รีวิว Kaisen Tengoku DONKI Mall คนรักซาชิมิ! ต้องชอบ ปลาดิบแล่กันสดใหม่ แซลมอน กุ้งหวาน หอยนางรมไม่อั้น พร้อมเมนูย่างและเทมปุระ มาครบ
ถ้าใครเป็นสายปลาดิบ โดยเฉพาะคนที่ชอบกินซาชิมิแบบจัดเต็ม วันนี้ผมมีร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลญี่ปุ่นเปิดใหม่มาแนะนำครับ เพราะร้านนี้ไม่ได้มีแค่แซลมอนหรือทูน่าให้กินกันแบบไม่อั้น แต่ยังมีปลาญี่ปุ่นอีกหลายชนิดที่ไม่ค่อยเห็นในบุฟเฟต์ทั่วไป รวมถึงกุ้งหวาน กุ้งแดง หอยนางรม และอาหารทะเลอีกเพียบ!
ร้านนี้ชื่อว่า Kaisen Tengoku (ไคเซ็น เท็งโกกุ) อยู่ที่ DONKI Mall ทองหล่อ ชั้น 4 เป็นร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีซาชิมิให้เลือกมากกว่า 10 ชนิด โดยเราสามารถเดินไปตักเองได้เลย ที่น่าสนใจคือไม่ได้มีแค่ปลาดิบนะครับ เพราะยังมีอาหารญี่ปุ่นปรุงสุกให้สั่งผ่าน QR Code ทั้งเมนูย่าง เทมปุระ โอเด้ง อุด้ง และอาหารอีกหลายอย่าง
รอบนี้ผมได้ลองทั้งซาชิมิและอาหารปรุงสุก ซึ่งต้องบอกว่า ปลาสดใหม่ดีครับ มีหลายชนิดให้เลือกจนอยากลองไปหมด ส่วนโอเด้งก็อร่อยถูกใจ แถมยังมีไข่ปลาเมนไทโกะย่างให้กินด้วย และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอคือ… วันที่ผมไปมีโชว์แล่ปลาให้ชมกันด้วยครับ! เรียกว่าไม่ได้มาแค่กินบุฟเฟต์ แต่ยังได้ชมการเตรียมปลาสดแบบญี่ปุ่นอีกต่างหาก ส่วนราคาจะคุ้มไหม มีอะไรให้กินบ้าง และควรเลือกคอร์ส 60 หรือ 90 นาที เดี๋ยวพาไปดูกันครับ
Kaisen Tengoku คืออะไร? ทำไมถึงเรียกว่า “สวรรค์แห่งอาหารทะเล”
ชื่อร้าน Kaisen Tengoku (海鮮天国) เป็นภาษาญี่ปุ่น โดยคำว่า Kaisen หมายถึงอาหารทะเล ส่วน Tengoku หมายถึงสวรรค์ รวมกันจึงแปลได้ประมาณว่า “สวรรค์แห่งอาหารทะเล” และจากรูปแบบร้านก็ถือว่าตั้งชื่อได้ตรงกับคอนเซปต์เลยครับ เพราะที่นี่เน้นอาหารทะเลหลากหลายชนิด โดยเฉพาะซาชิมิที่ให้ลูกค้าเลือกตักเองได้ไม่อั้นภายในเวลาที่กำหนด
ความแตกต่างจากร้านบุฟเฟต์ญี่ปุ่นทั่วไปคือ Kaisen Tengoku ไม่ได้เน้นแค่ซูชิหรือแซลมอน แต่มีทั้งปลาเนื้อขาว ปลาเนื้อแดง กุ้ง หอย และอาหารทะเลอีกหลายประเภท นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารปรุงสุกที่สั่งทำตามออร์เดอร์ ทำให้คนที่ไม่กินปลาดิบก็ยังมีอาหารให้เลือกค่อนข้างเยอะ
สำหรับผม จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ความหลากหลายของซาชิมิ เพราะบางชนิดเป็นปลาที่ปกติเราอาจต้องไปกินตามร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ À La Carte ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง แต่ที่นี่สามารถเลือกตักมาลองได้หลายชนิดในมื้อเดียว
