รีวิว Tonkatsu HAJIME CentralWorld ทงคัตสึจากโตเกียว สันใน (ส่วนพิเศษ) ชิ้นหนาแต่กลับนุ่มฉ่ำ จนคนไม่ชอบสันในอย่างผมยังยอม
ปกติถ้าไปร้านทงคัตสึแล้วให้เลือกระหว่าง สันนอก กับ สันใน ผมเลือกสันนอกครับ แทบไม่ต้องคิดเลย ห้าๆๆๆๆๆ เหตุผลง่ายมาก… ผมชอบ มัน สันนอกมีไขมันติดอยู่ เวลาทอดออกมาแล้วมันทั้งหอม นุ่ม ฉ่ำ และได้ความหวานจากไขมันหมู ส่วนสันในสำหรับผม… เนื้อเยอะ ไขมันน้อย บางร้านนุ่มก็จริง แต่กินแล้วรู้สึกแห้งไปหน่อย เลยไม่ใช่ส่วนที่ผมจะเลือกเป็นอันดับแรก จนมารอบนี้ที่ Tonkatsu HAJIME CentralWorld
ร้านทงคัตสึจาก Nihonbashi โตเกียว ผมได้ลองสันในที่เรียกว่า Chateaubriand (ชาโตบริยองด์) แล้ว… อร่อยมาก นุ่ม ฉ่ำ เนื้อละเอียด ทั้งที่แทบไม่มีไขมันแบบที่ผมชอบเลย ตอนแรกผมก็งงครับ ทำไมสันในรอบนี้ถึงต่างจากที่เคยกิน? พอเปิดเมนูอ่านจริงๆ ถึงเพิ่งเข้าใจว่า… สันในที่ผมกิน ไม่ใช่ Tenderloin ทั่วไป แต่มันคือส่วนที่คัดมาจาก ช่วงกลางของ Tenderloin อีกที และส่วนนี้มีชื่อว่า Chateaubriand เออ… เพิ่งรู้เหมือนกันครับ ห้าๆๆๆๆๆ
ร้านไม่ใหญ่มาก คนแน่นตลอด แนะนำให้ไปต้ังแต่เช้า ไม่งั้นรอนานแน่นอน
Tonkatsu HAJIME ร้านทงคัตสึจาก Nihonbashi โตเกียว
Tonkatsu HAJIME มีต้นทางจาก Nihonbashi กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อนมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ CentralWorld ในปี 2026 สิ่งที่ทำให้ร้านนี้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่คำว่า “ร้านจากโตเกียว” แต่คือความจริงจังกับสิ่งที่ดูเหมือนง่ายมากอย่าง… หมูทอด ปกติร้านทงคัตสึส่วนใหญ่ เราคุ้นกับคำถามว่า สันนอกหรือสันใน? แต่ HAJIME แยก Character ของหมูออกมาถึง 4 Cuts ได้แก่
- Ribeye (ริบอาย) — ไขมันแทรกเยอะ นุ่ม ฉ่ำ เหมาะกับสายมัน
- Loin (สันนอก) — มีทั้งเนื้อแดงและไขมันค่อนข้างสมดุล
- Tenderloin (สันใน) — เนื้อล้วนกว่า ไขมันต่ำ เนื้อละเอียดและนุ่ม
- Chateaubriand (ชาโตบริยองด์) — คัดเฉพาะช่วงกลางของ Tenderloin ซึ่งเป็นส่วนที่ผมกินในมื้อนี้ครับ
ตรงนี้แหละที่ผมเพิ่งได้เรียนรู้อะไรใหม่จากการมากินทงคัตสึร้านนี้
เดี๋ยวนะ… Tenderloin กับ Chateaubriand ไม่เหมือนกันเหรอ?
