่อยกว่าเสมอไหม?
ผมว่าการสั่งสองตัวนี้มาพร้อมกันสนุกตรงนี้ครับ เพราะได้ลอง
Kuroge Wagyu — Marbling Lv.2 เทียบกับ Zabuton A5 — Marbling Lv.5
สองตัวไม่ได้มีแค่เรื่อง “ตัวไหนแพงกว่า” แต่มันอร่อยคนละแบบ Kuroge ได้ความเป็นเนื้อแดงมากกว่า มี Texture กินต่อได้เรื่อยๆ ส่วน Zabuton A5 จะนุ่ม มัน และ Rich กว่าชัดเจน ถ้าเป็นคนชอบเนื้อแดง… อาจไม่ได้รู้สึกว่า A5 ชนะขาดก็ได้ ในทางกลับกัน ถ้าเป็นสาย Wagyu ที่ชอบความนุ่มและไขมันละลายในปาก Zabuton น่าจะถูกใจมากกว่า ผมว่ากินเนื้อสนุกตรงนี้ครับ แพงกว่า ไม่ได้แปลว่าเราต้องชอบมากกว่าเสมอไป เลือก Character ที่ตัวเองชอบดีกว่า
ข้าวก็เลือกมาจริงจัง — Yumepirika จาก Hokkaido
อีก Detail ที่ผมเพิ่งรู้จากเมนูคือ ข้าวที่ HITORI ใช้คือ Yumepirika Rice จาก Hokkaido ข้าวสายพันธุ์พิเศษที่ได้รับการจัดอันดับ Special A ในการประเมินรสชาติข้าวของญี่ปุ่น Yumepirika เป็นข้าวที่เด่นเรื่องความนุ่ม มีความเหนียวหนึบ และความหวานของตัวข้าว กินกับ Wagyu อยู่แล้วก็เข้ากันครับ
แต่สำหรับผม… หน้าที่สำคัญของข้าวยังไม่จบตรงนี้ ห้าๆๆๆๆๆ
เนื้อหมดแล้ว… อย่าเพิ่งให้ยกหม้อ!
มาถึง Part ที่ผมชอบที่สุดอีกอย่างของมื้อนี้ หลังจากกิน Wagyu ลวกผัก ซดน้ำซุป จนเนื้อหมดแล้ว… (ส่วนตัวผมจะเหลือไว้หน่อย พร้อมต้นหอมญี่ปุ่น) อย่าเพิ่งให้พนักงานยกหม้อครับ เพราะ Hitori Soup ตอนนี้ผ่านมาทั้งมื้อแล้ว มีทั้ง รสหวานของน้ำซุปเดิม กลิ่นงา ความหวานจากผัก Umami จากเนื้อ แล้วก็ไขมัน Wagyu ที่ละลายลงไปทีละนิด เอาน้ำซุปนี้มาทำ ข้าวต้มตอนท้าย
อันนี้… ผมชอบมาก
ข้าวต้มหม้อสุดท้าย อร่อยไม่แพ้เนื้อ
เอาข้าวลงไปใน Hitori Soup ที่เหลืออยู่ แล้วค่อยๆ ต้มให้น้ำซุปซึมเข้าเม็ดข้าว จากซุปที่ใช้ลวกเนื้ออยู่เมื่อกี้… กลายเป็นอาหารอีกหนึ่งจาน รสชาติก็ไม่เหมือนน้ำซุปตอนเริ่มมื้อแล้วด้วย เพราะทุกอย่างที่เรากินไปก่อนหน้าได้ทิ้งรสชาติไว้ในหม้อหมดแล้ว สำหรับผมมันเป็นการปิดมื้อที่ดีมากครับ หลังจากกิน A5 ที่ค่อนข้างมัน แทนที่จะสั่งอะไรหนักๆ เพิ่ม ได้ข้าวต้มร้อนๆ นุ่มๆ มาปิดท้าย กำลังดีเลย ดังนั้นถ้ามากิน HITORI แล้วเลือก Hitori Soup ผมแนะนำว่า… เหลือน้ำซุปไว้ครับ อย่าเพิ่งซดเพลินจนหมด ห้าๆๆๆๆๆ
ข้าวต้นปิดมื้อคือ The Best ข้าวต้มเนื้อ ต้นหอมญี่ปุ่น ต้องลอง
แล้ว Sukiyaki ของ HITORI เป็นแบบ Kansai Style
รอบนี้ผมกิน Shabu เป็นหลัก แต่ในเมนูมีอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ Kansai Style Sukiyaki สุกี้ยากี้ญี่ปุ่นหลักๆ มักพูดถึง 2 Style Kanto Style จะใช้ Warishita หรือน้ำปรุงเป็นฐาน แล้วค่อยต้มเนื้อและวัตถุดิบ ส่วน Kansai Style จะเริ่มจากเนื้อก่อน แล้วค่อยปรุงด้วยน้ำตาล โชยุ สาเก และเครื่องปรุงต่างๆ HITORI ระบุว่าใช้แนว Kansai Style เน้นการผัดเนื้อกับเหล้าญี่ปุ่น น้ำตาล Chuzarato โชยุและสาเก แล้วนำเนื้อไปจิ้มไข่ดิบก่อนกิน
ถ้ากลับไปรอบหน้า… อันนี้ผมว่าน่าลองเหมือนกันครับ
HITORI SHABU ICONSIAM ร้านดีที่แอบหลบมุม
กลับมาเรื่อง Location กันหน่อย HITORI SHABU สาขานี้อยู่ที่ ICONSIAM ชั้น 4 โซน ICON EATS ส่วนตัวผมรู้สึกว่าตำแหน่งร้าน แอบหลบอยู่ในมุมไปนิด ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เดินผ่านแล้วเห็นเด่นมากจากทางเดินหลัก ถ้าเดินทางซ้ายเวียนขวาพอเห็น แต่ถ้าขวาวันไปทางซ้ายต้องหลันหลังกลับกันนิดนึง แต่ความอร่อย ทำให้หาได้ไม่ยาก ^^
พอเข้าไปแล้ว ผมว่าร้านค่อนข้างสงบกว่าบริเวณทางเดินหลักของห้างด้วย เหมาะกับการนั่งกิน Shabu แบบค่อยๆ ลวกเนื้อไปเรื่อยๆ ดังนั้นผมเลยเรียกมันว่า “ร้านดีที่หลบมุม” มากกว่า “ร้านลับ” เพราะ HITORI ไม่ได้ลับครับ แบรนด์ใหญ่เลย แค่สาขานี้… ตำแหน่งแอบซ่อนตัวเก่งไปหน่อย ห้าๆๆๆๆๆ
HITORI SHABU ICONSIAM อยู่ตรงไหน?
