Road Trip Lake Tekapo New Zealand พัก Airbnb ริมทะเลสาบ เที่ยว Church of the Good Shepherd และอนุสาวรีย์สุนัขแห่ง Mackenzie Country
หลังจากใช้เวลาหลายวันอยู่ที่ Queenstown ทั้งเที่ยว Skyline, ซิ่ง Shotover Jet, ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมภูเขาหิมะ เดินเล่น Queenstown Centre และแวะ Kawarau Bungy Centre ถึงเวลาที่พวกเราต้องเก็บกระเป๋า ย้ายบ้าน ย้ายเมือง กันอีกครั้ง
จุดหมายต่อไปของ Road Trip เกาะใต้ New Zealand คือหนึ่งในทะเลสาบที่ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองมากที่สุด Lake Tekapo หรือ Takapō วันนี้เราจะเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองแห่ง Adventure มาเป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบสี Turquoise รายล้อมด้วยภูเขา พัก Airbnb ใกล้ Lake Tekapo แล้วออกไปตามหาแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ทั้ง Church of the Good Shepherd โบสถ์หินเล็ก ๆ ที่กลายเป็นภาพจำของ Lake Tekapo และ Mackenzie Sheep Dog Memorial อนุสาวรีย์สุนัขที่มีเรื่องราวมากกว่าที่เห็น
วิวสวยมาก นั่งเพลินๆ เผลอแป๊บเดียว เดินเล่นเป็นชั่วโมง ถ่ายรูปเยอะมาก
ย้ายบ้าน ย้ายเมือง มาถึง Lake Tekapo
เสน่ห์อย่างหนึ่งของการ Road Trip เกาะใต้คือ ทุกครั้งที่ย้ายเมือง ภูมิประเทศก็เปลี่ยนตามไปด้วย จาก Queenstown ที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง เมืองคึกคัก และกิจกรรม Adventure พอเดินทางเข้าสู่ Mackenzie Basin พื้นที่รอบตัวจะเริ่มเปิดกว้างขึ้น จนกระทั่งสีฟ้าอมเขียวของ Lake Tekapo ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า และนั่นคือสัญญาณว่า…
ถึงบ้านหลังใหม่ของเราแล้ว
ครั้งนี้เราเลือกพัก Airbnb ใกล้ Lake Tekapo เป็นบ้านทั้งหลังเหมือนเดิม เหมาะมากกับการเดินทางกันหลายคน เพราะมีพื้นที่ส่วนกลาง ทำอาหารได้ และสามารถจอดรถหน้าบ้านได้สะดวก บรรยากาศรอบที่พักต่างจาก Queenstown อย่างชัดเจน บ้านกระจายตัวกัน ไม่วุ่นวาย ถนนเงียบ และไม่ต้องขับรถไกลก็ถึงทะเลสาบ
ข้อดีของการ Road Trip แบบย้ายบ้านไปเรื่อย ๆ คือเราไม่ได้รู้สึกเหมือนมา Check-in สถานที่แล้วกลับ แต่เหมือนได้ลองใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนั้นจริงๆ สักสองสามวัน
มีพื้นที่ส่วนกลาง เหมาะสำหรับมาแบบครอบครัวใหญ่
มีหลายห้อง บ้านนี้มีทั้งหมด 5 ห้อง ห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง
Road Trip นานๆ เหมือนผม 2 สัปดาห์ มีพื้นที่ให้ซักผ้า และอบแห้งได้เลย
ข้อดีคือเป็นส่วนตัวสำหรับมาเป็นครอบครัว ข้อเสียต้องทำอาหารเช้าเอง หรือต้องออกไปกิน
และถ้าหิมะตกหนักมากๆ ไฟจะดับ เหมือนช่วงผมไป แอบดับ หนาวมาก ช่วงกลางคืน พักใหญ่ เพราะที่นี่เมืองเล็ก ถ้าใช้เครื่องทำความร้อนเยอะๆ ไฟฟ้าทั้งเมืองจะไม่พอ และดับ แต่ถ้าเป็นโรงแรมจะมีเครื่องปั่นไฟ
Lake Tekapo ทำไมน้ำถึงเป็นสีฟ้า Turquoise?
