รีวิว The Emerald Coffee Shop บุฟเฟต์ Foie Gras Theatre ตับห่าน 10 เมนู! จากซูชิฟัวกราส์ในตำนาน สู่มื้อที่แทบทุกทางมีตับห่าน
ใครเคยกินบุฟเฟต์ The Emerald เมื่อก่อน น่าจะจำ “ซูชิตับห่าน” กันได้ครับ ช่วงหนึ่งเมนูนี้ดังมาก คนไปกินกันเยอะมาก และผมเองก็จำ The Emerald ได้จาก Foie Gras Sushi เหมือนกัน แต่รอบนี้กลับมาอีกที… เหมือนร้านคิดว่า “ซูชิตับห่านอย่างเดียวมันน้อยไป” ห้าๆๆๆๆๆ
เพราะรอบนี้มาในธีม SHOWTIME: Foie Gras Theatre ไม่ได้มีฟัวกราส์แค่หนึ่งหรือสองเมนู แต่จัดมาเป็น 10 เมนูพิเศษ มีตั้งแต่
- Foie Gras Oba Shiso
- Foie Gras Terrine
- Foie Gras Chawanmushi
- Foie Gras & Wagyu Donburi
- Foie Gras Handroll
- Foie Gras Nigiri
- Foie Gras Risotto
- Wagyu Rossini
ไปจนถึง… Foie Gras Crème Brûlée และ Raspberry Crumble ใช่ครับ Crème Brûlée ก็ยังมีฟัวกราส์ ห้าๆๆๆๆๆ แล้วที่ผมชอบคือหลายเมนูไม่ได้เอาฟัวกราส์มาใส่เพื่อให้ดูแพงอย่างเดียว แต่จับคู่กับ Wagyu ซึ่งเป็น Combination ที่ปกติถ้าไปกินในร้านญี่ปุ่นหรือร้าน Fine Dining ราคาก็ไม่เบาแล้ว
ดังนั้นรอบนี้ถ้าเป็นคนชอบทั้ง Foie Gras + Wagyu ผมว่า… เตรียมท้องมาให้ดีครับ
ตับห่านใหญ่ๆ มาเต็มไม่ต้องกลัวว่าจะหมด
ซูชิตับห่านในตำนาน
The Emerald Coffee Shop บุฟเฟต์โรงแรมย่านรัชดา
The Emerald Coffee Shop อยู่ที่ ชั้น 1 โรงแรม The Emerald Hotel Bangkok ย่านรัชดาฯ ใกล้ MRT ห้วยขวาง รอบนี้เป็น Premium Sushi & Seafood Dinner Buffet เวลาให้บริการมื้อค่ำ 18.00–22.00 น. Concept หลักยังเป็น International Buffet ที่มีอาหารหลายกลุ่ม ตั้งแต่ อาหารญี่ปุ่น, Sushi & Sashimi, Seafood, อาหารไทย, อาหารยุโรป, Pasta, Teppanyaki, Carving ไปจนถึงของหวาน
แต่ถ้าถามผมว่ารอบนี้ควรเดินไปตรงไหนก่อน… Foie Gras ครับ ห้าๆๆๆๆๆ เพราะเป็น Highlight ที่แตกต่างจากบุฟเฟต์ทั่วไปชัดที่สุด
ติ่มซำ ขาหมู ก็อร่อย อย่างละนิด อย่างละหน่อย
Foie Gras Theatre — จากเมนูดังเมนูเดียว กลายเป็น 10 เมนู
ผมชอบชื่อ Foie Gras Theatre นะ เพราะรอบนี้ร้านไม่ได้ทำแค่ Station ตับห่านแล้วจบ แต่เหมือนเอาฟัวกราส์มาเป็นวัตถุดิบหลัก แล้วให้เชฟตีความออกมาเป็นอาหารหลายรูปแบบ จากญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, ตะวันตก ไปจนถึงเมนูที่ค่อนข้างทดลองอย่างของหวาน รวมทั้งหมด 10 เมนู
คือ