ราคาบุฟเฟต์ Kaisen Tengoku มี 2 คอร์ส เลือก 60 หรือ 90 นาที
| รายละเอียด | Course A | Course B |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | 60 นาที | 90 นาที |
| ผู้ใหญ่ | 999++ บาท | 1,199++ บาท |
| เด็ก 13–18 ปี | 799++ บาท | 899++ บาท |
| เด็ก 4–12 ปี | 599++ บาท | 699++ บาท |
| เด็ก 0–3 ปี | ฟรี | ฟรี |
ราคาทั้งหมดยังไม่รวม VAT 7% และ Service Charge 10%
ถ้าคิดรวมภาษีและค่าบริการโดยคำนวณแบบต่อเนื่อง จะอยู่ที่ประมาณ
- Course A 60 นาที — 1,175 บาทสุทธิต่อคน
- Course B 90 นาที — 1,411 บาทสุทธิต่อคน
ส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 235 บาทสุทธิ แต่ได้เวลากินเพิ่มอีก 30 นาที
แล้วควรเลือกคอร์สไหนดี?
สำหรับผม ถ้าใครเป็นสายกินเร็ว เน้นซาชิมิเป็นหลัก และไม่ได้ตั้งใจสั่งอาหารปรุงสุกมากนัก คอร์ส 60 นาทีก็น่าสนใจครับ แต่ถ้าอยากลองทั้งซาชิมิ อาหารย่าง เทมปุระ โอเด้ง และเมนูอื่นๆ ด้วย ผมคิดว่า คอร์ส 90 นาทีจะกินได้สบายกว่า เพราะอาหารบางอย่างต้องสั่งผ่าน QR Code แล้วรอร้านทำ ไม่ได้เดินไปตักได้ทันทีเหมือนซาชิมิ โดยเฉพาะถ้าอยากค่อยๆ ลองปลาแต่ละชนิด หรือสั่งเมนูปรุงสุกหลายอย่าง เวลาที่เพิ่มขึ้นอีก 30 นาทีก็น่าจะช่วยให้ไม่ต้องรีบมาก
ทั้งนี้ต้องตรวจสอบกับร้านอีกครั้งว่าทั้งสองคอร์สมีรายการอาหารเหมือนกันทั้งหมดหรือไม่ เพราะจากภาพเมนูที่ผมเห็นระบุราคาและเวลา แต่ไม่ได้แจกแจงความแตกต่างด้านรายการอาหารแยกตามคอร์ส
ระวังเรื่องอาหารเหลือ
อีกอย่างที่ควรรู้ก่อนกินคือร้านมีค่าปรับอาหารเหลือ 100 บาทต่อ 100 กรัม ดังนั้นถึงจะเป็นบุฟเฟต์ที่ตักได้ไม่อั้น ผมแนะนำให้เริ่มตักทีละน้อยก่อน โดยเฉพาะปลาที่ไม่เคยกิน จะได้ลองว่าชอบหรือเปล่า แล้วค่อยกลับไปตักเพิ่ม
ไฮไลท์ของร้าน! ซาชิมิกว่า 10 ชนิด เดินเลือกตักเองได้เลย
มาถึงพระเอกของร้านกันบ้างครับ ที่ Kaisen Tengoku จะมีไลน์ซาชิมิให้เลือกตักเอง โดยจัดปลาและอาหารทะเลแต่ละชนิดแยกไว้ พร้อมป้ายชื่อทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ วันที่ผมไปมีปลาและอาหารทะเลให้เลือกค่อนข้างหลากหลายเลยครับ ไม่ใช่แค่แซลมอนกับทูน่าที่เราคุ้นเคย แต่ยังมีปลาญี่ปุ่นอีกหลายชนิด เช่น Matsukawa Flounder, Japanese Amberjack และปลาตาเดียว รวมถึงกุ้งแดง กุ้งหวาน ปลาหมึก และหอยต่างๆ จากที่ได้ลอง ปลาสดใหม่ดีครับ และผมชอบตรงที่สามารถเลือกชนิดที่อยากกินได้เอง ไม่ต้องสั่งเป็นเซตที่ร้านจัดมาให้ ใครชอบปลาแบบไหนก็เดินไปตักแบบนั้นได้เลย
