ฮ่องกง 1 วัน สายมูต้องไป! ไหว้เจ้าแม่กวนอิม 2 วัดดัง ขอพรเงินทอง เปิดทรัพย์ พร้อมวิธีไหว้และแก้บน
หลังจาก Road Trip เที่ยว New Zealand กันมาหลายวัน ทั้งเกาะใต้และเกาะเหนือ ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงเมืองสุดท้ายของทริปอย่าง Auckland แต่แทนที่จะบินกลับประเทศไทยเลย เราเลือกบินกับ Cathay Pacific โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Hong Kong และพักค้างคืนอีก 1 คืน เหตุผลหลักก็ง่ายมากครับ…
ตอนจองตั๋ว เราพบว่าตัวเลือกที่แวะฮ่องกงราคาถูกกว่า ในเมื่อประหยัดค่าตั๋วได้ แถมมีเวลาเที่ยวเพิ่มอีกวัน ก็จัดไปเลยสิครับ ฮ่าๆๆ จากทริป Road Trip New Zealand เลยกลายเป็นทริปที่มี Hong Kong แถมท้ายมาอีกหนึ่งเมือง แต่รอบนี้เราไม่ได้ตั้งใจมาเดิน Shopping หรือเที่ยวสวนสนุกนะครับ เพราะมีเวลาเพียงวันเดียว ก่อนบินกลับไทยช่วงเย็น
เราเลยเลือกเที่ยวแบบ สายมู ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม 2 แห่งที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง โดยเฉพาะเรื่องการขอพรเงินทอง การงาน และความเป็นสิริมงคล หนึ่งแห่งอยู่ริมทะเลที่ Repulse Bay อีกแห่งคือ Kwun Yum Temple, Hung Hom วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำที่โด่งดังเรื่องพิธีเปิดพระคลัง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม” ระหว่างวันยังได้แวะกินติ่มซำร้านดัง Tim Ho Wan ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกลับสนามบิน แวะ POP MART อีกนิดหน่อย แล้วเดินทางกลับประเทศไทย เรียกว่า…
เหลือเวลาเที่ยวแค่วันเดียว แต่ก็ยังไม่ยอมกลับง่ายๆ ครับ ฮ่าๆๆ
พัก Novotel Citygate Hong Kong ใกล้สนามบินและ Citygate Outlets
หลังจากเดินทางมาถึงฮ่องกง เราเข้าพักที่โรงแรม Novotel Citygate Hong Kong อีกหนึ่งคืน โรงแรมแห่งนี้อยู่ใกล้ Hong Kong International Airport และมีทางเชื่อมไปยัง Citygate Outlets ซึ่งเป็นศูนย์การค้า Outlet ขนาดใหญ่ของฮ่องกง จุดเด่นของทำเลนี้คือเหมาะกับคนที่ต้องการพักใกล้สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นการแวะเปลี่ยนเครื่องหรือพักค้างคืนระหว่างเดินทาง นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้สถานี Tung Chung ของรถไฟ MTR ทำให้สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก
ส่วน Citygate Outlets มีทั้งร้านแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์กีฬา และร้านอาหารหลายประเภท สำหรับคนชอบ Shopping ผมว่าทำเลแบบนี้น่าสนใจมากครับ แต่สำหรับเรา… มีห้างอยู่ใกล้ขนาดนี้ แต่ไม่มีเวลาเดิน Shopping เลย! ฮ่าๆๆ แอบเสียดายเหมือนกัน เพราะตอนแรกคิดว่าอย่างน้อยน่าจะได้เดินดูของบ้าง แต่ด้วยเวลาที่จำกัด และวันรุ่งขึ้นเรามีโปรแกรมออกไปไหว้พระกันตั้งแต่เช้า สุดท้ายจึงเลือกพักผ่อนที่โรงแรมมากกว่า ส่วนใครที่ตั้งใจมา Shopping ที่ Citygate Outlets จริงๆ ผมแนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน จะได้ไม่ต้องรีบเหมือนเรา
เช้าวันใหม่ในฮ่องกง — วันนี้มีเวลาเที่ยวแค่วันเดียว!
หลังจากพักผ่อนกันหนึ่งคืน เช้าวันต่อมาเราก็ลงมากินอาหารเช้าที่โรงแรมก่อนออกเดินทาง วันนี้ต้องบริหารเวลากันพอสมควรครับ เพราะเที่ยวบินกลับประเทศไทยออกช่วงเย็น เราจึงมีเวลาเที่ยวฮ่องกงจริงๆ เพียงช่วงเช้าถึงบ่ายเท่านั้น แทนที่จะเลือกเดิน Shopping หรือเที่ยวแลนด์มาร์กทั่วไป เราตัดสินใจใช้เวลาที่มีไปกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2 แห่งที่มีชื่อเสียงมากของฮ่องกง ทั้งสองแห่งเกี่ยวข้องกับ เจ้าแม่กวนอิม เหมือนกัน แต่มีบรรยากาศและจุดเด่นแตกต่างกันพอสมควร
แห่งแรกคือ Kwun Yam Shrine ที่ Repulse Bay ศาลเจ้าริมทะเลที่มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ พร้อมเทพเจ้าและจุดมงคลหลายแห่ง อีกแห่งคือ Kwun Yum Temple ที่ Hung Hom วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องพิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งผู้ศรัทธานิยมไปขอพรด้านการเงินและความมั่งคั่ง
แต่ก่อนจะเริ่มไหว้ เรามาทำความรู้จักกับเจ้าแม่กวนอิมกันสักหน่อยครับ
เจ้าแม่กวนอิมคือใคร? ทำไมคนฮ่องกงถึงศรัทธามาก?
เจ้าแม่กวนอิม (Guanyin / Kwun Yam) หรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นพระโพธิสัตว์สำคัญในพุทธศาสนามหายาน ในความเชื่อของชาวจีน เจ้าแม่กวนอิมเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตากรุณาและการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ ผู้ศรัทธาจึงนิยมสักการะเพื่อขอพรเรื่องความสงบสุข สุขภาพ ความปลอดภัย และการผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ในฮ่องกงมีวัดและศาลเจ้าที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมอยู่หลายแห่ง และยังมีประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการขอพรเรื่องการเงินด้วย โดยเฉพาะพิธีที่เรียกว่า Kwun Yum Treasury Opening (觀音開庫) หรือพิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิม เป็นประเพณีที่ผู้ศรัทธาเดินทางมาขอพรเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่ง โดยมีการรับเงินมงคลเชิงสัญลักษณ์จากพระคลัง คนไทยจึงมักเรียกพิธีนี้ว่า…
“ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม”
แต่ต้องอธิบายก่อนว่า การยืมเงินในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปขอเงินสดจากวัดนะครับ เป็นพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อ ไม่ใช่การกู้ยืมเงินจริง และไม่ได้รับประกันว่าผู้ทำพิธีจะร่ำรวยขึ้น นอกจากนี้พิธีเปิดพระคลังยังมีวันจัดเฉพาะตามปฏิทินจันทรคติจีน ไม่ใช่ว่าสามารถเดินทางมาทำพิธีรูปแบบเดียวกันได้ทุกวัน ส่วนการเข้าไปสักการะและขอพรตามปกติสามารถทำได้ในวันเปิดทำการของวัด
Repulse Bay — ชายหาดชื่อดังที่มีศาลเจ้าเจ้าแม่กวนอิมริมทะเล