- Foie Gras Oba Shiso
- Foie Gras Terrine
- Foie Gras Chawanmushi
- Foie Gras & Wagyu Donburi
- Foie Gras Handroll
- Foie Gras Nigiri
- Foie Gras Risotto
- Wagyu Rossini
- Foie Gras Crème Brûlée
- Warm Raspberry Crumble
ถ้าจะกินให้ครบ… ต้องวางแผนครับ อย่าเพิ่งเดินไปตักข้าวผัดเต็มจานตั้งแต่รอบแรก ห้าๆๆๆๆๆ
Foie Gras Nigiri — เมนูที่ผมยังยกให้เป็น The Best
เริ่มจากตัวที่ผมจำ The Emerald ได้ก่อนเลย Foie Gras Nigiri หรือซูชิฟัวกราส์ อันนี้สำหรับผม… The Best เพราะมันเป็น Combination ที่เข้าใจง่ายมาก ข้าวซูชิ กับฟัวกราส์ ความมันของตับห่านเจอกับข้าวพอดีคำ ทำให้กินง่ายกว่าการกินฟัวกราส์เป็นชิ้นใหญ่ๆ เปล่าๆ และนี่เป็นหนึ่งในเมนูที่ทำให้บุฟเฟต์ The Emerald เป็นที่พูดถึงมานานด้วย ดังนั้นถ้ามาครั้งแรกแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน… ผมเริ่มตัวนี้ครับ
Foie Gras Handroll — ตับห่านในแบบที่สนุกขึ้น
อีกตัวที่ผมชอบคือ Foie Gras Handroll อันนี้ Feeling ต่างจาก Nigiri ชัดเจน เปลี่ยนจากซูชิคำเล็กๆ มาเป็น Handroll ที่ได้ทั้งสาหร่าย ข้าว และเครื่องต่าง ๆ อยู่ในคำเดียว ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเป็นวิธีกินฟัวกราส์ที่ดู Modern ขึ้น และทำให้ตับห่านไม่รู้สึกหนักจนเกินไป ถ้ากิน Foie Gras Nigiri ไปแล้ว…
ผมว่า Handroll เป็นตัวที่ควรตามมาครับ
Foie Gras & Wagyu Donburi — ของแพงสองอย่างมาเจอกัน
มาถึง Combination ที่ผมชอบมาก Foie Gras & Wagyu Donburi แค่ชื่อก็รู้แล้วครับว่า… เบาไม่ได้ ห้าๆๆๆๆๆ มีทั้ง Wagyu มีทั้ง Foie Gras แล้วกินกับข้าว อันนี้คือ Combination ที่ถ้าไปสั่งในร้านอาหารญี่ปุ่นดี ๆ ราคามักขึ้นเร็วมาก เพราะวัตถุดิบหลักสองอย่างก็ Premium ทั้งคู่ แต่พอมาอยู่ในบุฟเฟต์… มันทำให้เราลองได้ง่ายขึ้นเยอะ
สำหรับคนชอบเนื้ออย่างผม ผมว่าตัวนี้เป็นหนึ่งในเมนูที่ไม่ควรข้าม เพราะฟัวกราส์มีความมันและ Rich อยู่แล้ว พอจับกับ Wagyu ก็ไปสุดทางเลย ดังนั้น Portion ที่ร้านทำไม่ใหญ่ ผมว่าดีด้วยนะ ได้ชิม อร่อย แล้วไปต่อเมนูอื่นได้
Wagyu Rossini — คู่คลาสสิกของเนื้อกับฟัวกราส์
