รีวิว Oniku To Gohan Groove CentralWorld ร้านยากินิกุที่ไม่ได้มีดีแค่เนื้อ A5 เพราะ “ข้าวญี่ปุ่น” อร่อยจนต้องพูดถึง
จะมีสักกี่คน… ที่ไปร้านเนื้อย่าง เพราะอยากกิน “ข้าว”!
ปกติไปกิน Yakiniku เราก็คงคิดถึงเนื้อก่อนใช่ไหมครับ A5 Wagyu, ลิ้นวัว, Kalbi เนื้อลายสวย ๆ ย่างบนเตาร้อนๆแต่ร้านนี้แปลกหน่อย… เพราะสิ่งที่ทำให้ผมอยากมาลอง กลับเป็น ข้าว ห้าๆๆๆๆๆ ร้านชื่อ Oniku To Gohan (おにくとごはん。) ถ้าแปลตรงตัวก็ประมาณว่า “เนื้อกับข้าว” ชื่อไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ
แล้ว Concept ร้านก็ตรงตัวเหมือนชื่อ คือไม่ได้อยากให้เนื้อเป็นพระเอกอยู่คนเดียว แต่ตั้งใจทำให้ “ข้าว” สำคัญพอๆ กับเนื้อ ตอนแรกผมก็แอบคิดนะ… ข้าวญี่ปุ่นมันจะต่างกันขนาดไหนเชียว จนได้ลองจริง
เออ… ข้าวอร่อยจริงครับ
นุ่ม หนึบ หอม มีความหวานของข้าว กินเปล่าๆ ก็ยังอร่อย แล้วพอเอาไปกินกับ Hitachi Wagyu A5 ร้อน ๆ ที่เพิ่งย่างเสร็จ… เริ่มเข้าใจชื่อร้านเลยครับ
ร้านอยู่ Groove at CentralWorld ชั้น 2
แนะนำจองก่อนนะครับ ผมไปเหลือที่สุดท้ายพอดี ตอนประมาณบ่ายโมง
เตาแอบเล็ก ใช้ถ่าน แต่ร้อนดีนะครับ ย่างเนื้อต้องไฟแรงๆ
น้ำจิ้มมีให้เลือกหลายแบบ พร้อมเกลือพริกไทย และผงโรยข้าว
Oniku To Gohan เป็นร้านจากญี่ปุ่นหรือเปล่า?
เห็นชื่อร้านเป็นภาษาญี่ปุ่น บรรยากาศร้านก็ญี่ปุ่น เมนูก็ Yakiniku เต็มตัว ตอนแรกหลายคนน่าจะคิดเหมือนผมว่าเป็นร้านดังจากญี่ปุ่นที่มาเปิดเมืองไทย แต่จริงๆ Oniku To Gohan เป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ในสไตล์ Japanese Yakiniku ไม่ใช่เชนร้านดังที่ยกมาจากญี่ปุ่นครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ Concept ร้านไม่ได้เริ่มจากคำว่า “เราจะขาย Wagyu แพงที่สุด” แต่จับคู่สิ่งธรรมดามาก ๆ สองอย่างเข้าด้วยกัน Oniku = เนื้อ และ Gohan = ข้าว กลายเป็นแนวคิด “Meat + Rice” ฟังเหมือนง่ายนะ แต่ผมว่าฉลาดดี เพราะเนื้อย่างดีๆ ถ้ากินกับข้าวที่เฉยๆ มันก็เหมือนขาดอะไรไปนิดนึง
ร้านนี้เลยพยายามทำให้สองอย่างดีไปพร้อมกัน
ข้าวคือหนึ่งในพระเอกของร้านจริง ๆ
ข้าวที่ร้านใช้เป็น ข้าวญี่ปุ่นจากฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ ในถังไม้ญี่ปุ่น Ohitsu แค่เปิดฝาก็ได้กลิ่นข้าวร้อนๆ ขึ้นมาแล้วครับ ผมสั่ง ข้าวญี่ปุ่น Small 300 กรัม ราคา 150 บาท ตอนแรกเห็น 300 กรัม ก็คิดว่า… Small จริงเหรอ ห้าๆๆๆๆๆ (แต่พอได้กิน แบ่ง 2 คนด้วย เหมือนจะไม่พอละ ห้าๆๆๆๆ) แต่ถ้ามากินเนื้อย่าง ผมว่ากำลังดีเลย เม็ดข้าวนุ่ม มีความหนึบ หอม แล้ว มีความหวานของตัวข้าวเอง ผมลองกินเปล่าๆ ก่อน อร่อยจริง ไม่ได้ต้องพึ่งซอสหรือเนื้อถึงจะกินได้
ตรงนี้ผมว่าเป็นรายละเอียดที่ทำให้ร้านแตกต่างจาก Yakiniku ทั่วไปพอสมควร เพราะร้านอื่นเรามักสั่งข้าวมาเป็น “ตัวประกอบ” แต่ร้านนี้… เหมือนตั้งใจให้เรากินข้าวจริงจังครับ
ส่วนของข้าวทางร้านเสิร์ฟมาในถังไม้ และพนักงานจะมาตักให้เรื่อยๆ ถ้าหมด…
แล้วเนื้อล่ะ?