จุดหมายแรกที่เราจะพาไปทำความรู้จักคือ Repulse Bay (รีพัลส์เบย์) Repulse Bay เป็นชายหาดชื่อดังทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งพร้อมชายหาดทราย และเป็นย่านที่พักอาศัยระดับหรูแห่งหนึ่งของฮ่องกง บริเวณนี้มีทั้งอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนริมทะเล แต่สำหรับทริปนี้ เราไม่ได้มาเล่นน้ำหรือเดินชายหาดเป็นหลักครับ เพราะบริเวณปลายชายหาดมีศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง นั่นคือ Kwun Yam Shrine หรือศาลเจ้าเจ้าแม่กวนอิม Repulse Bay สิ่งที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้โดดเด่นคือรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่คู่กับรูปปั้นเจ้าแม่ทับทิม (Tin Hau) เทพีแห่งท้องทะเลตามความเชื่อจีน ทั้งสององค์มีขนาดสูงประมาณ 10 เมตร และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเดินเข้ามาในบริเวณศาลเจ้า
นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ พระปู้ไต้ สัตว์มงคล สะพานอายุยืน และจุดสักการะอีกหลายแห่ง ทำให้สถานที่นี้มีความแตกต่างจากวัดจีนทั่วไปที่อาจมีเพียงอาคารหลักและแท่นบูชาภายใน ที่ Repulse Bay เราสามารถเดินชมและสักการะตามจุดต่างๆ ได้ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเล บางจุดเกี่ยวข้องกับการเงินและโชคลาภ บางจุดเกี่ยวข้องกับสุขภาพและอายุยืน บางจุดเกี่ยวข้องกับครอบครัวและความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งหมดเป็นความเชื่อและธรรมเนียมที่ได้รับการถ่ายทอดกันมา โดยไม่จำเป็นต้องทำครบทุกจุดจึงจะถือว่าได้มาสักการะครับ
เริ่มต้นเส้นทางไหว้เจ้าแม่กวนอิม Repulse Bay
เมื่อมาถึงบริเวณศาลเจ้า สิ่งแรกที่เห็นคือรูปปั้นเทพเจ้าขนาดใหญ่และสิ่งมงคลจำนวนมาก สำหรับคนที่มาเป็นครั้งแรก อาจไม่แน่ใจว่าควรเริ่มไหว้จากจุดไหนก่อน จริงๆ แล้วไม่ได้มีลำดับบังคับว่าต้องไหว้ครบทุกองค์หรือเริ่มจากองค์ใดเสมอไป แต่เพื่อให้เดินเที่ยวได้ง่ายและไม่สับสน เราจะเริ่มจาก เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของศาลเจ้า จากนั้นค่อยเดินไปสักการะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เจ้าแม่ทับทิม พระปู้ไต้ และจุดมงคลอื่นๆ ตามความสนใจ โดยเฉพาะใครที่ตั้งใจมาไหว้ขอพรเรื่องเงินทอง…
อย่าเพิ่งรีบกลับหลังไหว้เจ้าแม่กวนอิมนะครับ เพราะยังมีเทพเจ้าแห่งโชคลาภและจุดมงคลอีกหลายแห่งให้แวะสักการะ
จุดที่ 1 เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ — ขอพรความเมตตาและให้ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรค
เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณ Kwun Yam Shrine ที่ Repulse Bay สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่ ที่ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางรูปปั้นเทพเจ้าองค์อื่นๆ เจ้าแม่กวนอิม หรือ Guanyin (觀音) เป็นพระโพธิสัตว์สำคัญในพุทธศาสนามหายาน โดยมีพระนามในภาษาสันสกฤตว่า Avalokiteśvara คำว่า Guanyin มีความหมายเกี่ยวข้องกับการสดับรับฟังเสียงแห่งความทุกข์ของสรรพสัตว์ สะท้อนถึงความเมตตากรุณาที่เป็นหัวใจสำคัญของความศรัทธาต่อพระโพธิสัตว์องค์นี้
ผู้คนจึงนิยมมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องความสงบสุข ความปลอดภัย สุขภาพ และการผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ แม้หลายคนจะมาไหว้เพื่อขอพรเรื่องการเงิน แต่ตามคติพุทธมหายาน เจ้าแม่กวนอิมไม่ได้เป็นเทพเจ้าแห่งเงินทองโดยเฉพาะนะครับ ความสำคัญหลักอยู่ที่พระเมตตาและการช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบความทุกข์
วิธีไหว้เจ้าแม่กวนอิม
เมื่อเดินมาถึงหน้าองค์เจ้าแม่ ให้ยืนในบริเวณที่เปิดให้สักการะ หันหน้าเข้าหาองค์เจ้าแม่และประนมมือ ตั้งจิตให้สงบก่อนกล่าวคำอธิษฐาน สามารถกล่าวชื่อของตนเองและเรื่องที่ต้องการขอพรได้เลย ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีนครับ หากต้องการถวายธูปหรือเครื่องบูชา ให้ปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องการจุดธูป
ตัวอย่างคำอธิษฐานเจ้าแม่กวนอิม
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ขอให้มีสติปัญญาในการดำเนินชีวิต สามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี และขอให้สิ่งที่ข้าพเจ้าตั้งใจทำด้วยความสุจริตประสบความสำเร็จด้วยเทอญ”
ถ้ามีเรื่องที่ต้องการขอพรเป็นพิเศษ สามารถระบุเพิ่มได้ เช่น ขอให้การงานราบรื่น ครอบครัวมีความสุข หรือมีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิต
ถ้าสมหวังแล้วต้องแก้บนอย่างไร?
หากไม่ได้บนบานสิ่งใดไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องแก้บนครับ สามารถกลับมาสักการะ ถวายดอกไม้หรือผลไม้ตามที่ศาลเจ้าอนุญาต หรือทำบุญช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตามกำลังศรัทธา สำหรับผู้ที่เคยบนบานไว้ ควรทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ หากเป็นสิ่งที่เหมาะสมและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองหรือผู้อื่น
จุดที่ 2 เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย — ขอพรเงินทอง โชคลาภ และธุรกิจ
สำหรับใครที่ตั้งใจมาไหว้ขอพรเรื่องการเงิน จุดนี้น่าสนใจมากครับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (Cai Shen / Choi Sun) เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและความมั่งคั่งตามความเชื่อจีน ผู้ศรัทธานิยมขอพรเรื่องการค้าขาย ธุรกิจ รายได้ การงาน และความมั่นคงทางการเงิน ในวัฒนธรรมจีน ความมั่งคั่งไม่ได้หมายถึงการมีเงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับความเจริญรุ่งเรืองของกิจการ ความสำเร็จในการทำงาน และความอุดมสมบูรณ์ของครอบครัวด้วย
วิธีไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย
ยืนหน้าองค์เทพ ประนมมือและกล่าวคำอธิษฐาน โดยสามารถระบุเรื่องที่ต้องการขอพรได้อย่างชัดเจน บางธรรมเนียมนิยมนำธนบัตรมาถือไว้ระหว่างอธิษฐาน แล้วเก็บเป็นเงินขวัญถุง มีเรื่องเล่าต่อกันว่าบางคนจะนำธนบัตรไปลูบตามรูปปั้นเทพเจ้าเพื่อเสริมโชคลาภ แต่ควรทำเฉพาะเมื่อสถานที่อนุญาตให้สัมผัสเท่านั้นนะครับ เรื่องเลขท้ายธนบัตรมงคลที่บางรีวิวแนะนำ ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ใช่เงื่อนไขที่ศาลเจ้ากำหนด
ตัวอย่างคำอธิษฐานขอเงินทอง
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ขอให้ข้าพเจ้ามีโอกาสทางการเงินที่ดี มีรายได้เพิ่มพูนจากการทำงานและธุรกิจที่สุจริต ขอให้มีลูกค้าและผู้สนับสนุนที่ดี มีเงินเก็บ มีทรัพย์สินมั่นคง และสามารถบริหารเงินทองได้อย่างมีสติ ขอให้กิจการและการงานมีความเจริญรุ่งเรืองด้วยเทอญ”
ขอพรเรื่องเงินทองต้องระบุจำนวนเงินไหม?
