Lake Tekapo 2 วัน 2 บรรยากาศ! คืนเดียวหิมะขาวทั้งเมือง ก่อน Road Trip ต่อ Christchurch
ใครว่ามา Lake Tekapo เดือนตุลาคม แล้วหมดโอกาสเจอหิมะ?
ทริปนี้ทำให้ผมเลิกเชื่อเรื่องอากาศ New Zealand ไปเลย วันที่ 2 ตุลาคม เรายังเดินเที่ยว Lake Tekapo กันตามปกติ อากาศหนาว ฟ้าครึ้ม มีลมบ้าง แต่พื้นยังเป็นสีเขียว ถนนแห้ง บ้านพักก็หน้าตาเหมือนบ้านธรรมดา ผ่านไปแค่คืนเดียว…
เช้าวันที่ 3 ตุลาคม
เปิดประตูบ้านออกมาแล้วแทบไม่เชื่อสายตา ทุกอย่างกลายเป็นสีขาว หลังคาบ้าน ต้นไม้ สนามหญ้า รถ ถนน รวมถึง Church of the Good Shepherd ที่เราเพิ่งไปถ่ายรูปเมื่อวันก่อน ถูกหิมะปกคลุมไปหมด Lake Tekapo ที่เราเที่ยวเมื่อวานกับ Lake Tekapo เช้าวันนี้… เหมือนคนละเมือง
ไม่น่าเชื่อว่า แค่คืนเดียวจากภาพด้านบนจะกลายเป็นภาพด้านล่าง
2 ตุลาคม — Lake Tekapo แบบที่เราคิดว่าจะได้เจอ
วันแรกที่มาถึง Lake Tekapo อากาศเย็นมาก แต่ยังไม่มีหิมะ รอบเมืองเป็นสีเขียวสลับน้ำตาลตามแบบต้นฤดู Spring ภูเขาไกล ๆ ยังมีหิมะหลงเหลือให้เห็น แต่บริเวณที่พักและตัวเมืองไม่มีอะไรบอกเลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เราใช้เวลาที่ Lake Tekapo ตามแผน ทั้งเดินริมทะเลสาบ ชม Church of the Good Shepherd และ Mackenzie Sheep Dog Memorial กลับเข้าที่พักตอนเย็นก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ
จนกระทั่งกลางดึก… ไฟดับ และพอไม่มีไฟ สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือ… หนาวมาก ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าข้างนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น
เช้าวันที่ 3 ตุลาคม — เปิดประตูมา หิมะเต็มเมือง!
เช้าวันต่อมา พอเปิดประตูออกจากบ้านเท่านั้นแหละ อ๋อ…เมื่อคืนเกิดเรื่องนี่เอง บ้านหลังเดิมที่เมื่อวานยังเห็นหลังคาสีเข้ม ตอนนี้กลายเป็นหลังคาสีขาว สนามหญ้าหายไปใต้หิมะ ต้นไม้ทุกต้นมีหิมะเกาะ รถที่จอดอยู่ริมถนนบางคันแทบกลายเป็นก้อนหิมะขนาดใหญ่ และหิมะยังตกลงมาเรื่อยๆ ความรู้สึกมันแปลกมาก เพราะเราไม่ได้เดินทางมา New Zealand ในช่วงกลาง Winter แต่เป็น ต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเข้าสู่ Spring แล้ว เมื่อคืนยังคิดว่าหนาวเฉยๆ
เช้ามา… Winter กลับมาเยี่ยมหนึ่งวัน
หิมะปกคลุมในเดือน ตค. แถมตกหนักมากๆ เปลี่ยนบรรยากาศในชั่วข้ามคืน
ยิ่งสาย หิมะยิ่งตกหนัก
ตุลาคม Lake Tekapo ยังมีหิมะตกได้จริงหรือ?
