รีวิว Flour n Flutter CentralWorld เบเกอรี่เปิดใหม่ที่คนต่อคิว Beef Wellington Croissant แป้งกรอบ เนื้อนุ่ม อร่อยจริง อย่างอื่นก็น่ากิน อร่อย…
10 โมงครึ่งครับ… ตอนแรกผมคิดว่ามาเวลานี้ ร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน คนคงยังไม่เยอะเท่าไหร่ คิดผิดครับ ห้าๆๆๆๆๆ เดินมาถึง Flour n Flutter ที่ CentralWorld ก็เห็นคนต่อคิวกันเรียบร้อยแล้ว แถวยาวออกมาหลังร้านพอสมควร แล้ววันที่ผมไปดันอยู่ในช่วง Grand Opening พอดี ร้านมีโปรโมชั่น Beef Wellington Croissant ลด 50% จาก 269 บาท เหลือ 135 บาท สำหรับ 50 คนแรกต่อวัน ช่วงวันที่ 5–13 กันยายน 2026
เห็นคิวแล้วคำถามแรกในหัวไม่ใช่… “อร่อยไหม?” แต่เป็น… “แล้วโปรจะเหลือถึงผมไหมเนี่ย?” ห้าๆๆๆๆๆ สุดท้ายก็ยืนต่อครับ ไหนๆ มาแล้ว รอกันพักใหญ่ แต่โชคดีว่ายังทันโปรโมชั่น และแน่นอนว่าเมนูแรกที่ต้องลองก็คือพระเอกที่ทำให้คนมายืนต่อแถวกันตั้งแต่เช้า Beef Wellington Croissant
Beef Wellington ไปอยู่ใน Croissant ได้ยังไง?
จริงๆ แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วครับ เพราะถ้าพูดถึง Beef Wellington ภาพที่หลายคนนึกถึงคือเนื้อวัวชิ้นใหญ่ ห่อด้วย Mushroom Duxelles แล้วหุ้ม Pastry ก่อนเอาไปอบ แต่ Flour n Flutter เอา Idea นี้มาย่อขนาดลง แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็น Beef Wellington Croissant ด้านนอกเป็น French Butter Pastry ที่ทำเป็นชั้นๆ ด้านในมีเนื้อวัวและ Mushroom Duxelles หน้าตาตอนผ่าครึ่งจะเห็นเนื้ออยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยไส้เห็ด แล้วมีชั้นแป้งหุ้มอยู่ด้านนอก เอาจริง…
ตอนรับมาครั้งแรกผมแอบคิดว่า “ชิ้นไม่ได้ใหญ่มากนะ” ห้าๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะถ้ามองราคาปกติ 269 บาท แต่เรื่องแบบนี้สุดท้ายต้องกินครับ
แล้วมันอร่อยไหม?
อร่อยครับ อันนี้ให้เลย สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือ แป้ง กัดด้านนอกเข้าไปจะกรอบก่อน แต่ไม่ได้กรอบแข็ง พอผ่านชั้นนอกเข้าไป ด้านในยังมีความนุ่มและได้กลิ่นหอมของเนย มันเลยมีทั้ง กรอบนอก + นุ่มใน อยู่ในคำเดียวกัน ส่วนเนื้อด้านในก็นุ่มกว่าที่คิด ไม่ได้อบจนแห้งหรือแข็ง พอกินพร้อม Mushroom Duxelles และ Pastry ด้านนอก ทุกอย่างค่อนข้างไปด้วยกันได้ดี ได้ความหอมมันจากแป้ง ความนุ่มและรสของเนื้อ แล้วมีเห็ดเข้ามาช่วยเพิ่มความเข้มข้น จากตอนแรกที่ยืนต่อเพราะอยากรู้ว่า… “คนรออะไรกัน?” พอกินแล้วก็เริ่มเข้าใจครับ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาถ่ายรูปสวย ตัวแป้งทำมาดีจริง
Flour n Flutter คือร้านอะไร?