ไม่จำเป็นครับ
ถ้าต้องการขอให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า อาจกล่าวถึงเป้าหมายของตัวเอง เช่น ต้องการให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น มีรายได้มั่นคง หรือมีโอกาสขยายกิจการ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกจำนวนเงินที่ต้องการอย่างละเอียด สำหรับคนที่ทำธุรกิจส่วนตัว อาจขอให้กิจการมีความมั่นคง พบเจอลูกค้าและคู่ค้าที่ดี รวมถึงมีสติในการบริหารเงินทอง
วิธีขอบคุณเมื่อสมหวัง
สามารถกลับมาสักการะ ถวายผลไม้มงคล หรือทำบุญตามกำลังศรัทธา หากเคยบนบานว่าจะทำสิ่งใดไว้ ก็ควรทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินเกินกำลังของตัวเอง
จุดที่ 3 เจ้าแม่ทับทิม — ขอพรความปลอดภัยในการเดินทาง
อีกหนึ่งองค์สำคัญของศาลเจ้าริมทะเลแห่งนี้คือ เจ้าแม่ทับทิม หรือ Tin Hau (天后) เจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพีแห่งท้องทะเลตามความเชื่อจีน ได้รับความเคารพอย่างมากจากชาวประมงและผู้เดินเรือ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งของจีนตอนใต้และฮ่องกง ในอดีตผู้คนมักขอพรให้เดินเรือปลอดภัย แต่ปัจจุบันผู้ศรัทธายังนิยมขอพรเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยของครอบครัวด้วย สำหรับฮ่องกงที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับการเดินเรือและการค้าทางทะเล ความศรัทธาต่อ Tin Hau จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นมายาวนาน
วิธีไหว้เจ้าแม่ทับทิม
ยืนหันหน้าเข้าหาองค์เจ้าแม่ ประนมมือและตั้งจิตอธิษฐาน สามารถขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง การประกอบอาชีพ หรือความสงบสุขของครอบครัวได้
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะเจ้าแม่ทับทิม ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวเดินทางไปทุกแห่งด้วยความปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุและภัยอันตราย ขอให้การเดินทางทุกครั้งราบรื่น และกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพด้วยเทอญ”
สำหรับทริปของเราที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็น ผมว่าจุดนี้เข้ากับการเดินทางมากเลยครับ
การขอบคุณเมื่อสมหวัง
หากเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและต้องการแสดงความขอบคุณ สามารถกลับมาสักการะในโอกาสต่อไป หรือทำบุญตามกำลังศรัทธาได้
จุดที่ 4 พระปู้ไต้ — ขอพรเรื่องความสุข ครอบครัว และบุตร
อีกหนึ่งรูปปั้นที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจคือ พระปู้ไต้ (Budai) ซึ่งมีลักษณะเป็นพระอ้วนยิ้มแย้ม ท้องใหญ่ ในประเทศไทยมักมีผู้เรียกรูปแบบนี้ว่าพระสังกัจจายน์ แต่ในคติจีน พระปู้ไต้มีเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง จึงไม่ควรถือว่าเป็นบุคคลเดียวกันโดยตรง พระปู้ไต้เป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดี ในความเชื่อพื้นบ้านบางกลุ่มยังนิยมขอพรเรื่องครอบครัวและการมีบุตรด้วย
วิธีไหว้พระปู้ไต้
ประนมมือและกล่าวคำอธิษฐานเกี่ยวกับความสุขของครอบครัวหรือความปรารถนาเรื่องบุตร บางธรรมเนียมนิยมลูบท้องรูปปั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ต้องดูข้ออนุญาตของสถานที่ก่อนครับ
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอให้ครอบครัวของข้าพเจ้ามีความสุข ความรัก ความเข้าใจ และความสามัคคี ขอให้สมาชิกทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง มีความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต หากข้าพเจ้าและครอบครัวมีความปรารถนาเรื่องบุตร ขอให้มีโอกาสสมหวังและสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างอบอุ่นด้วยเทอญ”
การขอบคุณเมื่อสมหวัง
สามารถทำบุญช่วยเหลือเด็กหรือครอบครัวที่ขาดแคลน หรือกลับมาสักการะตามความเหมาะสม
จุดที่ 5 สะพานอายุยืน — เดินข้ามสะพานเพื่อความเป็นสิริมงคล
อีกหนึ่งจุดยอดนิยมของ Repulse Bay คือ Longevity Bridge หรือสะพานอายุยืน สะพานสีแดงแห่งนี้มีความเชื่อว่าการเดินข้ามจะช่วยเสริมสิริมงคลเรื่องสุขภาพและอายุยืน มีตำนานเล่าต่อกันว่าการเดินข้ามสะพานหนึ่งครั้งจะช่วยเพิ่มอายุได้ แต่แต่ละแหล่งเล่าระยะเวลาแตกต่างกัน บางแห่งบอก 3 วัน บางแห่งบอก 3 ปี จึงควรมองเป็นความเชื่อเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ครับ
วิธีเดินสะพานอายุยืน
ธรรมเนียมที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มนิยมทำคือเริ่มก้าวขึ้นสะพานด้วยเท้าซ้าย เดินข้ามไปข้างหน้าอย่างสงบ และก้าวลงด้วยเท้าขวา แต่ไม่ได้เป็นข้อบังคับของสถานที่ และไม่จำเป็นต้องทำตามหากไม่สะดวก
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ปราศจากโรคภัยที่ร้ายแรง และมีความสุขในทุกช่วงวัยด้วยเทอญ”
ต้องกลับมาแก้บนไหม?
การเดินข้ามสะพานไม่ได้เป็นการบนบาน จึงไม่จำเป็นต้องกลับมาแก้บน แต่ถ้าอยากแสดงความขอบคุณ สามารถทำบุญหรือกลับมาเยี่ยมชมสถานที่ในโอกาสต่อไปได้ครับ
จุดที่ 6 ศาลาแปดเหลี่ยม — ขอพรความสมดุลและความเจริญรุ่งเรือง
อีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวชอบแวะคือศาลาแปดเหลี่ยมบริเวณริมทะเล ในความเชื่อฮวงจุ้ย รูปทรงแปดเหลี่ยมมักเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ปากั้ว (Bagua) ซึ่งใช้แทนทิศทางและความสมดุล นักท่องเที่ยวบางกลุ่มจึงนิยมมาอธิษฐานขอความเป็นสิริมงคลในชีวิต การงาน และการเงิน อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงศาลาแห่งนี้กับพิธีขอพรเฉพาะรูปแบบเป็นธรรมเนียมที่มีการเล่าต่อกัน
วิธีอธิษฐาน
ยืนในบริเวณที่เปิดให้เข้าชม ตั้งจิตให้สงบ และกล่าวคำอธิษฐาน ไม่จำเป็นต้องสัมผัสสิ่งก่อสร้างหรือทำสัญลักษณ์พิเศษใดๆ
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้ามีความสมดุล ทั้งสุขภาพ ครอบครัว การงาน และการเงิน ขอให้มีสติในการตัดสินใจ พบเจอโอกาสที่ดี และมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงด้วยเทอญ”
หากไม่ได้บนบานไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องแก้บนเช่นเดียวกันครับ
แล้วต้องไหว้ทุกจุดไหม?
จริงๆ แล้วไม่จำเป็นครับ เพราะแต่ละจุดเป็นความเชื่อและธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไป ถ้ามีเวลามาก สามารถเดินชมและสักการะได้หลายจุด แต่ถ้ามีเวลาจำกัดแบบทริปของเรา ผมแนะนำให้เลือกจุดที่ตรงกับความตั้งใจของตัวเองมากที่สุด เช่น หากต้องการขอพรเรื่องการเงิน ก็เน้นเจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ถ้าอยากขอพรเรื่องสุขภาพ ก็เพิ่มสะพานอายุยืน
ส่วนใครกำลังเดินทางท่องเที่ยว ก็สามารถสักการะเจ้าแม่ทับทิมเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางได้ สำหรับผม เสน่ห์ของ Repulse Bay อยู่ที่การได้เดินชมความเชื่อหลายรูปแบบในสถานที่เดียวกัน พร้อมบรรยากาศริมทะเลที่แตกต่างจากวัดจีนในย่านเมือง และถ้าถามว่าเราต้องเชื่อทุกอย่างที่เล่าต่อกันมาหรือไม่?