Salmon — แซลมอน
เริ่มจากปลาที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยที่สุดอย่าง แซลมอน (Salmon) ในไลน์มีแซลมอนหั่นเป็นชิ้นซาชิมิ จัดเรียงไว้ให้เลือกตัก โดยเห็นลายไขมันสีขาวสลับกับเนื้อสีส้มค่อนข้างชัด แซลมอนเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารญี่ปุ่น เพราะมีเนื้อสัมผัสนุ่มและมีไขมันแทรก ทำให้กินง่าย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มกินซาชิมิ สำหรับใครที่ชอบแซลมอนเป็นหลัก ร้านนี้ก็มีให้กินได้เรื่อยๆ ภายในเวลาบุฟเฟต์ครับ
Matsukawa Flounder — ปลาลิ้นหมามัตสึคาวะ
อีกชนิดที่ผมว่าน่าสนใจคือ Matsukawa Flounder (มัตสึคาวะ ฟลาวน์เดอร์) หรือปลาลิ้นหมามัตสึคาวะ ปลาชนิดนี้อยู่ในกลุ่มปลาตาเดียว พบได้ในน่านน้ำตอนเหนือของญี่ปุ่น และมีความเกี่ยวข้องกับอาหารทะเลของภูมิภาคฮอกไกโด เนื้อเป็นสีขาว ต่างจากแซลมอนที่มีไขมันและสีส้มชัดเจน โดยทั่วไปปลาในกลุ่มนี้มีเนื้อสัมผัสแน่นละเอียดและรสชาติค่อนข้างอ่อน เหมาะกับคนที่อยากลองซาชิมิปลาเนื้อขาว เป็นหนึ่งในปลาที่ทำให้ไลน์ซาชิมิของร้านนี้น่าสนใจขึ้น เพราะไม่ใช่ชนิดที่พบในบุฟเฟต์ทั่วไปทุกแห่งครับ
Japanese Amberjack — ปลาแอมเบอร์แจ็กญี่ปุ่น
อีกตัวที่เห็นในไลน์คือ Japanese Amberjack หรือ Buri (บุริ) ปลาบุริเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ปลามักมีไขมันสะสมมากขึ้น เนื้อปลาจะมีสีออกชมพูอ่อน และสามารถมีไขมันแทรกได้แตกต่างกันตามฤดูกาล ขนาด และแหล่งเลี้ยง สำหรับคนที่ชอบปลาดิบที่มีความมัน แต่ไม่อยากกินแซลมอนอย่างเดียว บุริก็เป็นอีกชนิดที่น่าลองครับ
Flounder — ปลาตาเดียว
นอกจาก Matsukawa Flounder แล้ว ในไลน์ยังมีป้าย Flounder Sashimi หรือปลาตาเดียว อีกชนิดหนึ่งด้วย ปลาตาเดียวเป็นชื่อเรียกรวมของปลาหลายชนิดที่มีลักษณะลำตัวแบนและดวงตาอยู่ด้านเดียวกันเมื่อโตเต็มวัย เนื้อส่วนใหญ่เป็นสีขาว มีไขมันและเนื้อสัมผัสแตกต่างกันตามชนิด ถ้าใครชอบซาชิมิปลาเนื้อขาว ผมว่าการมีปลาหลายชนิดให้เลือกลองแบบนี้เป็นข้อดีของบุฟเฟต์ครับ
Marinated Yellowfin Tuna — ทูน่าครีบเหลืองหมักซีอิ๊ว อีกหนึ่งซาชิมิที่น่าลอง
