รีวิว AMAM LONBAKERY TOWN Siam Paragon นึกว่ามาจากลอนดอน… ที่แท้เบเกอรี่ดังจากเซี่ยงไฮ้! 250+ เมนู เปิดไทยคิวยาวมาก
ตั้งใจว่าจะมาลองร้านใหม่ครับ… แต่พอเดินมาถึงแล้วเห็นคิว เอาไว้ก่อน ห้าๆๆๆๆๆ เพราะนี่คือ AMAM LONBAKERY TOWN ร้านเบเกอรี่ที่เพิ่งมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ Siam Paragon ชั้น G วันที่ผมไป… คิวยาวออกมาจากร้านแบบที่เห็นในรูปเลยครับ ข้างนอกว่าคนเยอะแล้ว พอมองเข้าไปข้างใน… แน่นกว่าเดิมอีก รอบนี้เลยขอเดินถ่ายรูป เก็บบรรยากาศ และกลับมาหาข้อมูลก่อน
ส่วนขนม… ไว้กลับไปแก้มือรอบหน้าครับ ห้าๆๆๆๆๆ แต่สิ่งที่ผมสงสัยตั้งแต่เห็นร้านครั้งแรกคือ… ธง Union Jack เต็มร้าน สถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ มีคำว่า AMAM London ขาย Bagel, Scone, Donut, Croissant มีน้องหมาถือธงอังกฤษยืนอยู่กลางร้าน นี่ต้องเป็นร้านจาก London แน่ๆ ใช่ไหม? ปรากฏว่า… ไม่ใช่ครับ นี่คือแบรนด์เบเกอรี่ที่เกิดใน Shanghai ประเทศจีน และเพิ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2024 เท่านั้น เรื่องนี้เริ่มน่าสนุกแล้วครับ
AMAM LONBAKERY TOWN ไม่ได้มาจาก London
ชื่อเต็มของร้านคือ AMAM LONBAKERY TOWN และถึงแม้ทั้งร้านจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายอังกฤษ แต่ต้นกำเนิดจริงๆ อยู่ที่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ข้อมูลจากเขต Jing’an ของนครเซี่ยงไฮ้ระบุถึงร้าน AMAM LONBAKERY TOWN บนถนน Wujiang Road ซึ่งกลายเป็นร้านที่มีคนต่อคิวจำนวนมาก และเปิดขายเบเกอรี่ตั้งแต่เวลาเที่ยง โดยคนเริ่มมาต่อคิวกันก่อนเปิดด้วยซ้ำ
ข้อมูลธุรกิจอีกแหล่งระบุว่าแบรนด์เริ่มต้นในปี 2024 ที่ Huangpuhui Food Plaza ใน Shanghai ก่อนขยายตัวอย่างรวดเร็วไปยังทำเลสำคัญต่างๆ ในจีน ดังนั้นถ้าเห็นคำว่า London แล้วเข้าใจเหมือนผม… ไม่แปลกครับ เพราะร้านตั้งใจสร้างตัวเองขึ้นมาใน Concept London Bakery Town อยู่แล้ว
แต่เป็น… London ที่เกิดใน Shanghai ห้าๆๆๆๆๆ
จากร้านเกิดใหม่ปี 2024 ทำไมถึงดังเร็วขนาดนี้?
อันนี้น่าสนใจครับ เพราะ AMAM ไม่ใช่ Bakery เก่าแก่ร้อยปีจากอังกฤษ ตรงกันข้ามเลย แบรนด์อายุประมาณ 2 ปีเท่านั้น แต่ข้อมูลปี 2026 ระบุว่าขยายไปประมาณ 15 สาขา ตามพื้นที่สำคัญในจีน เช่น West Nanjing Road, Xintiandi, Wukang Road รวมถึงเมืองอื่นอย่าง Nanjing, Wuxi และ Beijing เหตุผลหนึ่งที่ผมว่าเห็นชัดมากจากร้าน Siam Paragon คือ… AMAM ไม่ได้ขายแค่ขนม แต่ขาย Experience ของการเดินเข้าไปใน Bakery Town
ร้านเบเกอรี่ที่ทำเหมือน Theme Park ขนาดย่อม
ถ้าไม่ได้เห็นของจริงอาจนึกภาพไม่ออกครับ AMAM ไม่ได้เป็นร้านเบเกอรี่แบบ ตู้กระจกหนึ่งตู้ เคาน์เตอร์หนึ่งอัน แล้วจบ แต่สร้างหน้าร้านเหมือนอาคารในเมืองอังกฤษขนาดย่อม สีขาว น้ำเงิน ทอง มี Union Jack รูปปั้น โคมไฟ หน้าต่าง ระเบียง ป้ายสไตล์ Vintage ตรงกลางร้านมีโต๊ะขนาดใหญ่หลายชั้นที่วางขนมเต็มไปหมด ด้านหลังยังมองเห็นพื้นที่ทำขนมอีก เดินเข้าไปแล้ว Feeling จึงเหมือนเดินเข้า Market มากกว่าร้าน Bakery ธรรมดา
สาขาต้นทางใน Shanghai ก็ใช้แนวคิดคล้ายกัน โดยข้อมูลจากทางการ Jing’an อธิบายถึงการตกแต่งแบบ London ย้อนยุค การจัดขนมในรูปแบบ Market และมีทั้งเบเกอรี่ เครื่องดื่ม รวมถึง Merchandise ภายในร้าน พอมาถึง Bangkok… Concept นี้ถูกยกมาค่อนข้างเต็มเลยครับ
แล้วน้องหมาที่ถือธงอยู่บนร้านคือใคร?
อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วจำร้านได้ทันทีคือ น้องหมา ตัวใหญ่เลยครับ ห้าๆๆๆๆๆ ยืนอยู่ด้านบนร้าน ใส่หมวกเชฟและถือธงอังกฤษ Character นี้คือหนึ่งในภาพจำสำคัญของ AMAM และมักถูกเรียกว่า Bagel Dog ร้านใช้ Character สุนัขนี้แทบทุกส่วน หน้าร้าน ป้าย Packaging ของที่ระลึก และ Graphic ต่างๆ แม้แต่ป้ายหน้าสาขาไทยที่ผมถ่ายมา ยังเขียนว่า “Bagel Dog is ready to bring the whole Lonbakerytown to Bangkok” ทำให้ AMAM มี Brand Character ที่จำง่ายมาก เห็นน้องหมา + สีน้ำเงิน + London Theme…
ก็เริ่มจำได้แล้วว่า AMAM นี่น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แบรนด์เกิดในยุค Social Media แล้วโตเร็วครับ
สาขาไทยคือสาขาแรกนอกจีน
จุดนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก ข้อมูลปัจจุบันระบุว่า ประเทศไทยเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกของ AMAM และสาขาที่ Siam Paragon คือสาขาแรกนอกจีน พูดง่ายๆ คือ… จาก Shanghai แบรนด์ไม่ได้ไป London ก่อนนะครับ มาหาเราก่อน ห้าๆๆๆๆๆ Location ก็ไม่ธรรมดา เพราะเลือก Siam Paragon ชั้น G Siam Paragon Directory ระบุตำแหน่งร้านไว้ที่ชั้น G เช่นกัน วันที่ผมไปร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ร้านยังใหม่มาก เห็นคิวแล้วก็เข้าใจครับ
250+ เมนู… ไม่รู้จะเริ่มหยิบตรงไหนจริงๆ
จุดขายใหญ่อีกอย่างคือ จำนวนขนม ข้อมูลช่วงเปิดสาขาไทยระบุว่ามีเบเกอรี่ให้เลือก มากกว่า 250 เมนู ไม่ใช่ 25 นะครับ 250+ ห้าๆๆๆๆๆ มีตั้งแต่ Croissant, Bagel, Scone, Donut, Choux, Cake, Pretzel, Salt Bread, Tart, ขนมปังหวาน, ขนมปังคาว และอีกสารพัด นี่ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมร้านต้องสร้างโต๊ะขนมตรงกลางใหญ่ขนาดนั้น เพราะของมันเยอะจริง
อย่าเพิ่งหยิบตั้งแต่โต๊ะแรก!
อันนี้ผมว่าน่าจะเป็น Tip สำคัญสำหรับรอบหน้าที่จะกลับไปกิน เวลาเข้าไป ร้านจะมี Tray ให้เราเดินเลือกขนม แต่จากที่ผมเดินดู… อย่าเพิ่งเห็นอะไรแล้วหยิบหมดตั้งแต่โซนแรกครับ เพราะเดินต่อไปอีกนิด… มีอีก เลี้ยวไปอีกด้าน… ก็มีอีก ตรงกลางหลายชั้น… ก็ยังมีอีก ห้าๆๆๆๆๆ ด้วยจำนวนมากกว่า 250 เมนู ถ้าหยิบทุกตัวที่รู้สึกว่า “น่ากิน” ตั้งแต่ 5 นาทีแรก ผมว่าถาดเต็มก่อนเดินครบร้านแน่นอน ดังนั้นรอบหน้าผมจะใช้วิธี เดินดูก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยย้อนกลับมาเลือก ไม่อย่างนั้นงบบานแน่ครับ
Top 1, Top 2, Top 3 มีไว้ช่วยคนเลือกไม่ถูก
อีกอย่างที่ผมเห็นตามชั้นขนมคือป้าย Top 1, Top 2, Top 3 หลายจุด ตอนแรกอาจเข้าใจว่า Top 1 คือเมนูขายดีที่สุดของร้านเพียงตัวเดียว แต่ดูจาก Layout แล้วมี Top 1 อยู่หลายจุด จึงน่าจะเป็นการแนะนำ Bestseller หรืออันดับเด่น แยกตามกลุ่มขนม อันนี้ช่วยได้เยอะครับ เพราะมี 250+ เมนู ถ้าไม่มีป้ายบอกอะไรเลย… ผมว่ายืนเลือกถึงเย็น ห้าๆๆๆๆๆ
แล้วเมนูไหนควรลอง?