ผมว่าไม่จำเป็นครับ
บางอย่างเป็นประเพณี บางอย่างเป็นความเชื่อพื้นบ้าน และบางอย่างเป็นเรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อกันมาหลายรุ่น สิ่งสำคัญคือการสักการะด้วยความเคารพ ไม่รบกวนผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎของสถานที่ เพราะการมาเที่ยวศาลเจ้าแบบนี้ นอกจากการขอพรแล้ว เรายังได้เรียนรู้วัฒนธรรมและความเชื่อของผู้คนในฮ่องกงไปพร้อมกันด้วย
จาก Repulse Bay ไปต่อวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ
หลังจากเดินเที่ยวและไหว้เจ้าแม่กวนอิมริมทะเลกันแล้ว เราก็เตรียมเดินทางต่อไปยังอีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงมากของฮ่องกง นั่นคือ Kwun Yum Temple, Hung Hom หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ ถ้า Repulse Bay เป็นสถานที่ที่รวมความเชื่อหลายด้าน ทั้งโชคลาภ สุขภาพ ครอบครัว และความปลอดภัยในการเดินทาง วัดฮ่องฮำก็มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปครับ เพราะที่นี่โด่งดังเรื่อง การขอพรด้านการเงิน การค้าขาย และพิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิม หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า…
“ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม”
แต่การยืมเงินที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปขอเงินสดจากวัดนะครับ เป็นพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อ เพื่อขอความเป็นสิริมงคลด้านการงาน การเงิน และความมั่งคั่ง ที่สำคัญคือพิธีเปิดพระคลังมีวันจัดเฉพาะตามปฏิทินจันทรคติจีน ไม่ใช่ว่ามาวันไหนก็สามารถทำพิธีแบบเดียวกันได้ทุกวัน
ส่วนวันปกติ ผู้ศรัทธายังสามารถเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมและขอพรได้ตามเวลาเปิดของวัด และที่น่าสนใจคือวัดฮ่องฮำไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะเรื่องเงินทองเท่านั้น แต่ยังมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1873 รวมถึงเรื่องเล่าจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำให้ผู้คนมีความศรัทธาต่อวัดแห่งนี้อย่างมาก จากศาลเจ้าริมทะเลที่ Repulse Bay เราจึงกำลังเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นวัดเก่าแก่ใจกลางย่านชุมชนฮ่องกง เดี๋ยวเราไปทำความรู้จักประวัติของวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ จุดสักการะสำคัญ และวิธีขอพรเรื่องการงานและเงินทองกันต่อครับ
วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ วัดเก่าแก่กว่า 150 ปี ที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องเงินทอง
Kwun Yum Temple, Hung Hom — วัดเจ้าแม่กวนอิมที่โด่งดังเรื่องการเงิน
หลังจากไหว้เจ้าแม่กวนอิมริมทะเลที่ Repulse Bay กันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อมายังอีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงมากของฮ่องกง Kwun Yum Temple, Hung Hom (紅磡觀音廟) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ Station Lane ในย่าน Hung Hom ฝั่ง Kowloon ซึ่งต่างจาก Repulse Bay ที่มีบรรยากาศริมทะเลอย่างชัดเจน เพราะที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ขนาดไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารและย่านชุมชนของฮ่องกง
แต่ถึงจะเป็นวัดเล็กๆ…
ความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อวัดแห่งนี้ไม่เล็กเลยครับ โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจ ค้าขาย หรืออยากขอพรเรื่องความมั่นคงทางการเงิน เพราะวัดฮ่องฮำเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงเรื่อง พิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิม (Kwun Yum Treasury Opening) ซึ่งหลายคนรู้จักในชื่อ “พิธียืมเงินเจ้าแม่กวนอิม” แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องพิธีเปิดพระคลัง เรามาทำความรู้จักประวัติของวัดแห่งนี้กันก่อนครับ
ประวัติวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1873
วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1873 หรือในช่วงปลายราชวงศ์ชิงของจีน ปัจจุบันมีอายุมากกว่า 150 ปีแล้ว ภายในวัดประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมเป็นองค์ประธาน และยังมีเทพเจ้าตามความเชื่อจีนอีกหลายองค์ให้ผู้ศรัทธาสักการะ แม้ตัวอาคารจะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเหมือนวัดชื่อดังบางแห่งในฮ่องกง แต่กลับเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวบ้านในย่าน Hung Hom มายาวนาน วัดนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์ระดับ Grade II ของฮ่องกง ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสถานที่
สิ่งที่น่าสนใจคือวัดแห่งนี้ยังคงรักษารูปแบบศาลเจ้าจีนดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งหลังคากระเบื้อง งานตกแต่ง และแท่นบูชาภายใน เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นบรรยากาศการสักการะที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะยังมีผู้ศรัทธาในท้องถิ่นเดินทางมาทำบุญและขอพรอยู่เสมอ
เรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์ — วัดที่รอดจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2
หนึ่งในเรื่องเล่าที่ทำให้วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำเป็นที่รู้จัก คือเหตุการณ์ในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ตามเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา พื้นที่บริเวณ Hung Hom เคยได้รับผลกระทบจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงคราม อาคารหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย แต่ผู้คนที่หลบภัยอยู่ภายในวัดเจ้าแม่กวนอิมกลับรอดพ้นจากอันตราย เหตุการณ์นี้จึงถูกเล่าต่อกันว่าเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนถึงความคุ้มครองของเจ้าแม่กวนอิม และทำให้ผู้คนในท้องถิ่นมีความศรัทธาต่อวัดแห่งนี้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็น เรื่องเล่าทางความเชื่อของชุมชน ไม่ใช่หลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดปาฏิหาริย์จริง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความศรัทธาที่ทำให้วัดฮ่องฮำมีความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน
จุดที่ 1 เจ้าแม่กวนอิม — ขอพรความสำเร็จและความมั่นคงในชีวิต
เมื่อเข้ามาภายในวัด จุดสักการะสำคัญที่สุดคือ องค์เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาหลัก เจ้าแม่กวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาตามคติพุทธมหายาน ผู้ศรัทธานิยมมาขอพรเรื่องความสงบสุข การผ่านพ้นอุปสรรค สุขภาพ ครอบครัว และความเจริญก้าวหน้าในชีวิต สำหรับวัดฮ่องฮำ ความศรัทธาต่อเจ้าแม่กวนอิมยังเชื่อมโยงกับประเพณีขอพรเรื่องการเงินด้วย
วิธีไหว้เจ้าแม่กวนอิม
เริ่มจากประนมมือ ตั้งจิตให้สงบ และกล่าวชื่อของตนเอง หากต้องการถวายธูปหรือเครื่องบูชา ควรปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่วัด เพราะอาจมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนธูปและพื้นที่จุดธูป ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีน สามารถกล่าวคำอธิษฐานเป็นภาษาไทยได้
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต ขอให้การงานและกิจการที่ข้าพเจ้าตั้งใจทำด้วยความสุจริตมีความเจริญก้าวหน้า มีโอกาสสร้างรายได้ที่ดี สามารถดูแลครอบครัว และผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดีเทอญ” หากต้องการขอพรเรื่องการเงินโดยเฉพาะ สามารถเพิ่มคำอธิษฐานเกี่ยวกับรายได้ ธุรกิจ หรือความมั่นคงทางการเงินได้ตามความตั้งใจ
ถ้าสมหวังแล้วต้องกลับมาแก้บนไหม?
หากไม่ได้บนบานอะไรไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาแก้บน แต่สามารถกลับมาสักการะ ถวายเครื่องบูชาตามที่วัดอนุญาต หรือทำบุญตามกำลังศรัทธาเพื่อแสดงความขอบคุณได้
จุดที่ 2 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ Choi Pak Sing Kwan
นอกจากเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ภายในวัดยังมีเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่เรียกว่า Choi Pak Sing Kwan (財帛星君) เทพเจ้าองค์นี้เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งและโชคลาภตามความเชื่อจีน ผู้ศรัทธานิยมขอพรเรื่องการเงิน การค้าขาย ธุรกิจ และความเจริญรุ่งเรือง
วิธีไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ
เมื่อพบแท่นบูชา ให้ประนมมือและตั้งจิตอธิษฐาน สามารถระบุเป้าหมายด้านการเงินที่ต้องการได้ เช่น การมีรายได้มั่นคง การค้าขายที่ดี หรือการขยายกิจการ แต่ไม่จำเป็นต้องระบุจำนวนเงินที่ต้องการ และไม่ควรมองว่าการขอพรเป็นการรับประกันว่าจะได้รับเงินตามจำนวนที่ขอ
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ขอให้การงานและธุรกิจของข้าพเจ้ามีความเจริญรุ่งเรือง มีโอกาสที่ดี มีลูกค้าและผู้สนับสนุนที่ดี ขอให้มีรายได้มั่นคง มีเงินเก็บ และสามารถบริหารทรัพย์สินได้อย่างรอบคอบ ขอให้ความสำเร็จที่ได้รับมาจากการทำงานและหนทางที่สุจริตด้วยเทอญ”
วิธีขอบคุณเมื่อสมหวัง
สามารถกลับมาสักการะ ถวายผลไม้หรือเครื่องบูชาตามที่วัดอนุญาต หรือบริจาคเงินบำรุงวัดตามกำลังศรัทธา
จุดที่ 3 เทพเจ้ากวนอู — ขอพรเรื่องความซื่อสัตย์และความสำเร็จในการทำงาน
อีกหนึ่งเทพเจ้าที่มีความสำคัญในความเชื่อจีนคือ เทพเจ้ากวนอู (Kwan Tai / Guan Yu) กวนอูเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น และเป็นตัวละครที่มีชื่อเสียงจากวรรณกรรมสามก๊ก ต่อมาได้รับการยกย่องเป็นเทพเจ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ ความยุติธรรม และการรักษาคำมั่นสัญญา ในวัฒนธรรมจีน ผู้ทำธุรกิจและค้าขายจำนวนมากให้ความเคารพเทพเจ้ากวนอู เพราะเชื่อมโยงกับคุณธรรมในการทำงานและความน่าเชื่อถือ
วิธีไหว้เทพเจ้ากวนอู
ประนมมือ ตั้งจิตให้สงบ และกล่าวคำอธิษฐานเกี่ยวกับการทำงาน ธุรกิจ หรือการตัดสินใจที่ต้องการความกล้าหาญและสติปัญญา
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะเทพเจ้ากวนอู ขอให้ข้าพเจ้ามีความกล้าหาญในการตัดสินใจ มีสติปัญญาในการแก้ไขปัญหา พบเจอผู้ร่วมงานและคู่ค้าที่ซื่อสัตย์ ขอให้สามารถดำเนินกิจการด้วยความยุติธรรม มีความมั่นคง และประสบความสำเร็จด้วยความสุจริตเทอญ”
วิธีขอบคุณเมื่อสมหวัง
สามารถกลับมาสักการะหรือถวายเครื่องบูชาตามที่วัดอนุญาต และตั้งใจรักษาความซื่อสัตย์ในการทำงานและการดำเนินชีวิต
จุดที่ 4 เทพเจ้าไท้ส่วย — ขอพรเรื่องความราบรื่นและการผ่านพ้นอุปสรรค
ภายในวัดยังมีการสักการะ ไท้ส่วย (Tai Sui) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางโหราศาสตร์จีน ในแต่ละปีจะมีเทพไท้ส่วยประจำปี และผู้ที่เชื่อว่าปีนักษัตรของตนเองมีความขัดแย้งกับปีนั้น อาจเดินทางไปสักการะหรือทำพิธีฝากดวงตามธรรมเนียมจีน ความเชื่อนี้เกี่ยวข้องกับการขอความราบรื่นในชีวิต การลดอุปสรรค และความเป็นสิริมงคล
วิธีไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถประนมมือและกล่าวคำอธิษฐานได้ แต่ถ้าต้องการทำพิธีแก้ชงหรือฝากดวงแบบเฉพาะ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่วัดถึงขั้นตอนและเงื่อนไข เพราะแต่ละวัดอาจมีรูปแบบพิธีแตกต่างกัน
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอให้การดำเนินชีวิตในปีนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น มีสติในการตัดสินใจ ปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอุปสรรคต่างๆ ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง และสามารถผ่านพ้นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยดีเทอญ”
การไหว้ที่วัดฮ่องฮำต้องเตรียมอะไรบ้าง?