ถ้า Foie Gras & Wagyu Donburi เป็นฝั่งญี่ปุ่น อีกฝั่งหนึ่งที่จับ เนื้อ + ฟัวกราส์ เหมือนกันคือ Wagyu Rossini Rossini เป็นการจับเนื้อกับ Foie Gras ในสไตล์ฝรั่งเศส ในป้ายของร้านระบุว่าใช้ วากิวพรีเมียม จับคู่กับฟัวกราส์ และมี Truffle Sauce เข้ามาเสริม ตัวนี้เลยต่างจาก Donburi ชัดเจน Donburi คือข้าวญี่ปุ่น Rossini คือ Feeling ฝรั่งเศสและเข้มข้นกว่า แต่แกนกลางเหมือนกันคือ… เนื้อ + ตับห่าน คนชอบเนื้ออย่างผมเจอสองตัวนี้ในบุฟเฟต์เดียว… ก็ต้องลองทั้งคู่ครับ
Foie Gras Chawanmushi — เปลี่ยนฟัวกราส์ให้กินเบาลง
อีกตัวที่น่าสนใจคือ Foie Gras Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นญี่ปุ่นกับฟัวกราส์ อันนี้เป็นการเปลี่ยน Character ไปอีกทาง เพราะ Chawanmushi มี Texture นุ่มและรสค่อนข้าง Delicate อยู่แล้ว เมื่อใส่ฟัวกราส์เข้าไป จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการกินตับห่านที่ต่างจากการกินแบบย่างหรือวางบนข้าว ผมว่าเหมาะเอาไว้คั่นระหว่างเมนูหนักๆ ดีครับ ไม่อย่างนั้นถ้ากิน
Nigiri → Donburi → Rossini
ติดกัน… อาจต้องพักยก ห้าๆๆๆๆๆ
Foie Gras Risotto
ต่อด้วยฝั่งอิตาเลียน Foie Gras Risotto จากป้ายเมนูของร้านเป็น Risotto ที่จับคู่กับฟัวกราส์และเห็ด Concept นี้เข้ากันอยู่แล้ว เพราะ Risotto มีความ Creamy ส่วน Foie Gras ก็มีความ Rich นี่จึงเป็นหนึ่งในเมนูที่น่าจะเหมาะกับคนที่อยากกินฟัวกราส์ในรูปแบบ Main Dish มากขึ้น แต่ผมแนะนำเหมือนเดิม… อย่าตักเยอะ (บอกพนักงานว่าไม่ต้องเยอะ) เพราะเรายังเหลืออีกหลายเมนูครับ
Foie Gras Terrine — ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมขึ้นมาอีกหน่อย
Foie Gras Terrine เป็นอีกวิธีกินฟัวกราส์แบบคลาสสิกของฝรั่งเศส แทนที่จะย่างแบบชิ้นร้อนๆ จะเป็นการเตรียมฟัวกราส์ให้มี Texture เนียนและแน่นขึ้น ในป้ายของ The Emerald เสิร์ฟมาพร้อมองค์ประกอบผลไม้ ซึ่งช่วยเพิ่มรสหวานและเปรี้ยวเข้ามาตัดความ Rich ของฟัวกราส์ ถ้าอยากรู้ว่า Foie Gras ไม่ได้มีแค่แบบย่าง… ลองตัวนี้ครับ
Foie Gras Oba Shiso — เพิ่มความสดชื่นจากใบชิโสะ
อีกเมนูคือ Foie Gras Oba Shiso ชื่อ Oba/Shiso ก็บอก Character แล้วว่าเอาความหอมสดชื่นของใบชิโสะญี่ปุ่นมาช่วยตัดกับความมันของ Foie Gras อันนี้เป็นอีกแนวทางที่ผมว่าฉลาด เพราะ Challenge ของการทำ Foie Gras หลายเมนูในมื้อเดียวคือ… ทำยังไงไม่ให้คนกินเลี่ยนก่อน ดังนั้นการมีทั้ง Shiso สาหร่าย ข้าว ผลไม้ และวัตถุดิบที่มีความเปรี้ยว เข้ามาช่วยเปลี่ยนรสระหว่างเมนู สำคัญมากครับ
เดี๋ยวนะ… Foie Gras Crème Brûlée?