แน่นอนครับ ร้านชื่อ Oniku To Gohan มี Gohan แล้วก็ต้องมี Oniku ห้าๆๆๆๆๆ รอบนี้ผมสั่งทั้งเนื้อวัวและหมูมาลองหลายอย่าง พระเอกฝั่งเนื้อคือ
Hitachi Wagyu A5 Rosu — 430 บาท
ตัวแรกคือ เนื้อวากิวสันนอกส่วนบน ราคา ลายไขมันสวยมาก ตัวนี้ผมแนะนำว่าอย่าย่างนาน ลงเตาร้อนๆ ให้ด้านนอกเริ่มเกรียม กลับอีกด้าน แล้วกินเลย ไขมันจะเริ่มละลายออกมา เนื้อนุ่ม หอม และมีความหวานของไขมันวากิว
กินเปล่าก็ดี แต่พอเอาวางบนข้าวร้อนๆ… อันนี้แหละครับ Oniku To Gohan เนื้อกับข้าวจริง ๆ
เกือบละลายในปาก นิ่มฉ่ำมาก หรือจะกินแบบกรอบๆ ด้านนอกปล่อยไว้
กลับแล้วเอาขึ้นเลยก็อร่อยไปอีกแบบ
Hitachi Wagyu A5 Kalbi — 360 บาท
อีกตัวคือ เนื้อวากิวส่วนติดซี่โครง จะมีไขมันเยอะขึ้นมาอีกหน่อย เวลาย่างกลิ่นจะหอมมาก ด้านนอกเกรียมนิดๆ ด้านในยังนุ่ม ตัวนี้ยิ่งเหมาะกับกินกับข้าวครับ เพราะความมันของเนื้อกับข้าวร้อนๆ มันเข้ากันอยู่แล้ว ถ้ารู้สึกหนักไปก็สลับกินผักหรือเครื่องเคียงช่วยตัดได้
เมนูนี้ชอบเป็นการส่วนตัว มานาน ของที่นี่ใช้ได้ หมักในโอ่ง
ลิ้นวัวหั่นหนา — 380 บาท
สายลิ้นวัวต้องลองครับ ผมชอบ Texture ของลิ้นวัวแบบหนามากกว่าแบบบางอยู่แล้ว เวลาย่างให้ด้านนอกมีความเกรียม ด้านในยังเด้งๆ อยู่ เคี้ยวแล้วมี Texture ชัด ไม่ต้องปรุงอะไรเยอะก็อร่อยครับ
ลิ้นหนา ฟินเวอร์ จิ้มเกลือพริกไทย พอ !!!
ไม่ได้มีแต่เนื้อ A5 เมนูราคาหลักร้อยต้น ๆ ก็มี
อันนี้เป็นอีกอย่างที่ผมชอบ ร้านไม่ได้บังคับว่าเข้ามาแล้วต้องกินแต่ Wagyu จานละหลายร้อย มีเมนูหมูราคาจับต้องง่ายให้สั่งมาสลับกันด้วย รอบนี้ผมลอง (ขอแฟน แฟนไม่กินเนื้อ)
ลิ้นหมูส่วนใต้ลิ้น ราคา 100 บาท คอหมู ราคา 120 บาท และ หมูสามชั้นหมักมิโซะเผ็ด ราคา 130 บาท
เผื่อแฟนใครไม่กินเนื้อแบบแฟนผม พาไปได้ มีหมูน่ากินไม่แพ้กัน
ทำให้มื้อนี้ไม่ได้มีแต่เนื้อมันๆ อย่างเดียว โดยเฉพาะหมูสามชั้นมิโซะเผ็ด รสจะจัดขึ้นมาอีกนิด กินกับข้าวดีมาก แต่ต้องระวังไฟนิดนึง เพราะมีซอสหมัก ย่างเพลินๆ ไหม้ง่ายกว่าพวกเนื้อที่ไม่ได้หมักครับ
กระดูกอ่อนปลาฉลาม 180 บาท
อีกเมนูที่ผมสั่งมาเป็นของกินเล่นคือ กระดูกอ่อนปลาฉลาม ราคา 180 บาท เป็นเมนูด้วยความอยากลอง ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ลองให้รู้ ผมว่ามันเหมาะกับเป็นกับแกล้มมากกว่า เค็มๆ คาวๆ ห้าๆๆๆๆ ใครไม่มั่นใจแนะนำอย่าสั่งครับ ครีบปลากระเบนน่าจะกินง่ายกว่า
ผักกาดหอมกับมิโซะเผ็ด 100 บาท