Lake Tekapo เป็นทะเลสาบที่ได้รับน้ำจากธารน้ำแข็งและแม่น้ำที่ไหลมาจาก Southern Alps สีฟ้า Turquoise ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ได้เกิดจากการแต่งภาพ แต่เกี่ยวข้องกับอนุภาคหินละเอียดมากที่เรียกว่า Rock Flour หรือ Glacial Flour เมื่อธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวผ่านภูเขา น้ำแข็งจะบดหินด้านล่างจนกลายเป็นผงแร่ขนาดเล็กมาก อนุภาคเหล่านี้ถูกน้ำจากธารน้ำแข็งพัดลงมายังทะเลสาบ
เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ อนุภาคเหล่านี้จะช่วยกระเจิงและสะท้อนแสง จนทำให้น้ำของ Lake Tekapo มีสีฟ้าอมเขียวแบบที่เราเห็น จึงไม่น่าแปลกที่สีของทะเลสาบอาจดูแตกต่างกันในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับแสง เมฆ และสภาพอากาศด้วย ข้อมูลการท่องเที่ยวของ Mackenzie Region ก็อธิบายว่าสี Turquoise อันโดดเด่นของทะเลสาบมาจากอนุภาค Rock Flour จากธารน้ำแข็งเช่นกัน
วันที่เราไปฟ้าค่อนข้างมีเมฆ แต่สีของน้ำก็ยังสวยมาก โดยเฉพาะเมื่อมีภูเขาเป็นฉากหลัง มันเป็นวิวที่ดูเรียบๆ แต่ยืนมองได้นานกว่าที่คิด
ไม่ค่อยจะมีแสงแต่น้ำก็ยังสีสวย
Church of the Good Shepherd สัญลักษณ์ของ Lake Tekapo
ถ้าค้นคำว่า Lake Tekapo ใน Google มีโอกาสสูงมากที่จะเจอภาพโบสถ์หินหลังเล็กริมทะเลสาบแห่งนี้ ชื่อว่า Church of the Good Shepherd
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ โบสถ์แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น Tourist Attraction หรือ Photo Spot ตั้งแต่แรก Church of the Good Shepherd สร้างขึ้นในปี 1935 เพื่อเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและเพื่อรำลึกถึงเหล่า Pioneers หรือผู้บุกเบิกยุคแรกของ Mackenzie Country ทุกวันนี้มันกลับกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค
โบสถ์ที่ตั้งใจสร้างให้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
รายละเอียดที่ผมชอบมากคือแนวคิดในการสร้างโบสถ์ คนสร้างไม่ได้ต้องการให้อาคารหลังนี้โดดออกมาจากภูมิประเทศ แต่ต้องการให้มัน ดูกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งของ Mackenzie Country หินที่ใช้ก่อสร้างเป็นหินท้องถิ่นซึ่งเก็บจากบริเวณใกล้เคียงภายในรัศมีประมาณ 5 ไมล์
มีข้อกำหนดถึงขนาดว่า หินตามแนวกำแพงเดิมและพุ่มไม้ Matagouri รอบพื้นที่ไม่ควรถูกรบกวนโดยไม่จำเป็น ตัวหินที่ใช้กรุอาคารก็ไม่ได้ถูกแต่งผิวจนเรียบ และยังปล่อย Lichen ที่เกาะอยู่บนหินเอาไว้
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม Church of the Good Shepherd ถึงดูเหมือนอยู่ตรงนี้มานานกว่าตัวอาคารจริง ๆ และเข้ากับภูเขา หิน และทะเลสาบรอบตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
หน้าต่างที่ไม่ได้มี Stained Glass แต่ใช้ Lake Tekapo เป็นภาพแทน
อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญอยู่ภายในโบสถ์ ด้านหลังแท่นบูชามีหน้าต่างบานใหญ่ที่ตั้งใจเปิดมุมมองออกไปยัง Lake Tekapo และภูเขาด้านหลัง แทนที่จะใช้กระจกสีอลังการเหมือนโบสถ์หลายแห่ง วิวธรรมชาติด้านนอกกลับทำหน้าที่เหมือน Artwork ของโบสถ์แทน
แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของฟาร์มในพื้นที่ ซึ่งมองว่าวิวทะเลสาบเป็นวิธีที่เหมาะสมในการระลึกถึงบรรพบุรุษผู้บุกเบิก Mackenzie Country เป็น Detail เล็กๆ ที่พอรู้ประวัติแล้วทำให้มองโบสถ์หลังนี้ต่างไปจากเดิมเยอะ