มาต่อกันที่ไลน์ซาชิมิของ Kaisen Tengoku DONKI Mall ทองหล่อ ครับ หลังจากดูแซลมอนและปลาเนื้อขาวญี่ปุ่นกันไปแล้ว ยังมีอาหารทะเลอีกหลายชนิดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะปลาทูน่าที่ร้านนำมาปรุงรสเพิ่มความแตกต่างจากซาชิมิแบบทั่วไป หนึ่งในนั้นคือ Marinated Yellowfin Tuna หรือปลาทูน่าครีบเหลืองหมักซีอิ๊ว ซึ่งมีป้ายภาษาญี่ปุ่นว่า Zuke Kihada Maguro (漬けキハダマグロ) คำว่า Zuke (漬け) ในอาหารญี่ปุ่นหมายถึงการนำวัตถุดิบไปหมัก โดยเฉพาะปลาดิบที่นิยมหมักกับซอสโชยุหรือเครื่องปรุงอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ
ส่วน Kihada Maguro คือปลาทูน่าครีบเหลือง หรือ Yellowfin Tuna ความแตกต่างจากทูน่าซาชิมิทั่วไปคือการหมักจะช่วยเพิ่มรสเค็มและอูมามิให้กับเนื้อปลา ทำให้มีรสชาติในตัวเองมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องจิ้มโชยุเยอะเหมือนปลาดิบแบบไม่ปรุงรส สำหรับคนที่ชอบทูน่า แต่บางครั้งรู้สึกว่าทูน่าซาชิมิแบบธรรมดามีรสชาติค่อนข้างอ่อน ผมว่าแบบหมักซีอิ๊วเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
กุ้งแดง (Red Shrimp) — อีกหนึ่งไฮไลท์ของสายกุ้งดิบ
ถัดมาเป็น กุ้งแดง (Red Shrimp) ซึ่งในไลน์ซาชิมิมีจัดเรียงไว้ให้เลือกตักด้วย กุ้งถูกเตรียมโดยแยกเปลือกบริเวณลำตัวออก เหลือส่วนหัวและหางไว้ ทำให้หยิบมารับประทานได้สะดวกขึ้น กุ้งแดงเป็นชื่อที่ใช้เรียกกุ้งหลายชนิดในตลาดอาหารทะเล โดยทั่วไปมักมีเนื้อสัมผัสนุ่มและมีรสหวานตามธรรมชาติ แต่รายละเอียดจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์และแหล่งที่มา
ถ้าใครชอบกุ้งดิบแบบญี่ปุ่น ผมว่าการมีทั้งกุ้งแดงและกุ้งหวานให้เลือกในไลน์เดียวกันเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะสามารถลองเปรียบเทียบเนื้อสัมผัสของกุ้งแต่ละแบบได้ โดยไม่ต้องสั่งเป็นจานแยกในราคาสูงเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ À La Carte
กุ้งหวาน (Sweet Shrimp) — สาย Amaebi ต้องไม่พลาด
อีกชนิดที่เห็นในไลน์คือ กุ้งหวาน (Sweet Shrimp) ซึ่งมีป้ายภาษาญี่ปุ่นว่า Amaebi (甘エビ) คำว่า Ama หมายถึงหวาน ส่วน Ebi หมายถึงกุ้ง กุ้งหวานญี่ปุ่นมีจุดเด่นที่เนื้อสัมผัสนุ่มและมีรสหวานตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะมีขนาดเล็กกว่ากุ้งแดงบางชนิดที่ใช้ทำซาชิมิ
ทางร้านจัดกุ้งหวานเรียงไว้ในถาดไม้ มีทั้งส่วนหัวและลำตัวที่เตรียมไว้สำหรับรับประทาน สำหรับผม จุดที่น่าสนใจของ Kaisen Tengoku คือไม่ได้มีแค่กุ้งชนิดเดียว แต่มีให้เลือกหลายแบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้อบุฟเฟต์ได้ดีครับ ถ้าใครเป็นสายกุ้งดิบ น่าจะใช้เวลากับโซนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว
Tako — ปลาหมึกยักษ์ และ Tsubugai — หอยสังข์ทะเล
นอกจากปลาและกุ้งแล้ว ยังมีอาหารทะเลอีกสองชนิดที่น่าสนใจครับ อย่างแรกคือ Tako (タコ) หรือปลาหมึกยักษ์ ซึ่งทางร้านหั่นเป็นชิ้นบางๆ จัดเรียงไว้ให้ตัก ปลาหมึกยักษ์ที่ใช้ทำซาชิมิหรืออาหารญี่ปุ่นมักผ่านการเตรียมตามวิธีของร้าน โดยมีเนื้อสัมผัสหนึบและเด้ง ต่างจากปลาเนื้ออ่อนอย่างแซลมอน อีกอย่างคือ Tsubugai (つぶ貝) หรือหอยสังข์ทะเล ซึ่งเป็นหอยทะเลกลุ่มหนึ่งที่นิยมรับประทานในญี่ปุ่น
หอยชนิดนี้มีจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสกรุบแน่น เหมาะกับคนที่ชอบอาหารทะเลที่มีความเด้งและได้เคี้ยวมากกว่าปลาดิบทั่วไป จากภาพที่ผมถ่ายมา ทางร้านจัดเนื้อหอยที่เตรียมแล้วไว้ในถาดไม้เช่นเดียวกับซาชิมิชนิดอื่น ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ทำให้ไลน์ซาชิมิของร้านนี้มีความหลากหลายมากขึ้นครับ
หอยนางรมสด — อีกหนึ่งเมนูที่สายอาหารทะเลน่าจะถูกใจ
อีกอย่างที่สะดุดตาคือ หอยนางรมสด (Fresh Oysters) ครับ จากภาพที่ถ่ายมา หอยนางรมถูกแกะฝาแล้วจัดวางไว้บนถาด มีป้ายชื่อชัดเจน และยังมีป้ายแยกคีมสำหรับคีบหอยนางรมโดยเฉพาะด้วย จุดนี้ผมว่าดี เพราะเป็นการแยกอุปกรณ์หยิบอาหารทะเลแต่ละประเภท ช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนข้ามชนิดอาหาร แม้จะไม่ได้ยืนยันเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมดก็ตาม
สำหรับคนชอบหอยนางรมสด การมีเมนูนี้อยู่ในบุฟเฟต์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เพราะหอยนางรมในร้านอาหารญี่ปุ่นบางแห่งมีราคาต่อชิ้นค่อนข้างสูง แต่ที่ Kaisen Tengoku สามารถเลือกกินได้ภายใต้เงื่อนไขของบุฟเฟต์ อย่างไรก็ตาม หอยนางรมดิบมีความเสี่ยงจากเชื้อโรคตามธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคตับ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแบบดิบและเลือกแบบปรุงสุกแทนครับ
หอยนางรมปรุงสุกก็มีให้เลือก
จากเมนูหน้าร้าน นอกจากหอยนางรมสดแล้ว ยังมีเมนูหอยนางรมปรุงสุกให้สั่งเพิ่ม ได้แก่
- Grilled Oysters — หอยนางรมย่าง
- Steamed Oysters — หอยนางรมนึ่ง
- Grilled Oysters with Garlic — หอยนางรมย่างกระเทียม
- Baked Oysters with Cheese — หอยนางรมอบชีส
ผมว่าตรงนี้เป็นข้อดี เพราะถ้าใครไม่กินหอยนางรมดิบ ก็ยังสามารถเลือกกินแบบปรุงสุกได้
ไม่กินปลาดิบก็อิ่มได้! เมนูอาหารญี่ปุ่นสั่งผ่าน QR Code