จริงๆ แล้ว Chateaubriand ก็เป็น Tenderloin ครับ แต่ไม่ได้หมายถึง Tenderloin ทั้งชิ้น ลองนึกภาพสันในหมูเป็นเนื้อชิ้นยาวๆ บริเวณต้น กลาง และปลายจะมีขนาดและรูปทรงไม่เท่ากัน ส่วนที่ HAJIME เรียกว่า Chateaubriand คือการเลือกเฉพาะ ช่วงกลางของ Tenderloin บริเวณนี้มีเนื้อละเอียด นุ่ม และรูปทรงค่อนข้างสม่ำเสมอ และเนื่องจากหมูหนึ่งตัวมีส่วนตรงนี้ให้ตัดออกมาได้จำกัด ในเมนูจึงระบุว่า Limited Availability พูดแบบง่ายที่สุดก็คือ
- Tenderloin = สันใน
- Chateaubriand = คัดเฉพาะช่วงกลางของสันในมาเสิร์ฟ
ดังนั้น Chateaubriand ไม่ใช่สายพันธุ์หมู และไม่ได้เป็นเนื้อคนละส่วนกับ Tenderloin มันเป็นส่วนพิเศษที่อยู่ภายใน Tenderloin อีกทีครับ
แล้วทำไมชื่อ Chateaubriand ฟังเหมือนเนื้อวัว?
อันนี้เป็นเหตุผลที่ตอนแรกผมก็งงครับ เพราะเวลาได้ยินคำว่า Chateaubriand ส่วนใหญ่เราจะเจอในร้าน Steak และใช้เรียกเนื้อ Tenderloin ส่วนกลางของวัว แต่แนวคิดเรื่องการคัดส่วนกลางที่นุ่มของ Tenderloin สามารถนำมาใช้กับหมูได้เช่นกัน HAJIME จึงมีเมนู Pork Chateaubriand หรือถ้าจะเรียกให้คนไทยเข้าใจง่ายๆ ก็คือ
“สันในหมูส่วนกลางที่คัดมาเป็นพิเศษ”
พอเข้าใจแบบนี้… ผมเริ่มสนใจจานตรงหน้ามากกว่าเดิมอีกครับ
Chateaubriand — ตัวที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจเรื่องสันใน
แล้วก็มาถึงตัวที่ผมกินจริง ปกติผมไม่ค่อยชอบสันใน เพราะมัน Lean ไขมันน้อย ผมเลยคิดมาตลอดว่า ถ้าอยากได้ทงคัตสึฉ่ำ ๆ ก็ควรไปเลือกส่วนที่มีมันเยอะกว่า แต่ Chateaubriand ของ HAJIME ทำให้ความคิดนี้เปลี่ยนไปพอสมควรครับ
สิ่งแรกที่เห็นคือ…
ชิ้นหนา แล้วพอเห็นความหนา + รู้ว่าเป็นสันใน ผมยิ่งกลัวเลยว่า ข้างในจะแห้งไหม?
แต่พอกัด… ผิดคาดครับ นุ่มมาก เนื้อละเอียด แล้วที่สำคัญคือ ฉ่ำ ไม่ได้แห้งหรือฝืดอย่างที่ผมกลัว ทั้งที่ไม่ได้มีไขมันแทรกเยอะๆ มาช่วยเหมือน Ribeye หรือ Loin อันนี้แหละที่ผมประทับใจที่สุด เพราะการทำเนื้อที่มีไขมันเยอะให้นุ่มฉ่ำยังพอเข้าใจได้ ไขมันช่วยอยู่แล้ว แต่การทำ เนื้อ Lean ชิ้นหนา ให้ออกมานุ่มและยังรักษาความชุ่มฉ่ำเอาไว้… ผมว่าตรงนี้เห็นฝีมือการทอดชัดกว่าครับ
หมูชิ้นหนาขนาดนี้ ทำไมยังนุ่มฉ่ำ?