กินเนื้อกันเยอะแล้ว ต้องหาผักมาช่วยหน่อย ห้าๆๆๆๆๆ ผมสั่ง ผักกาดหอมคู่มิโซะเผ็ด ราคา 100 บาท เอาไว้ห่อเนื้อ หรือกินสลับระหว่าง Wagyu ที่มีไขมันค่อนข้างสูง ช่วยตัดความมันได้ดีมาก บางคำผมเอาเนื้อ + ข้าวนิดนึง + มิโซะเผ็ด แล้วห่อผักกินพร้อมกัน ได้อีกอารมณ์เลยครับ
ข้าวเหลือ… อย่าเพิ่งทิ้ง
อีก Detail เล็กๆ ที่ผมชอบของร้านนี้คือ ถ้ากินเนื้อหมดแล้วแต่ข้าวใน Ohitsu ยังเหลือ ร้านสามารถเอาข้าวที่เหลือไปทำเป็น Onigiri ให้เรานำกลับบ้านได้ด้วย ผมว่ามันเข้ากับ Concept ร้านดีนะ เพราะในเมื่อร้านจริงจังกับข้าว ก็ไม่อยากให้ข้าวดีๆ ที่เหลืออยู่ต้องทิ้งไปเฉยๆ จากข้าวที่กินกับเนื้อในร้าน กลายเป็นข้าวปั้นกลับบ้านต่อได้อีก
ชอบ ชอบ แต่… ข้าวผมหมด อดเลย
มื้อนี้ 1,950 บาท
มาสรุปราคากันหน่อยครับ
รอบนี้ผมสั่ง
- ลิ้นวัวหั่นหนา 380 บาท
- Hitachi Wagyu A5 Rosu 430 บาท
- Hitachi Wagyu A5 Kalbi 360 บาท
- ลิ้นหมูส่วนใต้ลิ้น 100 บาท
- คอหมู 120 บาท
- หมูสามชั้นหมักมิโซะเผ็ด 130 บาท
- ข้าวญี่ปุ่น Small 300g 150 บาท
- กระดูกอ่อนปลาฉลาม 180 บาท
- ผักกาดหอมคู่มิโซะเผ็ด 100 บาท
รวมมื้อนี้ 1,950 บาท
ได้ลองทั้ง Hitachi Wagyu A5 สองส่วน, ลิ้นวัว หมูอีกหลายแบบ ของกินเล่น ผัก แล้วก็ข้าวญี่ปุ่นที่ผมตั้งใจมากินตั้งแต่แรก ส่วนตัวผมว่าราคาไม่ได้ถูกนะ แต่เมื่อดูจากสิ่งที่สั่งและมี A5 Wagyu อยู่ด้วย ผมว่ารับได้ครับ
สรุป Oniku To Gohan คุ้มไหม?
สิ่งที่ผมจำได้หลังออกจากร้าน แปลกตรงที่ไม่ใช่แค่ Wagyu แต่เป็น… ข้าว ห้าๆๆๆๆๆ แน่นอนว่า Hitachi Wagyu A5 ดีครับ ทั้ง Rosu และ Kalbi มีความนุ่ม หอม และไขมันสวยสมกับเป็น Wagyu ลิ้นวัวหั่นหนาก็เป็นอีกจานที่ผมชอบ แต่สิ่งที่ทำให้ร้านนี้มี Character ต่างจากร้าน Yakiniku อื่นสำหรับผมคือ ร้านกล้าบอกตั้งแต่ชื่อเลยว่า เนื้ออย่างเดียวไม่พอ ต้องมีข้าวดีๆ กินคู่กันด้วย แล้วพอได้ลองข้าวจากฟุกุโอกะร้อนๆ ใน Ohitsu จริงๆ
ผมเข้าใจ Concept ร้านเลยครับ ถ้าเป็นสายเนื้ออย่างเดียว ร้าน Yakiniku ดีๆ ในกรุงเทพฯ มีให้เลือกเยอะมาก แต่ถ้าเป็นคนประเภทที่เวลาเห็นเนื้อย่างแล้วต้องถามทันทีว่า… “ข้าวมารึยัง?” ผมว่าร้านนี้น่าจะถูกใจครับ
ข้อมูลร้าน Oniku To Gohan (おにくとごはん。)
- Groove at CentralWorld ชั้น 2
- BTS สยาม หรือ BTS ชิดลม แล้วเดิน Skywalk เข้า CentralWorld
- สามารถจอดรถภายใน CentralWorld ได้
- เปิดทุกวันประมาณ 11.00–00.00 น.
แนะนำตรวจสอบเวลาทำการของร้านอีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงครับ





