อีกจุดที่ผมชอบเกี่ยวกับ Kaisen Tengoku คือร้านไม่ได้มีแค่ไลน์ซาชิมิให้เดินตักเท่านั้นครับ เพราะยังมีอาหารญี่ปุ่นปรุงสุกให้เลือกสั่งผ่าน QR Code อีกด้วย รูปแบบการกินจึงแบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ส่วนแรก เดินไปเลือกตักซาชิมิและอาหารทะเลจากไลน์บุฟเฟต์ได้เอง ส่วนที่สอง สแกน QR Code เพื่อสั่งอาหารที่ต้องปรุงหรือจัดเตรียมเพิ่มเติม แล้วรอทางร้านนำมาเสิร์ฟ
วิธีนี้สะดวกดีครับ เพราะระหว่างที่รออาหารปรุงสุก เราก็สามารถกินซาชิมิที่ตักมาได้ก่อน จากเมนูที่ร้านแสดงไว้ มีทั้งเทมปุระ โอเด้ง อุด้ง ข้าวแกงกะหรี่ และอาหารญี่ปุ่นอีกหลายอย่าง สำหรับใครที่มากินกับเพื่อนหรือครอบครัว แล้วมีบางคนไม่ชอบปลาดิบ ผมว่าร้านนี้ก็ยังมีทางเลือกค่อนข้างเยอะครับ
โอเด้ง (Oden) — เมนูปรุงสุกที่ผมชอบ อร่อยเลย!
นอกจากซาชิมิที่สดใหม่แล้ว อีกเมนูที่ผมอยากพูดถึงคือ โอเด้ง (Oden) ครับ เพราะรอบนี้ได้ลองแล้ว อร่อยถูกใจเลย โอเด้งเป็นอาหารญี่ปุ่นที่นำวัตถุดิบหลายชนิดมาต้มในน้ำซุปดาชิ โดยทั่วไปมีทั้งหัวไชเท้า ไข่ต้ม ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปชนิดต่างๆ จุดเด่นของโอเด้งอยู่ที่น้ำซุป ซึ่งมักใช้ดาชิจากวัตถุดิบอย่างสาหร่ายคอมบุหรือปลาแห้ง ทำให้มีรสอูมามิและกลิ่นหอมเฉพาะตัว
การต้มวัตถุดิบในน้ำซุปช่วยให้แต่ละชิ้นดูดซับรสชาติเอาไว้ สำหรับผม การมีโอเด้งในบุฟเฟต์ซาชิมิแบบนี้ถือว่าดีเลยครับ เพราะกินปลาดิบไปเยอะ ๆ แล้วได้เปลี่ยนมากินอาหารร้อน ๆ บ้างก็ช่วยให้มื้ออาหารมีความหลากหลายขึ้น และที่สำคัญคือ โอเด้งของร้านนี้อร่อยจริง ๆ จากที่ได้ลอง ถ้าใครมากิน Kaisen Tengoku ผมว่าอย่ามัวแต่ตักซาชิมิจนลืมสั่งโอเด้งนะครับ 555
เมนไทโกะย่าง (Grilled Mentaiko) — อีกหนึ่งเมนูญี่ปุ่นที่น่าสนใจ
อีกเมนูที่มีในวันที่ผมไปคือ ไข่ปลาเมนไทโกะย่าง (Grilled Mentaiko) ครับ ถ้าใครชอบอาหารญี่ปุ่น น่าจะคุ้นเคยกับคำว่า Mentaiko กันอยู่แล้ว เพราะเป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้ในอาหารญี่ปุ่นหลายอย่าง เช่น ข้าวปั้น พาสต้า และอาหารย่าง Mentaiko (明太子) คือไข่ปลาพอลล็อกที่ผ่านการปรุงรส โดยทั่วไปจะมีรสเค็มและอูมามิ บางสูตรมีความเผ็ดจากพริกด้วย เมื่อนำไปย่าง ความร้อนจะทำให้ผิวด้านนอกสุกขึ้นและมีกลิ่นหอมแตกต่างจากเมนไทโกะแบบไม่ผ่านความร้อน เป็นอีกเมนูที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับบุฟเฟต์ เพราะไม่ได้มีแค่ซาชิมิหรืออาหารทะเลแบบที่เราคุ้นเคยเท่านั้น