ได้ครับ New Zealand อยู่ซีกโลกใต้ ดังนั้นฤดูกาลจะตรงข้ามกับประเทศไทยและซีกโลกเหนือ โดยทั่วไป
September – November = Spring
ดังนั้นวันที่เราไปช่วงต้น October ถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ Lake Tekapo อยู่ในพื้นที่ Inland South Island ใกล้ Southern Alps สภาพอากาศจึงเปลี่ยนแปลงเร็วและมีความผันผวนสูง แม้จะเข้าสู่ Spring แล้ว ก็ยังสามารถเจอ Cold Outbreak / Cold Snap ซึ่งพาอากาศเย็นจัดและหิมะลงมายังพื้นที่ได้ NIWA หรือปัจจุบันคือ Earth Sciences New Zealand ระบุว่าพื้นที่ Inland South Island อย่าง Lake Tekapo มี Winter ที่หนาวจัดและมี Snowfall เป็นครั้งคราว ขณะที่ช่วง Spring ก็ยังสามารถเกิดช่วงอากาศเย็นผิดปกติได้
ดังนั้น… มาตุลาคม = มีโอกาสเจอหิมะ แต่
มาตุลาคม ≠ จะเจอหิมะแน่นอน ของเราเรียกว่าโชคดีเจอจังหวะพอดีมากกว่า
Church of the Good Shepherd เมื่อวานกับวันนี้
จุดที่เห็นความแตกต่างชัดที่สุดคือ Church of the Good Shepherd เมื่อวานเรายังถ่ายรูปโบสถ์ท่ามกลางพื้นหญ้าสีน้ำตาลทองและภูเขา เช้าวันต่อมา… พื้นรอบโบสถ์กลายเป็นสีขาว หญ้า Tussock มีหิมะเกาะอยู่ตามปลายใบ ทางเดินและเนินรอบ ๆ ถูกคลุมด้วย Snow โบสถ์หินหลังเดิม แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปทั้งหมด ถ้าเอารูป 2 October vs 3 October มาวางคู่กัน ผมว่าแทบไม่ต้องเขียน Caption เลย แค่หนึ่งคืน Lake Tekapo เปลี่ยนฤดูให้เราดู
ได้เวลาออกจาก Lake Tekapo ไป Christchurch
แต่วันนี้เรายังมีปัญหาอีกอย่าง เราต้อง ย้ายเมือง จุดหมายต่อไปของ Road Trip คือ Christchurch ก่อนออกเดินทางจึงต้องเช็กทั้งสภาพถนนและอากาศให้เรียบร้อย เพราะการขับรถบนถนนที่มี Snow หรือ Ice ต่างจากถนนแห้งโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะช่วงเช้า อุณหภูมิต่ำอาจทำให้เกิด Black Ice ซึ่งมองเห็นยากมาก
ถ้า Road Trip New Zealand ช่วง Winter หรือ Shoulder Season ผมแนะนำให้เผื่อเวลาไว้เยอะๆ อย่าฝืนขับตาม Schedule ถ้าสภาพอากาศไม่ดี สำหรับเรา เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ถึงเวลาบอกลา Lake Tekapo แต่ก่อนจะถึง Christchurch… มีของกินสำคัญที่ต้องแวะก่อน
Fairlie Bakehouse — Road Trip นี้ต้องมี Pie
จาก Lake Tekapo เราขับลงมาทาง Fairlie แล้วมาหยุดที่ร้านที่ดูจากภายนอกอาจเหมือน Bakery เมืองเล็กทั่วไป Fairlie Bakehouse แต่ Pie ของร้านนี้ดังมาก Fairlie Bakehouse เป็น Bakery แบบ Family-owned โดยผู้ก่อตั้งและเชฟ Franz Lieber จุดขายคือ Gourmet Pie ที่ทำสดและ Hand-filled โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและตามฤดูกาลเมื่อเป็นไปได้ ปัจจุบัน Pie ของร้านไม่ได้ขายเฉพาะที่ Fairlie แต่กระจายไปยังร้านต่างๆ ทั่ว New Zealand แล้ว
เมนู Pie มีหลายแบบ ทั้ง Beef, Mince & Cheese, Steak & Cheese และรสอื่น ๆ ซึ่งเมนูจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ราคาปัจจุบันเฉลี่ยประมาณ NZ$6–10 ต่อชิ้น จากรูปที่เราสั่งมา แค่เห็นชั้น Puff Pastry ก็น่ากินแล้ว ข้างนอกกรอบเป็นชั้นๆ ส่วนด้านในเป็นไส้ร้อนๆ หลังจากออกมาจาก Lake Tekapo ที่หิมะตก… Pie ร้อน ๆ + Coffee คือถูกเวลามาก
ข้ามเมืองมาหิมะเริ่มหาย แวะกินอะไรร้อนๆ กันหน่อย
Fairlie Lions Lookout — จุดแวะเล็กๆ แต่วิวดีเกินคาด
ออกจาก Fairlie เราเจอจุดชมวิวเล็กๆ ระหว่างทาง ตอนแรกไม่ได้อยู่ใน Plan แต่เห็นวิวแล้วต้องจอด ตรงกลางมีหินก้อนใหญ่พร้อมแผ่นโลหะเขียนว่า FAIRLIE LIONS CLUB – MILLENNIUM PROJECT นี่คือจุดชมวิวที่สร้างขึ้นโดย Fairlie Lions Club เป็น Millennium Project ช่วงเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ด้านบนก้อนหินมี Orientation Table สำหรับบอกทิศและภูมิประเทศรอบๆ จากตรงนี้มองออกไปเป็นพื้นที่ชนบทของ Fairlie แบบกว้างมาก ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตร แนวต้นไม้ เนินเขา และภูเขาที่อยู่ไกลออกไป แต่วันที่เราไป หมอกยังค่อนข้างหนา ภูเขาหายไปเกือบหมด กลับกลายเป็นว่าสวยอีกแบบ ทุ่งสีเขียวค่อยๆ จางหายเข้าไปในหมอก เหมือนภาพชนบท New Zealand ที่ตั้งใจเปิด Fog Effect ไว้