มาถึงตัวที่ชื่อสะดุดที่สุด Foie Gras Crème Brûlée ครั้งแรกที่เห็นผมก็ประมาณ… “เอาจริงดิ?” ห้าๆๆๆๆๆ เพราะ Crème Brûlée ในหัวเราคือของหวาน แต่ร้านเอา Foie Gras เข้าไปอยู่ใน Concept นี้ด้วย จากคำอธิบายบนป้าย เป็นเมนูที่เล่นกับความมันของฟัวกราส์ ความ Creamy และผิวด้านบนที่เบิร์นแบบ Crème Brûlée
ผมว่าเมนูแบบนี้คือเหตุผลที่ชื่อ Foie Gras Theatre เหมาะดี เพราะไม่ได้เล่น Safe อย่างเดียว มีตัวที่เชฟลองเอาฟัวกราส์ไปอยู่ใน Format ที่เราไม่ค่อยเห็นด้วย
Warm Raspberry Crumble — จบด้วยของหวาน
อีกเมนูในชุด Foie Gras Theatre คือ Warm Raspberry Crumble จากป้ายเป็นของหวาน Raspberry Crumble เสิร์ฟอุ่นๆ ตัวนี้เหมาะเอาไว้ปิด Sequence หลังจากผ่านเมนู Rich ๆ มาเยอะแล้ว เพราะ Raspberry มี Character เปรี้ยวหวาน ช่วยเปลี่ยนรสในปากก่อนเข้าสู่ของหวานส่วนอื่นของ Buffet ได้ดี
ชอบตรง Portion ไม่ใหญ่ เลยลองได้หลายอย่าง
อันนี้เป็น Detail ที่ผมชอบมากของรอบนี้ เมนู Foie Gras หลายตัวทำมาเป็น Portion ไม่ใหญ่ บางคนอาจมองว่าเล็ก แต่สำหรับผม… ถูกแล้วครับ เพราะนี่คือ Buffet ถ้า Foie Gras & Wagyu Donburi มาเป็นชามใหญ่แบบร้าน À la carte… จบครับ กินชามเดียวแล้วกลับบ้านได้เลย ห้าๆๆๆๆๆ แต่พอ Portion เล็ก เราสามารถกิน Nigiri, Handroll, Donburi, Chawanmushi, Rossini แล้วค่อยกลับไปซ้ำตัวที่ชอบได้ และ Station ต่างๆ ก็ทยอยเติมอาหารอยู่เรื่อยๆ
ผมว่ารูปแบบนี้เหมาะกับ Concept มากกว่า เพราะเป้าหมายคือ ลองให้หลากหลาย ไม่ใช่กินเมนูเดียวให้อิ่ม
ไม่ได้มีแต่ Foie Gras — Sushi & Sashimi ก็มาเต็ม
ถึงรอบนี้ผมจะพูดถึงตับห่านเยอะมากจนเหมือนเป็น Foie Gras Buffet ห้าๆๆๆๆๆ แต่จริงๆ Main Buffet ยังเป็น Premium Sushi & Seafood Dinner Buffet ฝั่งอาหารญี่ปุ่นมีทั้ง Sushi และ Sashimi จากที่ผมไป… ซาชิมิมาเต็มครับ มีปลาให้เลือกหลายอย่าง และไลน์อาหารญี่ปุ่นโดยรวมดูน่ากินมาก อันนี้สำคัญสำหรับผม เพราะหลังจากกิน Foie Gras ไปหลายเมนูแล้ว
การกลับมากินปลาดิบสด ๆ ช่วย Reset ปากได้ดีมาก แล้วค่อย… กลับไป Foie Gras ใหม่ ห้าๆๆๆๆๆ
ซาชิมิน่ากินมาก สดใหม่ หยุดไม่ได้…
ซูชิมาเต็มหลากหลายหน้า
Seafood เอาไว้แก้เลี่ยนได้ดีมาก