หลังจากได้ Beef Wellington มาแล้ว ผมถึงเริ่มเดินดูร้านจริงจัง Flour n Flutter วางตัวเป็นร้าน Artisanal Bakery คือไม่ได้เน้นผลิตขนมปังจำนวนมากแล้ววางขายเหมือนกันทั้งวัน แต่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือของการทำแป้ง การ Laminate การอบ และการทำขนมเป็น Batch ใน Story ของร้านมีประโยคหนึ่งที่ผมชอบครับ แนวคิดประมาณว่า… ของอร่อยไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องเริ่มจากวัตถุดิบดี ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง แล้วที่สำคัญคือ… ต้องให้เวลากับมัน
ร้านพูดถึงการทำขนมว่าไม่ควรเร่ง แป้งแต่ละก้อนต้องการเวลา ทุก Layer ต้องการความใส่ใจ และทุก Batch ต้องได้รับการดูแล พอเอาแนวคิดนี้กลับมามอง Beef Wellington Croissant ที่เพิ่งกินไป… ก็พอเข้าใจว่าทำไมร้านถึงให้ความสำคัญกับ Pastry มากครับ
ชื่อ Flour n Flutter ก็มีความหมาย
ชื่อร้านตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ จนมาอ่าน Story ของร้าน Flour ก็คือ “แป้ง” สิ่งพื้นฐานที่สุดของ Bakery ร้านเปรียบมันเหมือนจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ก่อนจะเป็น Croissant, Danish, Shokupan, Egg Tart หรือขนมอะไรก็ตาม สุดท้ายก็กลับมาที่วัตถุดิบง่ายๆ อย่างแป้ง
ส่วนคำว่า Flutter ร้านใช้แทนความรู้สึกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเวลาเราเจออะไรที่ทำให้มีความสุขหรือตื่นเต้น ประมาณความรู้สึกตอนเดินผ่าน Bakery แล้วได้กลิ่นขนมปังอบใหม่ หรือเห็นของที่อยากกินแล้วรู้สึกว่า… “เออ อันนี้ต้องลอง” รวมกันเลยกลายเป็น Flour n Flutter แป้ง + ความรู้สึกดีๆ จากการกินของอร่อย ชื่อดูน่ารักขึ้นมาทันทีครับ
ร้านนี้ไม่ได้มีแค่ Beef Wellington
ตอนแรกผมก็โดน Beef Wellington ดึงเข้าร้านเหมือนคนอื่นนั่นแหละครับ แต่พอเดินดูจริงๆ… เมนูเยอะกว่าที่คิด ร้านมี Signature ที่ชูไว้หลายตัว ทั้งของคาวและของหวาน หนึ่งในกลุ่มที่เห็นแล้วสะดุดตามากคือ Egg Tart
Egg Tart ของร้านนี้ไม่ได้มีแค่ Original
ถ้าเป็น Egg Tart ปกติ เราก็คงคิดถึงแป้งกรอบกับ Custard ไข่ด้านใน แต่ Flour n Flutter เล่นกับมันเยอะกว่านั้นครับ มีทั้ง Original ตัวพื้นฐานสำหรับคนอยากชิมแป้งกับ Custard ตรงๆ Pistachio Raspberry เอาความมันของ Pistachio มาตัดกับ Raspberry เปรี้ยวหวาน Pineapple ใช้สับปะรดเพิ่มรสเปรี้ยวหวานและความสดชื่น แล้วก็มีตัวที่หน้าตาสะดุดตาที่สุด…
Caramel Pudding Egg Tart
อันนี้เหมือนเอาของหวานสองอย่างมาชนกันตรงๆ Egg Tart + Caramel Pudding ด้านล่างเป็นฐาน Egg Tart ที่มี Layer ของ Pastry ด้านบนวางพุดดิ้งคาราเมลมาอีกก้อน ร้านอธิบายว่าเป็น Silky Caramel Pudding Custard อยู่ใน Golden Egg Tart Shell แค่เห็นก็รู้แล้วครับว่า… เบาไม่ได้ ห้าๆๆๆๆๆ
นอกจาก Egg Tart ยังมี Signature อีกหลายตัว