Foundation Stone วางโดย Duke of Gloucester
Church of the Good Shepherd ยังมีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์อีกหลายอย่าง Foundation Stone (“ศิลาฤกษ์” หรือ “หินวางศิลาฤกษ์”) ถูกวางโดย Duke of Gloucester ก่อนที่โบสถ์ที่สร้างเสร็จแล้วจะได้รับการ Dedicate โดย Bishop of Christchurch หลังคาดั้งเดิมเป็น Wooden Shingles ก่อนถูกเปลี่ยนเป็น Slate ในปี 1957
แม้แต่ตู้ภายใน Vestry ก็ยังมีเรื่องราว เพราะทำจากไม้ของ สะพาน Tekapo เก่า ที่ถูกรื้อในปี 1954 จึงเรียกได้ว่าอาคารเล็ก ๆ หลังนี้เก็บประวัติศาสตร์ของพื้นที่เอาไว้หลายชั้นกว่าที่เห็นจากภายนอกมาก
ทุกวันนี้ยังเป็นโบสถ์จริง ไม่ใช่ฉากถ่ายรูป
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนมาเที่ยวคือ Church of the Good Shepherd ยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจจริง มีการจัดพิธีทางศาสนา และยังใช้สำหรับงานแต่งงานและงานศพจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นแม้บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและคนมาถ่ายรูป ก็ควรให้ความเคารพสถานที่ด้วย
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าปัจจุบันตัวโบสถ์ไม่ได้เปิดให้ Walk-in เข้าไปชมด้านในตลอดวัน แต่สามารถเดินชมบริเวณรอบโบสถ์ได้ และสามารถติดต่อเรื่อง Guided Tour หรือเข้าร่วม Service ได้
สำหรับเรา แค่เดินรอบๆ ถ่ายรูปตัวโบสถ์กับ Lake Tekapo และภูเขาด้านหลังก็สวยแล้ว
แล้วหมาที่อยู่ใกล้โบสถ์คือใคร?
เดินจาก Church of the Good Shepherd มาไม่ไกล จะเจอรูปปั้นสุนัข Bronze ยืนอยู่บนแท่นหิน มองออกไปทาง Lake Tekapo ตอนแรกหลายคนรวมถึงผมอาจคิดว่า นี่ต้องเป็นหมาตัวสำคัญในประวัติศาสตร์แน่ๆ คำตอบคือ…
ทั้งใช่และไม่ใช่
เพราะรูปปั้นนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อสุนัขตัวใดตัวหนึ่ง ชื่อที่รู้จักกันคือ Mackenzie Sheep Dog Memorial สร้างขึ้นเพื่อยกย่อง Working Sheepdogs ทั้งหมด ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการทำฟาร์มแกะใน Mackenzie Country (ชื่อเรียก “ภูมิภาค/พื้นที่” (region/area) บริเวณตอนกลางของเกาะใต้ New Zealand)
ทำไมต้องสร้างอนุสาวรีย์ให้ Sheepdog?
ถ้ามองภูมิประเทศรอบ Lake Tekapo ก็เริ่มเข้าใจได้ไม่ยาก Mackenzie Country เป็นพื้นที่ High Country ขนาดใหญ่ มีทั้งภูเขา ที่ราบ และพื้นที่ห่างไกล ในศตวรรษที่ 19 ผู้ตั้งถิ่นฐานจำนวนมากเข้ามาทำ Pastoral Farming โดยเฉพาะการเลี้ยงแกะ แต่การควบคุมแกะจำนวนมากบนพื้นที่กว้างขนาดนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากไม่มีสุนัขทำงาน
Shepherd ชาวสกอตที่เดินทางมายัง New Zealand จึงนำ Border Collies (สุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ต้อนแกะโดยเฉพาะ) และสุนัขต้อนแกะติดตัวมาด้วย Te Ara – The Encyclopedia of New Zealand (สารานุกรมออนไลน์อย่างเป็นทางการของประเทศนิวซีแลนด์ ) ถึงกับอธิบายว่า High Country ของ South Island ไม่สามารถทำฟาร์มได้อย่างประสบความสำเร็จหากไม่มี Collies เหล่านี้
ปี 1968 จึงมีการสร้างอนุสาวรีย์สุนัข Bronze บนแท่นหินใกล้ Church of the Good Shepherd เพื่อเป็นเกียรติแก่ Working Sheepdogs ที่ช่วยให้การพัฒนาและจัดการ High Country Runs เป็นไปได้
พูดง่ายๆ คือ…
ถ้าผู้บุกเบิก คือ คนที่สร้าง Mackenzie Country ขึ้นมา Sheepdog ก็คือเพื่อนร่วมงานที่ขาดไม่ได้
แล้วสุนัขชื่อ Friday ที่หลายคนพูดถึงล่ะ?