หนึ่งในเทคนิคที่ HAJIME ให้ความสำคัญคือการควบคุมอุณหภูมิในการทอด โดยเฉพาะหมูแบบ Thick Cut แนวคิดของ Low-Temperature Frying คือไม่ได้เร่งทอดด้วยน้ำมันร้อนจัดอย่างเดียว แต่ควบคุมความร้อนให้ค่อย ๆ เข้าไปถึงด้านในของเนื้อ เพราะโจทย์ของหมูชิ้นหนาคือ… ถ้าไฟแรงเกินไป ด้านนอกอาจสีสวยแล้ว แต่ข้างในยังไม่ถึง ถ้าฝืนทอดต่อ… ด้านนอกก็เข้มเกินไป หรือถ้าความร้อนเข้าเนื้อนานเกินไป ความชุ่มฉ่ำก็หาย ยิ่งเป็น Chateaubriand ที่มีไขมันต่ำ ยิ่งเห็นผลของการควบคุมการทอดชัดครับ ของที่ผมกิน ด้านนอกได้ความกรอบของแป้ง แต่ข้างในยังนุ่มและฉ่ำ นี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุดของมื้อนี้เลย
แล้วอีก 3 Cuts ต่างกันยังไง?
พอเข้าใจ Chateaubriand แล้ว อีกสามส่วนในเมนูก็เริ่มน่าสนุกขึ้นครับ
Ribeye — ริบอาย
ตัวนี้ไปคนละทางกับ Chateaubriand เลย มี Marbling หรือไขมันแทรกเยอะที่สุด เวลาทอดจะได้ทั้งความนุ่ม ความฉ่ำ และรสหวานมันจากไขมัน ถ้าถามจาก Preference เดิมของผม… ปกติผมน่าจะเลือกตัวนี้ครับ ห้าๆๆๆๆๆ
Loin — สันนอก
เป็นตัวกลางระหว่างเนื้อกับไขมัน มีไขมันติดมาพอให้ได้ความฉ่ำ แต่ยังมี Texture ของเนื้อชัด นี่คือส่วนที่เราคุ้นเคยกับทงคัตสึมากที่สุดส่วนหนึ่ง ถ้าไม่รู้จะเลือกอะไร… ผมว่า Loin เริ่มง่ายครับ
Tenderloin — สันใน
เนื้อละเอียด ไขมันต่ำ Lean กว่า Ribeye และ Loin เหมาะกับคนที่อยากกินทงคัตสึนุ่มๆ แต่ไม่ต้องการไขมันเยอะ แล้วถ้าอยากขยับไปอีกขั้น… ก็คือ Chateaubriand คัดช่วงกลางของ Tenderloin มาอีกที
Signature ของ HAJIME คือ Yaki Katsudon
นอกจากการเลือก Cut ของหมูแล้ว อีกอย่างที่ทำให้ HAJIME แตกต่างคือ Yaki Katsudon Katsudon ที่เราคุ้นกัน ส่วนใหญ่จะเอาทงคัตสึไปทำต่อกับน้ำซอส หอมใหญ่ และไข่ ข้อดีคือฉ่ำและอร่อย แต่ผลข้างเคียงคือ… แป้งที่ทอดมากรอบๆ โดนน้ำซอสจนเริ่มนิ่ม
HAJIME เลือกทำ Yaki Katsudon ซึ่งพยายามรักษา Character ของ Tonkatsu เอาไว้มากขึ้น จึงยังได้ความเป็นหมูทอดอยู่ แต่กินพร้อม ข้าว ไข่ และซอส ในคำเดียวกัน เป็นอีกหนึ่ง Signature ที่ร้านชูค่อนข้างชัดครับ
Chateaubriand Yaki Katsudon มี 2 ขนาด