สำหรับคนที่เดินทางมาไหว้ครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องเตรียมเครื่องบูชาจำนวนมากจากประเทศไทยครับ สามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายเครื่องบูชาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่วัดได้เมื่อเดินทางมาถึง สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด โดยเฉพาะเรื่องการจุดธูปและการเผากระดาษบูชา ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย หากต้องการสักการะหลายองค์ ควรดูตำแหน่งแท่นบูชาและป้ายชื่อเทพเจ้าก่อน ไม่ควรเดินเข้าไปถวายธูปหรือวางเครื่องบูชาในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต และหากต้องการขอพรเรื่องการเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องบูชาราคาแพง เพราะไม่มีหลักฐานว่าการใช้เงินมากจะทำให้คำอธิษฐานสำเร็จมากกว่า
วัดฮ่องฮำต่างจาก Repulse Bay อย่างไร?
หลังจากได้มาไหว้เจ้าแม่กวนอิมทั้งสองแห่ง ผมว่าบรรยากาศแตกต่างกันมากครับ Repulse Bay เป็นศาลเจ้าริมทะเลที่มีรูปปั้นขนาดใหญ่และจุดมงคลหลายแห่ง เหมาะกับการเดินเที่ยว ถ่ายรูป และสักการะเทพเจ้าตามความเชื่อหลายด้าน ส่วน วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ เป็นวัดเก่าแก่ในย่านชุมชนที่มีความศรัทธาเกี่ยวข้องกับพิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิมอย่างชัดเจน
ถ้าอยากชมบรรยากาศและไหว้หลายจุด Repulse Bay น่าสนใจมาก แต่ถ้าอยากเรียนรู้เรื่องพิธียืมเงินเจ้าแม่กวนอิมและความเชื่อด้านการเงินของชาวฮ่องกง วัดฮ่องฮำเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด และนี่ก็นำเราไปสู่เรื่องที่หลายคนน่าจะสงสัยมากที่สุด…
ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ เปิดพระคลัง ขอพรเงินทอง ต้องคืนเงินและแก้บนอย่างไร?
ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม คืออะไร? ทำไมคนฮ่องกงถึงนิยมกันมาก?
หลังจากเดินชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำกันแล้ว มาถึงเรื่องที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดของวัดแห่งนี้ครับ นั่นคือ พิธียืมเงินเจ้าแม่กวนอิม หลายคนอาจเคยได้ยินว่าถ้าอยากให้การเงินดี ธุรกิจรุ่งเรือง หรือมีโชคลาภ ต้องมาไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ฮ่องฮำ แต่คำว่า “ยืมเงิน” นี่แหละครับที่ทำให้ผมสงสัย
ยืมเงินจริงๆ เหรอ? แล้วต้องเอาเงินมาคืนไหม?
จริงๆ แล้วพิธีนี้เรียกว่า Kwun Yum Treasury Opening (觀音開庫) หรือพิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิม เป็นธรรมเนียมความเชื่อของชาวจีน โดยเฉพาะในฮ่องกง ที่ผู้ศรัทธาจะเดินทางมาสักการะและขอพรเรื่องความเจริญรุ่งเรืองทางการเงิน คำว่า “เปิดพระคลัง” สื่อถึงการเปิดคลังทรัพย์เพื่อแบ่งปันโชคลาภและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธา แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าแม่กวนอิมจะให้เงินสดกลับบ้านนะครับ การยืมเงินในพิธีนี้เป็นการรับพรเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่การกู้ยืมเงินจริง บางแห่งมีซองแดงหรือกระดาษเงินมงคลให้ผู้ร่วมพิธีรับกลับไปตามธรรมเนียม โดยรูปแบบอาจแตกต่างกันตามวัดและการจัดงานในแต่ละปี
สำหรับผู้ศรัทธา สิ่งที่ได้รับจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความหวังว่าจะมีโอกาสทางการเงินที่ดีในปีนั้น
พิธีเปิดพระคลังจัดวันไหน? ไปวันธรรมดาทำได้ไหม?
เรื่องนี้สำคัญมากครับ พิธีเปิดพระคลังเจ้าแม่กวนอิมไม่ได้จัดทุกวัน ตามประเพณีฮ่องกง พิธีจะจัดในวันที่ 26 ของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งตรงกับวันที่แตกต่างกันไปในแต่ละปีตามปฏิทินสากล ช่วงพิธีมักมีผู้ศรัทธาจำนวนมากเดินทางมายังวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ จนต้องมีการจัดระบบคิวและกำหนดพื้นที่ประกอบพิธีเป็นพิเศษ บางปีอาจเริ่มกิจกรรมตั้งแต่คืนก่อนวันพิธี ขึ้นอยู่กับประกาศของวัดและหน่วยงานที่ดูแล
ดังนั้นถ้าใครตั้งใจมาเพื่อร่วมพิธียืมเงินโดยเฉพาะ ควรตรวจสอบวันและเวลาอย่างเป็นทางการของปีที่เดินทางก่อนจองตั๋วเครื่องบิน
แล้วถ้ามาวันอื่นล่ะ?
ยังสามารถมาไหว้เจ้าแม่กวนอิมและขอพรเรื่องการเงินได้ตามปกติครับ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าจะได้รับซองยืมเงินหรือสามารถเข้าร่วมพิธีเปิดพระคลังแบบเดียวกับวันงานประจำปี สำหรับทริปของเรา ไม่ได้มาในช่วงเปิดท้องพระคลังนะครับ มาไหว้ปกติด ถ้ามาวันนั้นเลยคิวยาวมาก บางคนต่อแถวตั้งแต่ตอนกลางคืน
วิธีเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมพิธียืมเงินเจ้าแม่กวนอิม
ถ้าใครตั้งใจมาในวันเปิดพระคลัง ผมแนะนำให้เตรียมตัวดังนี้
- ตรวจสอบกำหนดการของปีนั้น ควรดูประกาศของ Chinese Temples Committee หรือหน่วยงานที่ดูแลวัด เพื่อทราบวัน เวลา จุดเข้าออก และข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องบูชา
- เผื่อเวลาในการต่อคิว พิธีนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก บางช่วงอาจต้องรอนาน และอาจมีการจัดทางเดินแบบเข้าออกทางเดียว
- เตรียมคำขอพรเรื่องการเงินให้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องขอเงินจำนวนมหาศาล แต่สามารถตั้งใจขอเรื่องงาน รายได้ ธุรกิจ หรือความมั่นคงทางการเงินได้
- เตรียมเครื่องบูชาตามที่วัดอนุญาต ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องบูชาราคาแพง และควรหลีกเลี่ยงการซื้อชุดพิธีจากผู้ขายที่อ้างว่ารับประกันความร่ำรวย
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องการจุดธูป การเผากระดาษบูชา และการรับซองมงคล ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
ขั้นตอนการยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม ต้องทำอย่างไร?