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1855 และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ก่อนจะถูกเล่าต่อจนกลายเป็นตำนานของพื้นที่ James Mackenzie ชายชาวสกอต ถูกพบอยู่ในพื้นที่ High Country พร้อมฝูงแกะประมาณ 1,000 ตัวที่ถูกขโมยมาจาก Levels Station โดยมีสุนัขต้อนแกะคู่ใจชื่อ Friday อยู่กับเขาด้วย
ลองนึกภาพตาม…
ผู้ชายหนึ่งคน + สุนัขหนึ่งตัว + แกะประมาณ 1,000 ตัว กำลังเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาอันห่างไกลของ New Zealand ในปี 1855 Mackenzie ถูกจับและต่อมาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานขโมยแกะ แม้ภายหลังเขาจะได้รับการอภัยโทษเนื่องจากพบข้อบกพร่องในกระบวนการพิจารณาคดี แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นโด่งดังมาก และชื่อของเขาก็ถูกนำมาเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่า Mackenzie Country
ส่วน Friday กลายเป็นสุนัขในตำนาน เพราะเรื่องราวเล่าถึงความสามารถในการช่วย Mackenzie ควบคุมฝูงแกะจำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับ Friday หลายส่วนถูกเล่าต่อและเติมแต่งภายหลัง จึงควรแยกออกจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
และตรงนี้เองที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า… รูปปั้นสุนัขที่ Lake Tekapo คือ Friday แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ รูปปั้นนี้คือ Mackenzie Sheep Dog Memorial สร้างขึ้นเพื่อยกย่อง Working Sheepdogs ทุกตัว ที่ช่วย Shepherd ต้อนแกะและทำฟาร์มบนพื้นที่ High Country อันกว้างใหญ่ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อ Friday โดยเฉพาะ
พูดง่ายๆ คือ James Mackenzie + Friday = เรื่องราวที่กลายเป็นตำนานของ Mackenzie Country แต่ สุนัขที่ Lake Tekapo = อนุสรณ์แทนสุนัขต้อนแกะทุกตัว ดังนั้นถ้าใครมายืนตรงนี้แล้วได้ยินว่า “นี่คือรูปปั้น Friday” ก็รู้ไว้เลยว่าเรื่องราวสองเรื่องถูกเอามารวมกันจนกลายเป็นความเข้าใจผิดครับ
Church กับ Sheepdog Memorial จริงๆ กำลังเล่าเรื่องเดียวกัน
พอรู้ประวัติทั้งสองแห่งแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าการวางอนุสรณ์ทั้งคู่ไว้ใกล้กันมีความหมายมาก Church of the Good Shepherd สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง Pioneers ผู้บุกเบิก Mackenzie Country
ส่วน Mackenzie Sheep Dog Memorial สร้างขึ้นเพื่อยกย่อง Working Dogs ที่ช่วยให้คนเหล่านั้นสามารถเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ High Country ได้
หนึ่งแห่งพูดถึงคน อีกแห่งพูดถึงสุนัขที่ทำงานเคียงข้างคน ทั้งสองจึงไม่ได้เป็นเพียง Photo Spot ริม Lake Tekapo แต่ช่วยกันเล่าเรื่องการตั้งถิ่นฐานและวิถี Pastoral ของ Mackenzie Country พอรู้เรื่องนี้แล้ว การเดินดูโบสถ์กับรูปปั้นหมาก็สนุกกว่าการมาถ่ายรูปแล้วกลับเยอะ