สำหรับตัวที่ผมพูดถึงมาตลอดอย่าง Chateaubriand ร้านมีให้เลือก Chateaubriand Yaki Katsudon 150 กรัม — 380 บาท และถ้าอยากจัดหนัก 300 กรัม — 590 บาท ตัว 300 กรัมถูกวางเป็น Signature Size แต่เนื่องจาก Chateaubriand เป็นส่วนที่มีปริมาณจำกัด จึงไม่ได้รับประกันว่าจะมีตลอดครับ ใครตั้งใจมากินตัวนี้โดยเฉพาะ อาจต้องเผื่อใจเรื่องของหมดไว้หน่อย
Chateaubriand คือดีย์มาก จากที่ไม่กินสันใน แต่ที่นี่ชอบเลย
สายมันก็มี Ribeye Yaki Katsudon
ส่วนคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า… “ไม่เอา ผมต้องการมัน” ห้าๆๆๆๆๆ มี Pork Ribeye Yaki Katsudon 170 กรัม — 450 บาท และ Thick Cut Signature 340 กรัม — 580 บาท ตัวนี้จะไปคนละทางกับ Chateaubriand ชัดเจน ถ้ากลับไปอีก ผมอยากลองสั่งสองตัวมาเทียบกันเลยครับ Ribeye สายมัน VS Chateaubriand สาย Lean น่าจะสนุกดี
สันนอก ก็ยังอร่อย แต่ใครยังไม่เคยกินสันใน แวะไปกินกันก่อนสำหรับร้านนี้
อย่าเพิ่งราดซอส… Chateaubriand ลองกินกับ Ume Salt ก่อน
อีกอย่างที่ผมชอบของร้านนี้คือ บนโต๊ะมี เกลือให้เลือก 3 แบบ
- Sea Salt — เกลือทะเล
- Wasabi Salt — เกลือวาซาบิ
- Ume Salt — เกลือบ๊วยญี่ปุ่น
ปกติเวลากินทงคัตสึ หลายคนน่าจะหยิบซอสทงคัตสึมาราดก่อนเลย แต่ถ้าสั่ง Chateaubriand ผมว่า… อย่าเพิ่งครับ ลองกินเนื้อเปล่าๆ ก่อนสักคำ แล้วคำต่อมาเอา Ume Salt โรยบนทงคัตสึนิดเดียว เน้นว่า โรยนิดเดียวพอ ไม่ต้องเอาหมูไปจิ้มเกลือนะครับ เพราะ Ume Salt มีทั้งความเค็มและกลิ่นรสของบ๊วยอยู่แล้ว พอโดน Chateaubriand ร้อนๆ แค่บางๆ รสเค็มจะช่วยดึงความหวานของเนื้อหมูขึ้นมา แล้วมีความเปรี้ยวอ่อน ๆ ของ Ume ตามมาตัด
อันนี้… อร่อยมากครับ
โดยเฉพาะ Chateaubriand ของ HAJIME ที่เนื้อละเอียด นุ่ม และฉ่ำอยู่แล้ว ทั้งที่ไขมันไม่เยอะ พอโรย Ume Salt เบาๆ มันไม่ได้เข้าไปกลบรสหมูเหมือนซอส แต่กลับทำให้รสของเนื้อเด่นขึ้นมาอีก ผมถึงรู้สึกว่า จานนี้ไม่จำเป็นต้องรีบราดซอสเลย ถ้าอยากลองให้ครบ ร้านยังมี Sea Salt และ Wasabi Salt ให้เปลี่ยนรสระหว่างคำได้อีก แต่ถ้าถามผมว่าชอบตัวไหน… Ume Salt ครับ โรยนิดเดียวบน Chateaubriand แล้วกินตอนร้อนๆ จากคนที่ปกติไม่ค่อยเลือกทงคัตสึสันใน… รอบนี้ทั้ง Chateaubriand + Ume Salt ทำผมเปลี่ยนใจเลยครับ.