ถึงรอบนี้ผมยังไม่ได้กิน ผมเลยยังไม่ขอฟันธงว่าอะไร “อร่อยที่สุด” แต่จากเมนูและข้อมูลที่พบ มีหลายกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับรอบหน้า หนึ่งใน Signature ที่ถูกพูดถึงคือกลุ่ม Bakewell Tart ตามด้วย Croissant หลากหลายแบบ รวมถึงกลุ่ม Bagel, Scone, Salt Bread, Pretzel และ Cake ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสาขาไทยยังพูดถึง British Chocolate Bakewell Tart ในฐานะหนึ่งในตัวเด่น รวมถึง Black Truffle Butter Salt Bread ด้วย
ถ้าผมกลับไปกินจริง… ผมจะเริ่มจาก ตัวติดป้าย Top 1 แล้วเลือก Signature จากแต่ละหมวด มากกว่าหยิบขนมหน้าตาคล้ายกันสิบตัว ไม่งั้นรีวิวจบที่… “อร่อยครับ แต่จำไม่ได้ว่าอันไหนชื่ออะไร” ห้าๆๆๆๆๆ
ที่ไทยยังมีเมนู Exclusive ด้วย
นี่เป็นอีก Part ที่ผมว่าน่าลองมากกว่าการกินเฉพาะเมนูเดียวกับจีน สาขาไทยมีการทำเมนูที่ใช้ Flavor แบบไทยเพิ่มเข้ามา และมีรายงานถึงเมนู Thai Aromatic Coconut Pie ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเมนู Exclusive สำหรับประเทศไทย ตรงนี้ผมชอบนะ เพราะถ้าสาขา Bangkok เอาเมนู Shanghai มาวางทั้งหมดเฉยๆ…
เราก็ได้แค่ AMAM สาขาจีนที่ย้ายมาไทย แต่การมีเมนูเฉพาะประเทศทำให้สาขา Bangkok มี Character ของตัวเอง ดังนั้นรอบหน้า… Thailand Exclusive ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งตัวครับ
สำคัญ! 10 โมงร้านเปิด แต่ขนมยังไม่ขาย
อันนี้ถ้าจะไป… อ่านก่อนครับ เพราะผมถ่ายป้ายหน้าร้านมาเอง ในช่วงที่ผมไป ร้านประกาศว่า TODAY’S BAKES WILL BE READY FROM 12:00 แล้วแบ่งเวลาไว้ว่า 10:00–12:00 น. — Beverages Only มีเฉพาะเครื่องดื่ม ส่วน 12:00–22:00 น. — Bakery & Beverages Available ถึงจะเริ่มมีขนมขาย
ดังนั้นอย่าคิดว่า… “ไปตั้งแต่ห้างเปิด 10 โมง จะได้ไม่มีคิว” แล้วไปยืนหน้าร้านพร้อมความงงว่า… ขนมอยู่ไหน ห้าๆๆๆๆๆ อย่างไรก็ตาม นี่คือระบบตามป้ายที่ผมเห็น ในช่วงเปิดร้านเดือนกันยายน 2569 เวลาและระบบขายสามารถเปลี่ยนได้ในอนาคต ถ้าจะไปหลังจากนี้ แนะนำเช็กกับร้านอีกครั้งครับ
แล้วขนมออกเป็นรอบไหม?
อันนี้ผมหาข้อมูลเพิ่มแล้ว แต่ยังไม่พบประกาศทางการที่ระบุว่า
- 12:00 รอบหนึ่ง
- 14:00 รอบหนึ่ง
- 16:00 รอบหนึ่ง
หรือมีตาราง Batch แบบตายตัว ดังนั้นผมจะไม่เขียนว่าร้านมี “รอบอบทุกกี่ชั่วโมง” สิ่งที่ยืนยันได้จากป้ายที่ผมเห็นคือ Bakery เริ่มขายเวลา 12:00 น. ในช่วงเปิดตัว หลังจากนั้นเป็นการขายและเติมสินค้าไปตลอดช่วง Bakery Service ถ้าตั้งใจไปล่าเมนูใดเมนูหนึ่งโดยเฉพาะ… ผมว่าเช็กกับร้านตรง ๆ ก่อนดีที่สุดครับ
แล้วทำไม Shanghai ก็ต้องต่อคิว?