ต่อจาก Sashimi ก็มี Seafood มีทั้ง กุ้ง ปู หอยนางรมสด รวมถึง Seafood on Ice และกุ้งแม่น้ำเผา ผมว่า Seafood มีบทบาทสำคัญมากในมื้อนี้นะ เพราะ Theme Foie Gras มัน Rich มาก กินตับห่านติดกันหลายเมนูยังไงก็มีโอกาสเลี่ยน ผมเลยใช้วิธี Foie Gras → Sashimi → Seafood → กลับไป Foie Gras แบบนี้ไปได้เรื่อยกว่าครับ
ใครตั้งใจจะเก็บ 10 เมนูให้ครบ… วาง Strategy นิดหนึ่ง ห้าๆๆๆๆๆ
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ Wagyu ก็อย่ามองข้าม
อีกตัวที่ผมว่าไม่ควรพลาดคือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ Wagyu ถึงมื้อนี้จะมี Wagyu ไปจับคู่กับ Foie Gras หลายเมนูแล้ว แต่การได้ Wagyu มาในรูปแบบก๋วยเตี๋ยว เป็นการเปลี่ยน Feeling ไปอีกแบบ โดยเฉพาะช่วงกลางหรือปลายมื้อ ได้ซุปร้อนๆ เส้น กับเนื้อ ช่วยเปลี่ยนจากอาหารมันๆ Richๆ ได้ดี ถ้าเป็นสายเนื้อเหมือนผม… อย่ากิน Foie Gras จนลืมตัวนี้ครับ
อันนี้ต้องลองซุปร้อนๆ เนื้อวากิวนุ่ม…
มี Carving Highlight หมุนเวียนทุกวัน
อีกส่วนที่น่าสนใจของ Dinner Buffet คือ Carving Station ไม่ได้เสิร์ฟเมนูเดิมทุกวัน แต่จะหมุนเวียน Highlight เช่น Beef Wellington, Pork Ham, Lamb Rack และเมนูพิเศษอื่นๆ ดังนั้นวันที่ไปต่างกัน อาจเจอ Carving Highlight ไม่เหมือนกัน ผมว่าตรงนี้ดีสำหรับคนที่กลับมากินมากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะไม่ได้รู้สึกว่าไลน์เหมือนเดิมทุกอย่างครับ
แล้ว Foie Gras Theatre มีทุกวันไหม?
ตรงนี้ต้องแยกจาก Dinner Buffet ปกติให้ชัดครับ ส่วนของ SHOWTIME: Foie Gras Theatre เป็น Special Event จะมีทุกวันศุกร์ อาทิตย์ เว้นอาทิตย์ 18.00–22.00 น. ดังนั้นถ้าตั้งใจมาเพราะอยากเก็บ Foie Gras 10 เมนู โดยเฉพาะ ต้องตรวจสอบรอบกิจกรรมกับโรงแรมก่อนจองครับ
ราคา Premium Sushi & Seafood Dinner Buffet
ข้อมูลโปรโมชั่นที่ได้รับสำหรับ เดือนกันยายน 2569 ราคาปกติ 2,001 บาท แต่สำหรับสมาชิกโรงแรม มี Member Special Offer เหลือ
1,369 บาทสุทธิ / ท่าน
ใช้ได้ วันจันทร์–เสาร์ ตลอดเดือนกันยายน 2569 ตามเงื่อนไขโปรโมชั่นที่ได้รับ ถ้ามองเฉพาะตัวเลข 1,369 บาท แล้วมื้อที่ไปมีทั้ง Sushi, Sashimi, Seafood, Wagyu, Carving, อาหารนานาชาติ และโดยเฉพาะถ้าตรงกับรอบ Foie Gras Theatre ผมว่าคนที่ชอบ Foie Gras มีของให้เล่นเยอะมากครับ
โดยเฉพาะ Foie Gras + Wagyu เพราะไปกินสองอย่างนี้แบบ À la carte ร้านดีๆ ไม่กี่จาน… ราคาก็ขึ้นเร็วแล้ว
The Emerald Coffee Shop อยู่ตรงไหน?