จากเมนูแนะนำของร้าน มีตัวที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง Shokupan ขนมปังนมสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อ Cloud-soft ร้านเสิร์ฟคู่กับ Signature Pandan และ Thai Tea Sauce อันนี้น่าสนใจตรงที่เอาขนมปังญี่ปุ่นมาจับกับรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย
Pineapple Coconut Danish, Danish Pastry แบบ Hand-laminated ด้านบนเป็น Pineapple และ Toasted Coconut รสจะออก Tropical ขึ้นมาเลย
Chocolate Twist Series แป้ง Artisan Bread Twist เคลือบ Chocolate และมี Pistachio เพิ่ม Texture มีทั้ง Double Chocolate, Matcha และ Strawberry
Blueberry Cranberry Cream Cheese Bagel Bagel ที่มีทั้ง Cranberry และ Berry รสเปรี้ยวอยู่ในเนื้อ แล้วใส่ Cream Cheese ด้านใน จาก Beef Wellington ไปถึง Bagel… ร้านนี้เล่นทั้งหวานและคาวจริงครับ
แล้วก็มี Cream Cheese Cookie Collection
อีกกลุ่มที่ผมว่าน่าสนใจคือ Cream Cheese Stuffed Cookies ร้านทำ Cookie ด้านนอกให้มีความ Chewy แล้วใส่ Cream Cheese อยู่ด้านใน มีหลายรส เช่น Rum Raisin, Pistachio, Strawberry, Pineapple, Apricot ร้านถึงกับมี Tip ว่าให้ แช่เย็นก่อนกิน เพราะพอ Cream Cheese เย็นและ Set ตัว Texture จะต่างจากกินตอนอุณหภูมิห้อง อันนี้ถ้าครั้งหน้ากลับไป ผมว่าน่าลองเหมือนกันครับ
ทำไม Flour n Flutter ถึงเน้นคำว่า Freshly Baked?
อีกอย่างที่สังเกตได้คือร้านใช้คำว่า Freshly Baked เยอะมาก เพราะ Philosophy ของร้านให้ความสำคัญกับเวลาในการทำ Pastry โดยเฉพาะแป้งประเภท Laminated Dough ที่ต้องทำเป็น Layer พับ, พัก แล้วค่อยอบ ดังนั้นช่วงเวลาที่ขนมออกจากเตาก็มีผลกับ Texture เยอะมาก Croissant ที่เพิ่งอบกับ Croissant ที่วางมาหลายชั่วโมง… ความกรอบต่างกันแน่นอนครับ และจาก Beef Wellington Croissant ที่ผมได้กินรอบนี้ เรื่องแป้งเป็นจุดที่ผมรู้สึกได้ชัดที่สุดจริงๆ
แล้วคิวที่เห็นตอน 10 โมงครึ่งล่ะ?
กลับมาที่เรื่องนี้หน่อย เพราะก่อนกิน… นี่คือสิ่งที่ผมจำร้านได้มากที่สุด ห้าๆๆๆๆๆ ผมไปประมาณ 10.30 น. CentralWorld เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ในร้านมีคนต่อคิวแล้ว ช่วงที่ผมไปมีโปรโมชั่น Grand Opening ของ Beef Wellington Croissant อยู่ด้วย ราคาปกติ 269 บาท ลด 50% เหลือ 135 บาท ตั้งแต่วันที่ 5–13 กันยายน 2026 และจำกัด 50 คนแรกต่อวัน
ผมยืนรออยู่พักใหญ่เหมือนกัน แต่สุดท้ายยังได้โปรโมชั่นครับ ถ้าถามว่า… 135 บาท คุ้มไหม? สำหรับผม… คุ้มครับ กินง่ายเลย แต่ถ้าราคาปกติ 269 บาท ต้องบอกตรงๆ ว่าชิ้นไม่ได้ใหญ่มาก ดังนั้น Value จะขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับคุณภาพ Pastry และไส้ Beef Wellington มากแค่ไหน ถ้ามองเป็นขนมปังชิ้นหนึ่ง… 269 บาทอาจรู้สึกสูง แต่ถ้ามองว่าเป็น Beef Wellington ที่ทำออกมาในรูปแบบ Laminated French Butter Pastry… ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ
Flour n Flutter CentralWorld อยู่ตรงไหน?