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับทำความเข้าใจพิธี ไม่ใช่ลำดับบังคับที่ใช้เหมือนกันทุกวัดหรือทุกปี
ขั้นตอนที่ 1 — สักการะเจ้าแม่กวนอิม
เมื่อเข้ามาถึงจุดสักการะ ให้ประนมมือและตั้งจิตให้สงบ หากมีการถวายธูป ให้ใช้จำนวนและจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด จากนั้นกล่าวชื่อของตนเองและความตั้งใจที่ต้องการขอพร
ขั้นตอนที่ 2 — กล่าวคำขอพรด้านการเงิน
ผู้ศรัทธาสามารถกล่าวถึงเป้าหมายทางการเงิน เช่น ขอให้การงานมั่นคง มีโอกาสสร้างรายได้ หรือธุรกิจเจริญรุ่งเรือง ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีน สามารถใช้ภาษาไทยได้
ตัวอย่างคำอธิษฐานขอยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม
“ข้าพเจ้าชื่อ… ขอกราบสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม วันนี้ข้าพเจ้ามาด้วยความเคารพและศรัทธา ขอรับพรจากพระคลังเจ้าแม่กวนอิม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่การงานและการเงิน ขอให้ข้าพเจ้ามีโอกาสสร้างรายได้ มีความเจริญก้าวหน้า มีทรัพย์สินมั่นคง สามารถดูแลครอบครัวและผู้ที่ข้าพเจ้ารักได้ ขอให้ความสำเร็จทั้งหลายเกิดจากการทำงานและหนทางที่สุจริต หากประสบความสำเร็จ ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระคุณและกลับมาขอบคุณตามกำลังศรัทธาด้วยเทอญ”
คำอธิษฐานนี้เป็นตัวอย่างภาษาไทยที่เรียบเรียงขึ้น ไม่ใช่บทสวดทางการของวัดครับ
ขั้นตอนที่ 3 — รับซองมงคลหรือสัญลักษณ์จากพระคลัง
ในบางวัดหรือบางปี ผู้ร่วมพิธีจะได้รับซองแดงหรือสิ่งมงคลที่เป็นสัญลักษณ์ของการยืมทรัพย์จากพระคลัง ควรรับจากจุดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้เท่านั้น ไม่ควรหยิบซองหรือวัตถุใดๆ จากแท่นบูชาด้วยตัวเอง หากปีที่เดินทางไม่มีการแจกซองหรือใช้รูปแบบพิธีอื่น ให้ปฏิบัติตามประกาศของวัดเป็นหลัก
ขั้นตอนที่ 4 — เก็บสิ่งมงคลตามธรรมเนียม
ผู้ศรัทธาบางคนนิยมเก็บซองมงคลไว้ในกระเป๋าสตางค์ ที่ทำงาน หรือบริเวณที่เก็บเอกสารสำคัญทางการเงิน ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงคำอธิษฐานและเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการเก็บซองจะทำให้มีเงินเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
ต้องขอยืมเงินจำนวนเท่าไร?
หลายคนอาจเคยเห็นรีวิวที่พูดถึงการขอยืมเงินจำนวนมาก เช่น หลักแสน หลักล้าน หรือมากกว่านั้น แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมและความเชื่อที่มีการเล่าต่อกัน ไม่ใช่จำนวนเงินที่ทุกคนต้องขอ ไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องขอเงินจำนวนมากเพื่อให้พิธีมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น สำหรับผม ถ้าจะขอพรเรื่องการเงิน ผมว่าเน้นเป้าหมายที่มีความหมายกับชีวิตจริงดีกว่า เช่น มีรายได้มั่นคง ธุรกิจเติบโต หรือมีเงินเก็บเพียงพอสำหรับครอบครัว เพราะท้ายที่สุด การเงินจะดีขึ้นได้ก็ยังต้องอาศัยการทำงาน การวางแผน และการบริหารเงินของเราเองด้วยครับ
ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ต้องคืนเมื่อไร?
มาถึงคำถามสำคัญที่สุดอีกข้อหนึ่งครับ ตามธรรมเนียมของพิธีเปิดพระคลัง ผู้ศรัทธาจำนวนหนึ่งจะกลับมาที่วัดเพื่อแสดงความขอบคุณหรือทำพิธีคืนพระคลังภายในรอบปี ก่อนพิธีเปิดพระคลังครั้งถัดไป แต่รายละเอียดเรื่องระยะเวลา เครื่องบูชา และการคืนซองมงคลอาจแตกต่างกันตามวัดและปีที่เข้าร่วม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่ทำพิธีว่า ต้องนำอะไรกลับมาคืน และควรกลับมาเมื่อไร การคืนพระคลังไม่ได้หมายถึงการชำระหนี้เงินจริงพร้อมดอกเบี้ย แต่เป็นธรรมเนียมแสดงความกตัญญูและขอบคุณตามความเชื่อ
วิธีคืนเงินเจ้าแม่กวนอิมและแก้บน
หากเคยเข้าร่วมพิธีเปิดพระคลัง และต้องการกลับมาขอบคุณ สามารถเตรียมตัวตามแนวทางนี้
ขั้นตอนที่ 1 — ตรวจสอบว่าต้องนำอะไรกลับไป
หากได้รับซองมงคลหรือวัตถุประกอบพิธี ให้เก็บไว้และสอบถามวัดว่าควรนำกลับไปคืนหรือไม่
ขั้นตอนที่ 2 — กลับไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม
เมื่อเดินทางมาถึง ให้ไหว้เจ้าแม่กวนอิมและกล่าวขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต
ขั้นตอนที่ 3 — ถวายเครื่องบูชาตามธรรมเนียมของวัด
อาจเป็นการถวายผลไม้ ดอกไม้ หรือบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่วัดอนุญาตและรูปแบบพิธีในปีนั้น
ขั้นตอนที่ 4 — ทำตามคำมั่นที่เคยให้ไว้
หากเคยบนบานว่าจะทำสิ่งใดเมื่อสมหวัง ก็ควรทำตามคำมั่นนั้น หากเป็นสิ่งที่เหมาะสมและสามารถทำได้จริง
ตัวอย่างคำกล่าวขอบคุณและคืนพระคลัง
“ข้าพเจ้าชื่อ… ได้มาสักการะและขอพรเรื่องการงานและการเงินไว้ก่อนหน้านี้ วันนี้ข้าพเจ้ากลับมาเพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระโพธิสัตว์กวนอิม สำหรับโอกาสที่ดีและความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชีวิต ข้าพเจ้าขอตั้งใจทำความดี ใช้ทรัพย์สินอย่างสุจริต และแบ่งปันสิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยเทอญ”
ถ้าไม่ได้กลับมาฮ่องกง จะทำอย่างไร?
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เรื่องนี้เป็นคำถามที่สำคัญมากครับ เพราะการเดินทางกลับมาฮ่องกงอีกครั้งมีค่าใช้จ่าย และอาจไม่สะดวกสำหรับทุกคน หากเข้าร่วมพิธีเปิดพระคลังจริง ควรสอบถามเจ้าหน้าที่วัดตั้งแต่วันนั้นว่ามีวิธีคืนพระคลังหรือแสดงความขอบคุณสำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลับมาได้หรือไม่ ไม่ควรสรุปเองว่าสามารถฝากผู้อื่นคืนเงิน ส่งเงินออนไลน์ หรือไปทำพิธีที่วัดอื่นแทนได้ เพราะยังไม่มีหลักฐานว่าทุกวัดยอมรับวิธีเหล่านั้น แต่ถ้าเป็นเพียงการไหว้ขอพรในวันธรรมดา โดยไม่ได้เข้าร่วมพิธียืมเงินและไม่ได้บนบานอะไรไว้ ก็ไม่มีภาระต้องกลับมาคืนพระคลังครับ
ถ้าขอพรแล้วไม่สมหวัง ต้องแก้บนไหม?
ต้องแยกสองกรณีครับ
- กรณีแรก — ขอพรตามปกติ หากเพียงอธิษฐานขอพรโดยไม่ได้บนบานว่าจะถวายสิ่งใด ก็ไม่จำเป็นต้องแก้บน
- กรณีที่สอง — เข้าร่วมพิธียืมเงินหรือให้คำมั่นไว้ ควรปฏิบัติตามธรรมเนียมที่วัดแจ้งไว้ และพิจารณาคำมั่นที่เคยให้ไว้ด้วย ถ้าไม่แน่ใจ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่วัดโดยตรงได้ ไม่ควรเชื่อคำกล่าวที่ว่าหากไม่คืนเงินจะเกิดโชคร้ายหรือถูกลงโทษ เพราะเป็นการตีความทางความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน
ข้อควรระวังสำหรับคนที่ตั้งใจไปยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม
สิ่งที่ผมอยากเตือนเป็นพิเศษคืออย่าเข้าใจว่าการทำพิธีจะทำให้ร่ำรวยขึ้นโดยไม่ต้องทำอะไร พิธีเปิดพระคลังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและความศรัทธา ไม่ใช่เครื่องมือทางการเงินหรือการรับประกันความสำเร็จ นอกจากนี้ยังควรระวังผู้ที่อ้างว่าสามารถทำพิธีแทน รับจองเงินมงคล หรือรับประกันว่าจะได้เงินกลับมาเป็นจำนวนมาก โดยเรียกเก็บค่าบริการสูงผิดปกติ ถ้าจะเข้าร่วมพิธีจริง ควรใช้ข้อมูลจากวัดและหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง สำหรับคนที่มาเที่ยวฮ่องกงเพียงวันเดียวแบบเรา ผมว่าแค่ได้เข้าไปสักการะ เรียนรู้ประวัติ และเข้าใจความหมายของพิธีนี้ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจแล้วครับ
จากความเชื่อเรื่องเงินทอง สู่การปิดท้ายทริปฮ่องกง
หลังจากไหว้เจ้าแม่กวนอิมทั้งสองแห่งแล้ว สิ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจไม่ใช่เพียงเรื่องการขอเงินทองหรือโชคลาภเท่านั้น แต่เป็นการได้เห็นว่าความเชื่อมีบทบาทต่อชีวิตผู้คนในฮ่องกงมากแค่ไหน จากศาลเจ้าริมทะเลที่ Repulse Bay ซึ่งมีเทพเจ้าและจุดมงคลหลายแห่ง มาถึงวัดเก่าแก่ในย่าน Hung Hom ที่ผู้คนเดินทางมาสักการะเจ้าแม่กวนอิมและร่วมพิธีเปิดพระคลังกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งสองแห่งมีบรรยากาศแตกต่างกัน แต่สะท้อนความศรัทธาที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างน่าสนใจ และสำหรับทริปของเรา… หลังจากไหว้พระกันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยจริงๆ เสียทีครับ
กิน Tim Ho Wan ติ่มซำร้านดัง แวะ POP MART ก่อนบินกลับไทย ปิดทริป New Zealand + Hong Kong
เที่ยวฮ่องกง 1 วัน จะขาดเรื่องกินไปได้ยังไง!