ตอนแรกผมนึกว่าคิวที่ Siam Paragon ยาวเพราะเป็นร้านใหม่ ซึ่งก็คงมีส่วนเยอะครับ แต่พอไปหาข้อมูลสาขา Shanghai… ที่นั่นก็ต่อครับ ห้าๆๆๆๆๆ
รายงานของเขต Jing’an เมื่อเดือนมกราคม 2025 พูดถึง AMAM บน Wujiang Road ว่าแม้เปิดมาเกือบสองเดือนแล้วก็ยังมีคนต่อแถวยาวทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ร้านเริ่มขายตอนเที่ยง แต่มีลูกค้าเริ่มมาต่อคิวตั้งแต่ประมาณ 11 โมง แปลว่าปรากฏการณ์ “ร้านเปิดเที่ยง คนมารอก่อน” ไม่ได้เพิ่งเกิดที่กรุงเทพฯ ต้นทางก็เป็นครับ
ทำไม AMAM ถึงกลายเป็นร้าน Social Media ได้ง่ายมาก?
เดินดูร้านแล้วผมว่าเข้าใจเลย เพราะทุกอย่างถูกออกแบบให้มีอะไรถ่าย หน้าร้านก็ถ่ายได้ Bagel Dog ก็ถ่ายได้ โต๊ะขนมก็ถ่ายได้ Packaging ก็มี Character ขนมเองก็มีสี รูปทรง และ Topping เยอะ แถมร้านยังมีความ Maximalist คือไม่ได้ Minimal เลยครับ ห้าๆๆๆๆๆ ใส่มาเต็ม London, Vintage, ทอง, น้ำเงิน, Union Jack, รูปปั้น หมา ขนม 250 กว่าเมนู มันเลยเกิดภาพที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่า “นี่ร้าน AMAM”
Time Out Bangkok เองก็อธิบายร้านว่าเป็น British-inspired vintage bakery และชี้ถึงทั้ง Packaging และหน้าร้านที่ถ่ายรูปขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์มีคุณสมบัติของ Viral Bakery ชัดเจน
รอบนี้ผมไม่ซื้อ… เพราะคิวไม่ไหวจริง ๆ
กลับมาที่ประสบการณ์ของผมครับ รอบนี้ตั้งใจว่าจะมาดูร้านและถ้าไหวก็ซื้อกลับไปลอง แต่พอเห็นคิว… ไม่ไหวครับ ห้าๆๆๆๆๆ แถวลากออกมาจากหน้าร้าน ข้างในก็ยังมีคนเลือกขนมกันเต็ม แล้วร้านเพิ่งเปิดใหม่ กระแสยังแรงมาก สุดท้ายผมเลยตัดสินใจว่า ถ่ายรูปก่อน ขนมเอาไว้รอบหน้า
ข้อดีคือได้เดินดูร้านค่อนข้างละเอียด ได้เห็น Layout ดูเมนู ดูป้าย Top Sellers เห็นครัว เห็นระบบเลือกขนม แล้วก็ได้ข้อมูลเรื่องเวลาเริ่มขาย Bakery กลับมาด้วย เหลือ Mission เดียว… กิน ห้าๆๆๆๆๆ
รอบหน้าจะกลับไปตอนไหนดี?
ถ้าอิงจากระบบที่ผมเจอรอบนี้ ผมคงไม่เลือก เสาร์-อาทิตย์ ตอน 12:00 น. ถ้าไม่จำเป็น เพราะนั่นคือการเอา Weekend ร้านใหม่ เวลา Bakery เริ่มขาย มารวมกัน Combo ใหญ่เลยครับ ห้าๆๆๆๆๆ ถ้าไม่รีบตามกระแส ผมอยากลอง วันธรรมดาหลังเที่ยงไม่นาน มากกว่า อย่างน้อยขนมเริ่มออกแล้ว และมีโอกาสเจอคนเบากว่าวันหยุด แต่ตรงนี้เป็น Strategy ของผมเองนะครับ ไม่ได้หมายความว่าร้านรับประกันว่าช่วงนั้นคิวจะสั้น ดูจากความฮิต… อาจไปถึงแล้วเจอเหมือนเดิมก็ได้ ห้าๆๆๆๆๆ
AMAM LONBAKERY TOWN อยู่ตรงไหน?
- AMAM LONBAKERY TOWN Thailand
- Siam Paragon ชั้น G
- เดินทางสะดวกด้วย BTS Siam มีทางเชื่อมเข้าสู่ Siam Paragon
- ในช่วงที่ผมไปเดือนกันยายน 2569 ป้ายหน้าร้านระบุ
- 10:00–12:00 น. เครื่องดื่ม
- 12:00–22:00 น. Bakery + เครื่องดื่ม
- ใครจะไปหลังจากช่วงเปิดตัว แนะนำตรวจ