ใครชอบรสชาติเข้มข้นของไข่ปลา เมนูนี้ก็น่าลองครับ
เทมปุระ อุด้ง และข้าวแกงกะหรี่ — อาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ก็มีครบ
นอกจากโอเด้งและเมนไทโกะย่างแล้ว ทางร้านยังมีอาหารญี่ปุ่นอีกหลายประเภทให้เลือกสั่ง Tempura (เทมปุระ) เป็นอาหารทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้แป้งชุบทอดบาง ๆ เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสกรอบ โดยจากภาพเมนูของร้านมีเทมปุระกุ้งเป็นหนึ่งในตัวเลือก Udon (อุด้ง) เป็นเส้นญี่ปุ่นที่มีลักษณะหนาและเหนียวนุ่ม เหมาะสำหรับคนที่อยากกินอาหารประเภทเส้นแทนซาชิมิ Ochazuke (โอฉะสึเกะ) เป็นเมนูข้าวญี่ปุ่นที่ราดด้วยน้ำชาหรือน้ำซุปดาชิ มักกินคู่กับปลา สาหร่าย หรือเครื่องปรุงอื่นๆ
ส่วน Japanese Curry Rice (ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น) ก็เป็นอีกเมนูที่เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารจานหลักแบบอิ่มท้อง เรียกว่าถ้าใครไม่กินปลาดิบเลย ก็ยังมีเมนูให้เลือกอีกหลายอย่างครับ แต่ถ้าตั้งใจมากินบุฟเฟต์ร้านนี้ ผมแนะนำให้เผื่อพื้นที่ในท้องสำหรับซาชิมิด้วย เพราะเป็นจุดเด่นของร้านจริงๆ
โชว์แล่ปลาสด — อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ได้ชมในวันที่ไป
อีกเรื่องที่ทำให้การมากิน Kaisen Tengoku รอบนี้น่าสนใจขึ้นคือ วันที่ผมไปมีโชว์แล่ปลาให้ชมด้วยครับ ปกติเวลาไปร้านอาหารญี่ปุ่น เรามักเห็นซาชิมิที่เชฟหั่นและจัดจานเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่การได้ชมการแล่ปลาทำให้เห็นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบก่อนนำไปเสิร์ฟมากขึ้น
การแล่ปลาแบบญี่ปุ่นเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะ โดยเฉพาะการแยกเนื้อออกจากกระดูก การจัดการหนังปลา และการตัดชิ้นให้เหมาะกับการทำซาชิมิ ปลาต่างชนิดกันก็มีโครงสร้างเนื้อและวิธีจัดการที่แตกต่างกันด้วย
สำหรับผม การมีโชว์แล่ปลาในร้านบุฟเฟต์แบบนี้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับประสบการณ์การกิน เพราะไม่ได้มาแค่เลือกตักอาหาร แต่ยังได้เห็นการทำงานของเชฟด้วย อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ทราบว่าโชว์แล่ปลามีทุกวันหรือเฉพาะบางรอบ ถ้าใครตั้งใจมาเพื่อชมโชว์นี้โดยเฉพาะ แนะนำให้สอบถามร้านก่อนเดินทางครับ
สรุปรีวิว Kaisen Tengoku DONKI Mall ทองหล่อ อร่อยไหม? น่ามาลองหรือเปล่า?