หลังจากเที่ยวฮ่องกงกันแบบสายมู ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay และวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ (Hung Hom Kwun Yum Temple) กันแล้ว ก็ถึงเวลาพูดถึงอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการมาฮ่องกงครับ
เรื่องกิน!
เพราะถ้าพูดถึงฮ่องกง นอกจากวัดดัง ตึกสูง และแหล่งช้อปปิ้งแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมนึกถึงก็คืออาหาร โดยเฉพาะติ่มซำ ทริปนี้เรามีเวลาอยู่ฮ่องกงแค่วันเดียว ก่อนต้องบินกลับประเทศไทยช่วงเย็น เลยไม่ได้มีเวลาตระเวนกินหลายร้านเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ยังได้แวะกินร้านติ่มซำชื่อดังอย่าง Tim Ho Wan (添好運) ร้านที่หลายคนรู้จักในฐานะร้านติ่มซำราคาย่อมเยาที่เคยได้รับดาว Michelin และสิ่งที่ทำให้ร้านนี้โด่งดัง ไม่ใช่แค่เรื่องดาว Michelin เท่านั้นครับ เพราะมีเมนูหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของร้านเลย นั่นคือ…
ซาลาเปาอบไส้หมูแดง!
Tim Ho Wan — จากร้านติ่มซำเล็กๆ สู่ร้านดังระดับโลก
Tim Ho Wan เป็นร้านติ่มซำที่ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อปี 2009 โดยเชฟ Mak Kwai Pui และ Leung Fai Keung เชฟ Mak เคยทำงานเป็นเชฟติ่มซำที่ร้าน Lung King Heen ภายในโรงแรม Four Seasons Hong Kong ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนระดับหรูที่มีชื่อเสียงมาก แต่เมื่อออกมาเปิดร้านของตัวเอง แนวคิดกลับแตกต่างออกไป แทนที่จะเปิดร้านอาหารหรูราคาแพง เขาเลือกเปิดร้านติ่มซำขนาดเล็กในย่าน Mong Kok ที่มีที่นั่งเพียงประมาณ 20 ที่นั่ง โดยเน้นทำติ่มซำคุณภาพดีในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ และเพียงไม่นานหลังเปิดร้าน…
Tim Ho Wan ก็ได้รับดาว Michelin 1 ดาวในคู่มือ Michelin Guide Hong Kong Macau 2010
เรื่องนี้ทำให้ร้านกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เพราะในยุคนั้นร้านอาหารที่ได้รับดาว Michelin มักถูกมองว่าเป็นร้านหรูราคาแพง แต่ Tim Ho Wan กลับเป็นร้านติ่มซำเล็กๆ ที่ขายอาหารในราคาย่อมเยา จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน ร้านอาหารติดดาว Michelin ที่ราคาถูกที่สุดในโลก ในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม ดาว Michelin เป็นการประเมินตามร้านและปี ไม่ได้หมายความว่าทุกสาขาของ Tim Ho Wan ในปัจจุบันมีดาว Michelin เหมือนกันทั้งหมดนะครับ หลังจากประสบความสำเร็จ ร้านก็เริ่มขยายสาขาทั้งในฮ่องกงและต่างประเทศ จนกลายเป็นแบรนด์ติ่มซำที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
เมนูที่ต้องลอง — ซาลาเปาอบไส้หมูแดง Baked BBQ Pork Buns
ถ้ามา Tim Ho Wan แล้วไม่รู้จะสั่งอะไร ผมว่าเริ่มจากเมนูนี้ได้เลยครับ Baked BBQ Pork Buns (酥皮焗叉燒包) หรือซาลาเปาอบไส้หมูแดง เมนูนี้แตกต่างจากซาลาเปาหมูแดงแบบนึ่งที่เราคุ้นเคย เพราะใช้วิธีอบจนผิวด้านนอกมีลักษณะกรอบบาง จุดเด่นคือผิวด้านบนมีความกรอบและหวานเล็กน้อย คล้ายขนมปังอบที่มีหน้ากรอบๆ ส่วนด้านในเป็นไส้หมูแดงสไตล์ฮ่องกงที่มีรสหวานเค็ม พอกัดเข้าไปจะได้ทั้งความกรอบของผิวด้านนอก ความนุ่มของแป้ง และรสชาติเข้มข้นของหมูแดงด้านใน นี่คือเมนูที่ทำให้ Tim Ho Wan เป็นที่จดจำ และยังเป็นหนึ่งในเมนูที่แบรนด์ใช้เป็นจุดขายมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าใครยังไม่เคยลอง ผมว่าเป็นเมนูที่ควรสั่งอย่างน้อยหนึ่งชุดครับ
นอกจากซาลาเปาอบแล้ว Tim Ho Wan มีอะไรดังอีก?