- CentralWorld ชั้น 7 โซน Beacon
- เปิดตามเวลาศูนย์การค้า ประมาณ 10.00–22.00 น.
- เดินทางด้วย BTS ลงได้ทั้ง สยาม หรือ ชิดลม แล้วเดิน Skywalk เข้า CentralWorld
- สามารถจอดรถภายใน CentralWorld ได้
ช่วงเปิดร้านใหม่ ถ้าตั้งใจมาซื้อเมนู Limited หรือ Signature โดยเฉพาะ ผมแนะนำให้เผื่อเวลารอไว้หน่อยครับ เพราะ… 10 โมงครึ่งที่ผมไป คิวมาแล้ว ห้าๆๆๆๆๆ
สรุป รีวิว Flour n Flutter CentralWorld
ก่อนมา ผมรู้จักร้านนี้เพราะเห็นคนพูดถึง Beef Wellington Croissant แล้ววันที่ไปก็เจอคิวตั้งแต่ 10 โมงครึ่งจริงๆ ตอนแรกเลยแอบสงสัยว่า เป็นกระแสช่วงเปิดร้านหรือเปล่า? ขนมถ่ายรูปสวยหรือเปล่า? หรือมันอร่อยจริง? หลังจากยืนรอพักใหญ่แล้วได้ลอง…
สำหรับผม อร่อยจริงครับ โดยเฉพาะ แป้ง ด้านนอกกรอบ ด้านในยังนุ่ม มี Layer ชัดและหอมเนย ส่วนเนื้อด้านในก็นุ่ม ไม่แห้ง และกินเข้ากับ Mushroom Duxelles ได้ดี
ข้อสังเกตมีอย่างเดียวคือ ชิ้นไม่ได้ใหญ่มาก ถ้าได้ราคาโปรโมชั่น 135 บาท ผมว่าสั่งง่ายมาก แต่ราคาปกติ 269 บาท ก็ต้องมองว่าเรากำลังจ่ายให้กับทั้งเนื้อ + งาน Pastry + Process ของการทำ ไม่ใช่แค่ซื้อ Croissant ชิ้นใหญ่ให้อิ่มครับ (แต่เอาจริง กินคนเดียวก็อิ่มอยู่นะ ห้าๆๆๆๆๆ) ที่สำคัญ หลังจากเดินดูร้านแล้วผมรู้สึกว่า Flour n Flutter ไม่ควรถูกจำแค่ Beef Wellington อย่างเดียว เพราะยังมีทั้ง Egg Tart หลายแบบ Caramel Pudding Egg Tart, Shokupan, Danish, Bagel, Chocolate Twist, Cream Cheese Cookie และเมนู Seasonal ที่ร้านตั้งใจหมุนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ดังนั้นรอบนี้… ผมมาต่อคิวเพราะ Beef Wellington Croissant แต่รอบหน้า… อาจกลับมาเพราะอย่างอื่นก็ได้ครับ ส่วน Beef Wellington? ถ้าถามว่าต่อคิวแล้วเสียดายเวลาไหม… ไม่ครับ อย่างน้อยคำแรกก็ทำให้รู้ว่า คนไม่ได้ยืนรอกันเพราะโปรโมชั่นอย่างเดียว แป้งเขาอร่อยจริงครับ.