Lake Tekapo สำหรับผม ไม่ได้มีดีแค่สีของทะเลสาบ
สิ่งที่ผมชอบ Lake Tekapo คือความเรียบง่าย เมืองไม่ได้ใหญ่ ไม่ได้มี Shopping เยอะ ไม่ได้มีกิจกรรมหวาดเสียวทุกหัวมุมแบบ Queenstown แต่แค่เดินลงมาริมทะเลสาบก็ได้เห็นน้ำสี Turquoise มีภูเขาเป็นฉากหลัง และอากาศเย็นๆ ให้เดินเล่นได้เรื่อยๆ
พอมี Church of the Good Shepherd กับ Sheep Dog Memorial อยู่ริมทะเลสาบ ก็ยิ่งทำให้สถานที่นี้ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มีเรื่องราวของคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่ High Country แห่งนี้ด้วย
สำหรับ Road Trip ของเรา Lake Tekapo จึงเป็นเหมือนการเปลี่ยนจังหวะของทริป จากหลายวันที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและการเดินทาง… มาสู่เมืองที่แค่ได้นั่งมองทะเลสาบก็มีความสุขแล้ว
และตอนกลางคืน Lake Tekapo ยังมีอีกโลกหนึ่ง
ถ้ากลางวัน Lake Tekapo มีชื่อเสียงจากน้ำสี Turquoise กลางคืนพระเอกจะเปลี่ยนเป็น ท้องฟ้า พื้นที่ Lake Tekapo อยู่ภายใน Aoraki Mackenzie International Dark Sky Reserve ซึ่งก่อตั้งในปี 2012 เพื่ออนุรักษ์ท้องฟ้ามืดของ Mackenzie Basin และส่งเสริมทั้งงานวิจัยทางดาราศาสตร์กับ Astrotourism
ตอนก่อตั้ง ที่นี่เป็น International Dark Sky Reserve แห่งแรกในซีกโลกใต้ และแห่งแรกที่ได้รับระดับ Gold Tier หากท้องฟ้าเปิดและตรงกับช่วงเดือนมืด มีโอกาสเห็นดาวจำนวนมหาศาล รวมถึงแนว Milky Way และในคืนที่กิจกรรม Aurora แข็งแรงพอ ประกอบกับท้องฟ้าและทิศทางเหมาะสม ก็มีโอกาสลุ้น Aurora Australis หรือ Southern Lights ได้เช่นกัน แน่นอนว่าเรื่องธรรมชาติไม่มีใครรับประกันได้
แต่การได้พักบ้านใกล้ Lake Tekapo ทำให้เราสามารถออกมาดูท้องฟ้าได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องรีบขับรถกลับเมืองอื่น และนี่คืออีกเหตุผลที่ผมรู้สึกว่า… Lake Tekapo ไม่ควรเป็นแค่จุดแวะถ่ายรูป แต่ควรลองนอนที่นี่อย่างน้อยสักคืน
สรุป Lake Tekapo คุ้มกับการพักไหม?
สำหรับผม คุ้ม โดยเฉพาะถ้ากำลัง Road Trip เกาะใต้ แทนที่จะขับผ่าน Lake Tekapo เพื่อถ่ายรูป Church of the Good Shepherd แล้วเดินทางต่อ ลองพักสักคืนหรือสองคืน กลางวันเดินเล่นริมทะเลสาบ ชม Church of the Good Shepherd และ Sheep Dog Memorial เย็นกลับมาทำอาหารกินที่บ้าน กลางคืนออกมาลุ้นดาวและ Milky Way แล้วเช้าวันต่อไปค่อยเดินทางต่อ มันเป็นจังหวะการเที่ยวที่ช้าลงจาก Queenstown อย่างชัดเจน แต่กลับเข้ากับบรรยากาศของ Mackenzie Country มาก
และสำหรับ Road Trip ของเรา… Lake Tekapo ยังไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย เพราะจากที่นี่ เรากำลังจะเดินทางลึกเข้าไปใน Southern Alps เพื่อไปยังหนึ่งในสถานที่ที่ผมรอมากที่สุดของทริป Aoraki / Mount Cook National Park
แต่เอาไว้ไปต่อกันในตอนหน้าครับ



