นี่เป็นหนึ่งในเสน่ห์ของ Road Trip ที่ผมชอบมาก จุดที่ไม่ได้อยู่ใน Plan บางทีทำให้เราจอดรถนานกว่าจุดที่ตั้งใจมาเสียอีก
Farmers Corner — แวะเข้าห้องน้ำจริงๆ
จุดต่อมาคือ Farmers Corner ใกล้ Ashburton อันนี้ต้องบอกตรงๆ ว่า… เราไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว แวะเข้าห้องน้ำจริงๆ
สถานที่นี้ทำมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและรถทัวร์ค่อนข้างชัด เป็นทั้ง Refreshment Stop, ร้านอาหาร และร้านขายสินค้านิวซีแลนด์ขนาดประมาณ 2,000 ตารางเมตร มีตั้งแต่ Manuka Honey, Skincare, Merino/Possum, Alpaca Products ไปจนถึงของฝากต่างๆ สำหรับความรู้สึกส่วนตัวของเรา มันจึงออกแนว Tourist Stop / จุดแวะซื้อของสำหรับกรุ๊ปทัวร์ มากกว่าจะเป็นสถานที่ที่ต้องตั้งใจขับรถมาเที่ยวโดยเฉพาะ แต่มีอะไรให้เดินดูอยู่เหมือนกัน
ทุ่ง Lavender ที่…ยังไม่ม่วง
ด้านนอก Farmers Corner มี Lavender Field จริง พื้นที่ประมาณ 4 เฮกตาร์ ปลูก Lavender ราว 20,000 ต้น ปัญหาคือช่วงที่เราไป… เขียวทั้งทุ่ง เพราะช่วงที่ทาง Farmers Corner แนะนำสำหรับดู Lavender คือประมาณ December–February ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เราไปต้น October ก็เลยได้ดู… ต้น Lavender ถ้ามาช่วงดอกบาน ภาพน่าจะต่างกันคนละเรื่องเลย
มี Alpaca ให้ป้อนอาหารด้วย
ด้านนอกยังมี Alpaca สามารถซื้อ Pellet จากเครื่องแล้วป้อนอาหารได้ ทาง Farmers Corner ทำส่วนนี้เป็นหนึ่งใน Visitor Experiences โดยตรง ถ้ามากับเด็กน่าจะชอบ แต่ถ้าถามว่าควรตั้งใจเดินทางมา Farmers Corner โดยเฉพาะไหม สำหรับผม ไม่ถึงขนาดนั้น ถ้าผ่านทางแล้วอยากพักรถ เข้าห้องน้ำ ซื้อของ หรือให้อาหาร Alpaca ก็แวะได้
แต่ห้องน้ำที่ตั้งใจมาใช้…ดันไม่ธรรมดา
อันนี้ขำที่สุด Farmers Corner มี Bathroom Pavilion ที่ได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรม ตัวอาคารออกแบบให้ใช้ Glass, Timber และ Stone เชื่อมพื้นที่ห้องน้ำกับ Rural Landscape รอบ ๆ และได้รับรางวัล 2020 New Zealand Architecture Awards บาง Cubicle ถึงขั้นมีหน้าต่างมองออกไปเห็นทุ่งและ Alpaca ได้ด้วย
สรุปว่า… ตั้งใจมาเข้าห้องน้ำ แล้วห้องน้ำกลับเป็นสิ่งที่มี Story ที่สุดของที่นี่
จาก Lake Tekapo สองฤดู มุ่งหน้าสู่ Christchurch
หลังจาก Farmers Corner เรากลับขึ้นรถอีกครั้ง คราวนี้จุดหมายคือ Christchurch ถ้ามองย้อนกลับไปแค่ประมาณ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มันแปลกมาก วันที่ 2 October เรายังเดินเล่น Lake Tekapo บนพื้นหญ้า กลางคืนไฟดับและหนาวจนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เช้าวันที่ 3 เปิดประตูมาเจอหิมะเต็มเมือง แล้วไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เรากำลังนั่งกิน Pie ที่ Fairlie ขับผ่านทุ่งเขียว ๆ ในสายหมอก แวะ Lookout แล้วลงมาทาง Ashburton นี่คือสิ่งที่ผมเริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ ของ Road Trip เกาะใต้ New Zealand บางวัน Highlight ไม่ได้มีแค่ Destination แต่เป็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น ระหว่างทาง Lake Tekapo ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
ถ้ามาเพียงวันเดียว เราคงจำมันในฐานะทะเลสาบสี Turquoise กับ Church of the Good Shepherd แต่เพราะอยู่ต่ออีกคืน… เราเลยได้เห็น Lake Tekapo อีกเวอร์ชันหนึ่ง เวอร์ชันที่ทั้งเมืองกลายเป็นสีขาว สองวัน เมืองเดียว แต่ได้กลับไปพร้อมภาพจำสองแบบที่ต่างกันแทบสิ้นเชิง และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ Road Trip สนุกกว่าการรีบ Check-in Landmark แล้วเดินทางต่อ เพราะบางครั้ง…
แค่นอนเพิ่มอีกหนึ่งคืน ธรรมชาติก็เปลี่ยนสถานที่เดิมให้กลายเป็นอีกโลกหนึ่งได้เลย
ต่อไป… Christchurch
