สำหรับผม Kaisen Tengoku เป็นอีกหนึ่งร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนรักซาชิมิครับ สิ่งที่ชอบที่สุดคือความหลากหลายของปลาและอาหารทะเล เพราะมีให้เลือกมากกว่า 10 ชนิด และสามารถเดินตักเองได้ตามความชอบ วันที่ผมไป ปลาสดใหม่ดี มีทั้งแซลมอน ทูน่า ปลาญี่ปุ่นเนื้อขาว กุ้งแดง กุ้งหวาน และหอยนางรม ที่สำคัญคือไม่ได้มีแต่ปลาดิบให้กิน เพราะยังมีอาหารปรุงสุกให้สั่งผ่าน QR Code อีกหลายอย่าง โดยเฉพาะ โอเด้งที่ผมว่าอร่อยเลยครับ
นอกจากนี้ยังมีไข่ปลาเมนไทโกะย่าง เทมปุระ อุด้ง และอาหารญี่ปุ่นอีกหลายเมนูให้เลือกสั่งผ่าน QR Code ซึ่งช่วยให้มื้อนี้ไม่ได้มีแค่ซาชิมิอย่างเดียว อีกหนึ่งความประทับใจคือ วันที่ผมไปมีโชว์แล่ปลาให้ชมด้วย ทำให้ได้เห็นขั้นตอนการเตรียมปลาสดของเชฟ เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจนอกเหนือจากการกินบุฟเฟต์ตามปกติ
ถ้าถามว่าคุ้มไหม?
สำหรับคนที่ชอบซาชิมิและอยากลองปลาญี่ปุ่นหลายชนิดในมื้อเดียว ผมว่าร้านนี้น่าสนใจครับ โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งปลาเนื้อขาว กุ้งหวาน กุ้งแดง และหอยนางรมให้เลือก ส่วนราคาบุฟเฟต์เริ่มต้นที่ 999++ บาท สำหรับ 60 นาที และ 1,199++ บาท สำหรับ 90 นาที
ถ้าเป็นคนกินเร็วและเน้นซาชิมิเป็นหลัก คอร์ส 60 นาทีก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าอยากลองทั้งซาชิมิและเมนูปรุงสุกหลายอย่าง ผมแนะนำให้พิจารณาคอร์ส 90 นาที เพราะมีเวลาเพิ่มอีก 30 นาที ในราคาเพิ่ม 200 บาทก่อนภาษีและค่าบริการ
สรุปแล้ว Kaisen Tengoku เป็นอีกหนึ่งร้านที่ผมว่าสายซาชิมิควรมาลองครับ โดยเฉพาะคนที่อยากกินปลาดิบหลากหลายชนิด ไม่ใช่แค่แซลมอนกับทูน่า และอยากมีเมนูอาหารญี่ปุ่นปรุงสุกให้เลือกกินสลับกันด้วย ส่วนใครตั้งใจมาชมโชว์แล่ปลา แนะนำให้สอบถามตารางกับร้านก่อน เพราะผมยังไม่ทราบว่ามีโชว์ทุกวันหรือเฉพาะบางรอบครับ
ข้อมูลร้าน Kaisen Tengoku DONKI Mall ทองหล่อ
- ชื่อร้าน: Kaisen Tengoku (ไคเซ็น เท็งโกกุ)
- สถานที่: DONKI Mall Thonglor ชั้น 4 ที่ตั้ง ซอยเอกมัย 5 ถนนสุขุมวิท 63 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
- ประเภทอาหาร: บุฟเฟต์ซาชิมิและอาหารญี่ปุ่น
- เวลาเปิด: 11.00–22.00 น. Last Order 21.00 น.
- โทรศัพท์: 091-415-0666
- ที่จอดรถ: มีที่จอดรถภายใน DONKI Mall