Tim Ho Wan มีเมนูที่มักถูกเรียกว่า Big Four Heavenly Kings หรือสี่เมนูเด่นของร้าน ได้แก่
- Baked BBQ Pork Buns — ซาลาเปาอบไส้หมูแดง เมนู Signature ที่โด่งดังที่สุดของร้าน โดดเด่นด้วยผิวกรอบบางและไส้หมูแดงหวานเค็ม
- Steamed Egg Cake — เค้กไข่นึ่ง เค้กนึ่งสไตล์กวางตุ้ง เนื้อฟูนุ่ม มีกลิ่นหอมและรสหวานอ่อนๆ เป็นเมนูที่ดูเรียบง่ายแต่ต้องอาศัยเทคนิคในการทำ
- Pan-Fried Turnip Cake — ขนมผักกาดทอด ขนมผักกาดสไตล์ฮ่องกง ทำจากหัวไชเท้าและแป้ง ก่อนนำไปทอดให้ผิวด้านนอกเหลืองหอม ด้านในยังมีความนุ่ม เหมาะกับคนที่ชอบติ่มซำแบบดั้งเดิม
- Vermicelli Roll with Pig’s Liver — ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ตับหมู ก๋วยเตี๋ยวหลอดแป้งบางนุ่ม สอดไส้ตับหมู เสิร์ฟพร้อมซอสปรุงรสแบบกวางตุ้ง เมนูนี้อาจไม่ใช่แนวที่ทุกคนชอบ แต่เป็นหนึ่งในเมนูที่ทำให้ Tim Ho Wan มีเอกลักษณ์แตกต่างจากร้านติ่มซำทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดนิยมอย่างฮะเก๋า ขนมจีบ และติ่มซำอื่นๆ ให้เลือกอีกหลายอย่าง โดยเมนูและราคาอาจแตกต่างกันตามสาขา สำหรับใครที่อยากลองอาหารฮ่องกงแบบไม่ต้องไปร้าน Fine Dining ผมว่า Tim Ho Wan เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้ลองติ่มซำสไตล์กวางตุ้งจากแบรนด์ที่มีประวัติและชื่อเสียงมายาวนาน
ได้เวลากลับสนามบิน Hong Kong International Airport
หลังจากเที่ยวและกินกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาต้องเดินทางกลับสนามบินครับ เพราะเที่ยวบินของเราออกช่วงเย็น ยังต้องเผื่อเวลาเช็กอิน โหลดกระเป๋า และผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง สำหรับคนที่พักฮ่องกงเพียงหนึ่งคืนแบบเรา ผมว่าเรื่องการจัดเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งไม่ได้อยู่ใกล้กันทั้งหมด อย่าง Repulse Bay อยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง ส่วน Hung Hom อยู่ฝั่ง Kowloon ขณะที่สนามบินอยู่บนเกาะลันเตา
ดังนั้นการเดินทางจากวัดกลับสนามบินอาจใช้เวลาพอสมควร โดยเฉพาะถ้าเจอการจราจรหนาแน่น สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ผมแนะนำให้เผื่อเวลาไปถึงสนามบินประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก หรือตามเวลาที่สายการบินกำหนด เพราะถ้าพลาดเครื่องบินเพราะมัวแต่เที่ยว… ค่าตั๋วที่ประหยัดมาอาจหายหมดเลยครับ ฮ่าๆๆ
ถึงสนามบินแล้ว ยังมีเวลากินข้าวอีกมื้อ
พอกลับมาถึงสนามบินฮ่องกง เราก็จัดการเรื่องเช็กอินและสัมภาระกันเรียบร้อย แต่ก่อนขึ้นเครื่องยังมีเวลาเหลืออยู่อีกนิดหน่อย เลยแวะหาอะไรกินกันอีกมื้อครับ จริงๆ วันนี้กินกันมาตั้งแต่อาหารเช้าที่โรงแรม ตามด้วยติ่มซำมื้อกลางวันที่ Tim Ho Wan แต่พอเดินทางมาทั้งวัน ทั้งไหว้พระ เดินเที่ยว และนั่งรถกลับสนามบิน ก็เริ่มหิวกันอีกแล้ว สนามบินฮ่องกงมีร้านอาหารให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ทั้งอาหารจีน อาหารเอเชีย ร้านกาแฟ และอาหารนานาชาติ สำหรับเรา มื้อนี้เป็นการกินรองท้องก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษ แต่ถือเป็นการปิดท้ายเรื่องกินของทริปฮ่องกงได้ดีครับ
POP MART อีกแล้ว! ก่อนกลับไทยขอแวะดูหน่อย
และแน่นอนครับ… ก่อนขึ้นเครื่องเรายังมีอีกหนึ่งภารกิจเล็กๆ แวะ POP MART! ฮ่าๆๆ หลังจากก่อนหน้านี้เราเพิ่งได้เดิน POP MART ที่ Auckland กันไปแล้ว พอมาถึงฮ่องกงก็ยังอดแวะดูไม่ได้ POP MART เป็นแบรนด์ Art Toy และของสะสมที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะ Blind Box และตัวละครยอดนิยมอย่าง LABUBU, MOLLY, DIMOO และ SKULLPANDA ความสนุกของการเดิน POP MART คือแต่ละสาขาอาจมีสินค้าและคอลเลกชันให้เลือกแตกต่างกันตามช่วงเวลา บางทีตั้งใจจะเข้าไปดูเฉยๆ…
แต่สุดท้ายก็ใช้เวลาอยู่ในร้านนานกว่าที่คิดครับ รอบนี้เราไม่ได้มีเวลา Shopping ในฮ่องกงมากนัก แม้โรงแรมจะอยู่ใกล้ Citygate Outlets ก็ตาม เลยถือว่าได้มาเดินดูของที่ POP MART ก่อนขึ้นเครื่องเป็นการชดเชยเล็กๆ น้อยๆ จากนั้นก็ถึงเวลาต้องเดินทางกลับประเทศไทยจริงๆ แล้วครับ
จาก New Zealand สู่ Hong Kong — ทริปที่ยาวกว่าที่วางแผนไว้
ถ้ามองย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรก ทริปนี้เราเดินทางกันเยอะมากจริงๆ เริ่มจากประเทศไทย บินไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ก่อนเดินทางต่อไป Auckland แล้วบินอีกครั้งไป Queenstown เพื่อเริ่ม Road Trip เกาะใต้ เราได้เห็นธรรมชาติของ New Zealand ในหลายรูปแบบ ทั้งภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้า ธารน้ำแข็ง น้ำตก และเส้นทาง Road Trip ที่สวยจนต้องจอดรถถ่ายรูปกันตลอดทาง ที่ Lake Tekapo เรายังเจอเหตุการณ์ที่จำไม่ลืม คืนเดียวหิมะตกจนเมืองทั้งเมืองกลายเป็นสีขาว จากนั้นเดินทางต่อไป Christchurch ก่อนบินข้ามมายังเกาะเหนือที่ Rotorua ได้เรียนรู้เรื่องฟาร์มแกะที่ Agrodome เห็นพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ Te Puia ลองแช่น้ำแร่ร้อนที่ Polynesian Spa และเอาโคลนทาทั้งตัวที่ Hell’s Gate ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ไปเดินเที่ยวหมู่บ้าน Hobbiton สถานที่ถ่ายทำจริงของ The Lord of the Rings และ The Hobbit แล้วมาปิดท้ายการเดินทางในนิวซีแลนด์ที่ Auckland แต่แทนที่จะกลับไทยทันที…
เรากลับได้แวะเที่ยว Hong Kong อีกหนึ่งวัน กินติ่มซำร้านดัง ไหว้เจ้าแม่กวนอิมสองแห่ง เรียนรู้ความเชื่อเรื่องการขอพรเงินทองและพิธีเปิดพระคลัง ก่อนแวะ Shopping เล็กๆ น้อยๆ แล้วบินกลับบ้าน เรียกว่าเป็นทริปที่มีครบทั้งธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความเชื่อเลยครับ
ฮ่องกง 1 วัน คุ้มไหมสำหรับการแวะเปลี่ยนเครื่อง?
ถ้าถามผมว่าการแวะฮ่องกงเพิ่มอีกหนึ่งคืนคุ้มไหม? สำหรับทริปนี้ ผมว่าคุ้มครับ เพราะตอนจองตั๋วเครื่องบิน เราพบว่าตัวเลือกที่แวะฮ่องกงมีราคาถูกกว่าตัวเลือกที่เปรียบเทียบไว้ และแทนที่จะใช้เวลาเปลี่ยนเครื่องเฉยๆ เราได้เที่ยวเพิ่มอีกหนึ่งวัน แม้จะไม่ได้เที่ยวครบทุกสถานที่ หรือมีเวลา Shopping มากนัก แต่ก็ได้ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมสองแห่งที่ตั้งใจไว้ ได้กินติ่มซำร้านดัง และได้สัมผัสบรรยากาศฮ่องกงอีกครั้ง แต่ถ้าใครกำลังวางแผนทำแบบเดียวกัน ผมแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจ เพราะแม้ตั๋วเครื่องบินแบบแวะพักอาจถูกกว่า แต่ก็มีค่าโรงแรม ค่าเดินทาง และค่าอาหารเพิ่มเติม นอกจากนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขตั๋ว การรับสัมภาระ และข้อกำหนดการเข้าฮ่องกงให้เรียบร้อยก่อนเดินทางด้วย
สำหรับผม ข้อดีอีกอย่างคือการได้เปลี่ยนบรรยากาศจาก New Zealand มาเป็น Hong Kong จากธรรมชาติและภูเขาหิมะ กลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีทั้งอาหารอร่อย วัฒนธรรมจีน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนให้ความเคารพ แม้จะมีเวลาเพียงวันเดียว แต่ก็ได้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากทริปนิวซีแลนด์อย่างชัดเจน
ปิดทริป New Zealand + Hong Kong อย่างสมบูรณ์
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผมชอบที่สุดของการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่เป็นการได้เห็นความแตกต่างของแต่ละเมือง แต่ละภูมิประเทศ และแต่ละวัฒนธรรมตลอดเส้นทาง จากเกาะใต้ของ New Zealand ที่เต็มไปด้วยภูเขาหิมะและทะเลสาบ ไปสู่เกาะเหนือที่มีภูเขาไฟ ฟาร์มแกะ และวัฒนธรรม Māori ก่อนมาจบที่ฮ่องกง เมืองที่มีทั้งความทันสมัยและความเชื่อดั้งเดิมอยู่ร่วมกัน บางวันเราได้เจอวิวที่สวยเกินคาด บางวันฝนตกหนักจนแทบมองไม่เห็นธารน้ำแข็ง บางวันตื่นมาแล้วพบว่าหิมะปกคลุมเมืองทั้งเมือง และบางวัน…
แค่เลือกตั๋วเครื่องบินที่ถูกกว่า ก็ทำให้เราได้เที่ยวเพิ่มอีกหนึ่งประเทศ เอ๊ย อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางครับ ฮ่าๆๆ นี่แหละครับเสน่ห์ของการเดินทาง บางครั้งสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่แรก กลับกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่น่าประทับใจที่สุดของทริป แล้วพบกันใหม่ใน Road Trip ครั้งหน้าครับ






