- ICONSIAM ชั้น 4 โซน ICON EATS ห้อง 401/2
- 299 ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
- 063-615-4252
- เดินทางง่ายที่สุดด้วย BTS สายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร มีทางเชื่อมเข้า ICONSIAM
- สามารถจอดรถภายใน ICONSIAM ได้
สรุป รีวิว HITORI SHABU ICONSIAM
ถ้ามองจากด้านนอก HITORI อาจดูเหมือนร้านชาบู Wagyu Premium อีกหนึ่งร้าน แต่พอกินจริง… ผมว่ามันมีรายละเอียดที่ทำให้ต่างอยู่หลายอย่างครับ อย่างแรกคือ หม้อส่วนตัว ผมชอบมาก ไม่ต้องประนีประนอมเรื่องความสุกของเนื้อกับใคร อยากลวกแค่ไหน หม้อเรา จัดเลย อย่างที่สองคือ เนื้อ รอบนี้ผมได้ลองสอง Character ที่ต่างกันชัดเจน
- Kuroge Wagyu Set 595 บาท เหมาะกับคนที่ชอบเนื้อแดง ไขมันไม่หนัก และยังมี Texture ให้เคี้ยว
- Zabuton A5 Set 990 บาท ไปอีกทางเลย Marbling Lv.5 นุ่ม มัน ฉ่ำ เหมาะกับคนชอบ Feeling แบบ Wagyu A5 ชัดๆ ละลายในปาก
แต่สิ่งที่ผมชอบไม่แพ้เนื้อกลับเป็น Hitori Soup หวาน กลมกล่อม หอมงา แล้วที่สำคัญคือยิ่งกิน… ยิ่งอร่อย เพราะระหว่างมื้อ ทั้งรสจาก Wagyu ไขมันเล็กๆ จากเนื้อ และความหวานจากผัก ค่อยๆ ลงไปรวมอยู่ในน้ำซุป จนตอนท้าย Character ของซุปเปลี่ยนไปจากตอนเริ่มมื้อพอสมควร แล้วนี่แหละครับ… เหตุผลที่ผมบอกว่าอย่าเพิ่งให้ยกหม้อ ห้าๆๆๆๆๆ เพราะเอาน้ำซุปที่เหลือมาทำ ข้าวต้มตอนท้าย
อันนี้สำหรับผมคือ Highlight อีกอย่างของมื้อเลย ข้าวนุ่มๆ ดูดน้ำซุปที่ผ่านทั้ง Wagyu และผักมาทั้งมื้อ กินร้อนๆ หลังจากจัด A5 มาแล้ว มันช่วยปิดมื้อได้ดีมาก บางทีผมรู้สึกว่า… ข้าวต้มหม้อสุดท้ายอร่อยไม่แพ้เนื้อเลยครับ ห้าๆๆๆๆๆ
อีกอย่างที่ผมเพิ่งรู้คือข้าวของร้านใช้ Yumepirika จาก Hokkaido ซึ่งร้านระบุว่าเป็นข้าวที่ได้ระดับ Special A พอเอาข้าวแบบนี้มาทำข้าวต้มต่อกับ Hitori Soup ก็ยิ่งเข้ากันครับ
ถ้าถามว่า HITORI SHABU ICONSIAM เหมาะกับใคร ผมว่าเหมาะกับคนที่ชอบชาบูแบบไม่วุ่นวาย อยากมีหม้อของตัวเอง อยากเลือกความสุกของเนื้อเอง และอยากลองเนื้อหลาย Character ตั้งแต่ Wagyu ที่เนื้อแดงเยอะหน่อย ไปจนถึง A5 ที่ไขมันจัดเต็ม ส่วนเรื่องทำเล… ผมยังยืนยันเหมือนตอนเปิดเรื่องครับว่า ร้านแอบหลบมุมไปหน่อย
ถ้าเดิน ICONSIAM แบบไม่ได้ตั้งใจหา อาจมีเดินผ่านได้ แต่ผมว่ามันเป็นร้านประเภท “ตำแหน่งอาจไม่เด่น แต่อาหารดีนะ” โดยเฉพาะถ้าเป็นสายเนื้อ และถ้าไปแล้วเลือก Hitori Soup จำไว้เลยครับ… เนื้อหมดแล้ว อย่าเพิ่งยกหม้อ เหลือน้ำซุปไว้ทำข้าวต้มก่อน แล้วค่อยกลับ ห้าๆๆๆๆๆ