ชูรสหมูทอดได้ดีมาก หวานขึ้นมาเลย
ข้าวกับกะหล่ำปลี เติมได้ตลอดมื้อ
อีกอย่างที่ผมชอบเวลาไปร้านทงคัตสึคือ ข้าวกับกะหล่ำปลีเติมได้ HAJIME ก็มีครับ ร้านระบุว่า Japanese Rice และ Shredded Cabbage เติมได้ตลอดมื้อ กะหล่ำปลีสำคัญมาก โดยเฉพาะถ้ากินหมูชิ้นหนา กินหมู ตามด้วยกะหล่ำปลีกรอบๆ ช่วยตัดความมันและ Reset ปาก แล้วค่อยกลับไปกินหมูใหม่ ส่วนข้าว… เติมได้ก็คือเติมครับ ห้าๆๆๆๆๆ
อยากกินเป็นมื้อเต็ม เพิ่ม Full Course ได้
ในเมนูมี Option Full Course เพิ่ม 150 บาท ได้ทั้ง Set Meal พร้อม Barley Tea แบบ Refill และ Ice Cream เหมาะกับคนที่อยากกินเป็นมื้อเต็มๆ มากกว่าสั่งเฉพาะ Main Dish
ไอติมในคอร์ส ยูสุ สดชื่นมาก
นอกจากหมู มีของทอดอื่นให้ลองด้วย
ถ้ามากันหลายคน ร้านมี À la carte ให้เพิ่มอีกหลายอย่าง
- Fried Shrimp — 120 บาท
- Fried Conger Eel — 260 บาท
- Fried Kisu Fish — 120 บาท
ผมว่ามากัน 2-3 คนแล้วสั่ง Main คนละ Cut จากนั้นเพิ่มของทอดมาแชร์ เป็นวิธีลองร้านนี้ที่น่าสนุกครับ
ส่วนของเมนูเพิ่มเติมนี้ ผมว่าเฉยๆ ถ้าสั่งหมูเซ็ทใหญ่มาแล้วแนะนำไม่ต้องสั่งเพิ่มครับ
กินแค่หมู 300 กว่ากรัม ก็อิ่มมากแล้ว
Tonkatsu HAJIME CentralWorld อยู่ตรงไหน?
- CentralWorld ชั้น 7 ห้อง 709/1
- เปิดประมาณ 10.00–22.00 น.
- เบอร์โทร 084-351-6549
- BTS สยาม หรือ BTS ชิดลม แล้วเดิน Skywalk เข้า CentralWorld
- สามารถจอดรถภายใน CentralWorld ได้
HAJIME มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 ดังนั้นช่วงมื้อกลางวัน มื้อเย็น และวันหยุดอาจมีคิว แนะนำเผื่อเวลาไว้ครับ ผมไปประมาณ 10.30 น. ได้กินตอน 11 โมงกว่า
สรุป รีวิว Tonkatsu HAJIME CentralWorld
ก่อนมาร้านนี้… ถ้าให้ผมเลือกระหว่าง สันนอก กับ สันใน ผมเลือกสันนอกครับ เพราะผมชอบไขมัน และคิดมาตลอดว่าไขมันนี่แหละที่ทำให้ทงคัตสึนุ่มและฉ่ำ แต่ HAJIME ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่สองอย่าง อย่างแรกคือ… Tenderloin กับ Chateaubriand ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันเสียทีเดียว Tenderloin คือสันใน ส่วน Chateaubriand ที่ร้านเสิร์ฟคือการคัดเฉพาะ ช่วงกลางของสันใน ซึ่งมีเนื้อละเอียด นุ่ม และมีปริมาณจำกัด และอย่างที่สอง… เนื้อไม่จำเป็นต้องมีไขมันเยอะ ถึงจะนุ่มฉ่ำได้ เพราะ Chateaubriand ที่ผมกินรอบนี้ ชิ้นหนา ไขมันน้อย แต่กลับนุ่มมาก เนื้อละเอียด และที่สำคัญ… ฉ่ำ
นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจที่สุดของมื้อครับ จากคนที่ปกติเปิดเมนูทงคัตสึแล้วมองข้ามฝั่งสันในแทบทุกครั้ง รอบนี้กลับกลายเป็นว่า… Chateaubriand เป็นตัวที่ผมอยากพูดถึงมากที่สุด ถ้าคุณเป็นสายสันนอกหรือสายมันเหมือนผม แล้วปกติรู้สึกว่า Tenderloin น่าเบื่อหรือกลัวจะแห้ง
ผมว่าไป HAJIME แล้วลอง Pork Chateaubriand ดูสักครั้งครับ อย่างน้อยสำหรับผม… มันทำให้ความคิดที่ว่า “ทงคัตสึจะฉ่ำ ต้องมีมันเยอะๆ” เปลี่ยนไปเลยครับ.