- อยู่ที่ ชั้น 1 โรงแรม The Emerald Hotel Bangkok
- ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
- ใกล้ MRT ห้วยขวาง
- Premium Sushi & Seafood Dinner Buffet เวลา 18.00–22.00 น.
- สำรองที่นั่ง / สอบถามโปรโมชั่น: 02-276-4567
- LINE OA: @TheEmeraldHotel
สำหรับ SHOWTIME: Foie Gras Theatre อย่าลืมตรวจสอบกับทางโรงแรมก่อนนะครับ โปรโมชั่นและรอบกิจกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำสอบถามโรงแรมอีกครั้งก่อนเดินทาง
สรุป รีวิว The Emerald Coffee Shop — Foie Gras Theatre
ถ้าถามว่ารอบนี้อะไรคือพระเอก… Foie Gras ครับ ไม่ต้องคิดนานเลย ห้าๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะคนที่เคยรู้จัก The Emerald จาก ซูชิตับห่าน แบบผม ผมว่ารอบนี้เหมือนเอาความทรงจำนั้นมาขยายใหญ่ขึ้น จากเดิม… Foie Gras Sushi เป็นหนึ่งในเมนูดังของ Buffet กลายเป็น Foie Gras Theatre 10 เมนู มีทั้งญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน, ข้าว, ซูชิ, Handroll, Chawanmushi, Risotto, Wagyu ไปจนถึง Crème Brûlée เรียกว่า… แทบหันไปทางไหนก็เจอตับห่าน ห้าๆๆๆๆๆ
แต่ถ้าให้ผมเลือกจริงๆ Foie Gras Nigiri ยังเป็น The Best เป็นเมนูที่เรียบง่าย แต่ผมว่ากินแล้วเข้าใจฟัวกราส์ได้ดีที่สุดตัวหนึ่ง รองลงมาผมชอบไอเดียของ Foie Gras Handroll แล้วสำหรับสายเนื้อ… Foie Gras & Wagyu Donburi กับ Wagyu Rossini สองตัวนี้อย่าข้ามครับ เพราะการเอา Wagyu มาจับกับ Foie Gras เป็น Combination ที่ Rich มากก็จริง แต่ถ้าทำ Portion พอดี มันกลายเป็นข้อดีของ Buffet เลย ลองหนึ่ง พักด้วย Sashimi ไปกิน Oyster กลับมากินอีกหนึ่ง แบบนี้สนุกกว่าเยอะ และอย่าลืมว่า Buffet ยังมีทั้ง Sushi, Sashimi, Seafood, กุ้งแม่น้ำ, Carving, Teppanyaki, อาหารไทย อาหารยุโรป และของหวานอีก
ดังนั้นถ้ามา… อย่าทุ่มพื้นที่ในท้องให้ตับห่านทั้งหมดตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก ถึงมันจะยากก็เถอะ ห้าๆๆๆๆๆ
สำหรับผม Foie Gras Theatre ทำให้ The Emerald Coffee Shop รอบนี้น่าสนใจกว่าการเป็น International Buffet ที่มีของเยอะ เพราะมี Theme ให้เรา “ตามเก็บ” มีเมนูให้เปรียบเทียบ แล้วทำให้วัตถุดิบอย่าง Foie Gras ที่ปกติเราอาจกินอยู่ไม่กี่รูปแบบ… กลายเป็นของเล่นของเชฟถึง 10 เมนูในมื้อเดียว
ใครเป็นสาย Foie Gras + Wagyu + อาหารญี่ปุ่น + Seafood ผมว่า Theme นี้ตรงมากครับ ส่วนผม… ถ้ากลับไปอีกรอบ ซูชิตับห่านก่อนเลยครับ แล้วค่อยว่ากัน ห้าๆๆๆๆๆ






































