รีวิว Kaiten Sushi Ginza Onodera CentralWorld ซูชิสายพานพรีเมียม ปั้นสดทุกคำ มื้อนี้ 1,500 กว่าบาท คุ้มไหม?
ถ้าใครคาดหวังว่าซูชิสายพานร้านนี้จะเหมือน Sushiro หรือ Katsu Midori… ข้ามความคิดนั้นไปก่อนเลยครับ เพราะตอนแรกผมก็คิดเหมือนกัน เห็นคำว่า Kaiten Sushi มีสายพานอยู่กลางร้าน ก็เลยแอบจินตนาการว่าจะมีซูชิหลากหลายจานหมุนผ่านหน้าเรา หิวอะไรก็หยิบ กินเสร็จก็นับจาน แล้วกลับบ้านแบบร้านซูชิสายพานทั่วไป
แต่พอได้มาลอง Kaiten Sushi Ginza Onodera Thailand ที่ CentralWorld จริง ๆ ถึงรู้ว่า… ร้านนี้มีสายพานก็จริง แต่ประสบการณ์การกินแทบจะอยู่คนละ Segment กับ Sushiro หรือ Katsu Midori เลยครับ ที่นี่เน้นวัตถุดิบพรีเมียมจากญี่ปุ่น เชฟปั้นซูชิสดตามออร์เดอร์ แล้วเสิร์ฟตรงหน้าทีละจาน ราคาก็เลยไม่ได้มาแนวซูชิสายพานมื้อประหยัด ส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับร้านซูชิพรีเมียมมากกว่า มื้อนี้ผมกินไปประมาณ 1,500 กว่าบาท ได้กินอะไรบ้าง ประทับใจตรงไหน และมีข้อพิจารณาอะไร ก่อนตามไปกินเดี๋ยวเล่าให้ฟังครับ
ร้านคนเยอะอยู่นะครับ แต่รอคิวไม่นาน
ปลาสดตามฤดูกาลเอามาโชว์หน้าร้าน
Kaiten Sushi Ginza Onodera ไม่ใช่ Sushiro เวอร์ชันแพง
ผมว่าต้องตั้งความเข้าใจให้ตรงกันก่อนเข้าร้านเลยครับ ถ้าเรามองร้านนี้ด้วยมาตรฐานของซูชิสายพานทั่วไป อาจมีคำถามทันทีว่า ทำไมราคาสูงกว่า? ทำไมเมนูดูไม่ได้เยอะเป็นร้อยอย่าง? แล้วทำไมไม่ค่อยเห็นซูชิหมุนอยู่บนสายพาน? คำตอบง่ายๆ คือ ร้านไม่ได้ตั้งใจทำตัวเองเป็น Fast Food Sushi ตั้งแต่แรก แม้ชื่อร้านจะมีคำว่า Kaiten และมีสายพานอยู่กลางร้าน แต่ซูชิหลักไม่ได้ปั้นวางทิ้งไว้ให้หมุนผ่านหน้าเราเรื่อยๆ
เวลาสั่ง ออร์เดอร์จะถูกส่งไปที่เชฟ แล้วเชฟจึงปั้นใหม่คำต่อคำ ก่อนเสิร์ฟตรงมายังที่นั่ง ตรงนี้ทำให้ประสบการณ์ใกล้กับร้านซูชิแบบเคาน์เตอร์มากกว่า เพียงแต่เรายังมีอิสระเลือกสั่งเฉพาะคำที่อยากกิน และกำหนดงบของตัวเองได้ เรียกง่ายๆ ว่า… เอาคุณภาพและรายละเอียดบางส่วนแบบร้านโอมากาเสะ มารวมกับความยืดหยุ่นของร้านซูชิแบบ A La Carte ถ้ามาด้วยความคิดนี้ ผมว่าความคาดหวังจะตรงกับร้านมากกว่าครับ
ส่วนของสายพานจะมีแค่ตรงนี้ ส่วนที่อื่นๆ จะเป็นโต๊ะใหญ่
แล้วบนสายพานมีอะไรหมุนมาให้หยิบ?
สิ่งที่หมุนมาตามสายพานในมื้อที่ผมไป ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นซูชิที่ปั้นทิ้งไว้ครับ แต่จะเป็นของกินเล่นที่ทางร้านให้หยิบฟรี อย่าง
- คางกุ้งทอด
- ถั่วแระญี่ปุ่น
หยิบกินได้เรื่อยๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนเมนูตามฤดูกาลหรือเมนูพิเศษบางรายการ อาจมีเสิร์ฟผ่านสายพานตามช่วงเวลาของร้าน ดังนั้น คนที่อยากสัมผัสความสนุกแบบเห็นซูชิผ่านหน้าแล้วหยิบทันที อาจรู้สึกว่าร้านนี้ไม่เหมือนซูชิสายพานที่คุ้นเคย แต่ข้อดีก็คือ ซูชิที่เราสั่งจะไม่ได้หมุนอยู่ในร้านจนข้าวเย็นหรือหน้าปลาแห้งก่อนมาถึงโต๊ะครับ
จุดเด่นคือซูชิปั้นสดตามออร์เดอร์
ผมชอบตรงที่ซูชิแต่ละคำถูกปั้นใหม่หลังจากเราสั่ง ข้าวจึงยังอุ่นกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป ไม่เย็นจนแข็ง และไม่ได้จับตัวแน่นเหมือนข้าวปั้นที่ทำทิ้งไว้นาน สำหรับซูชิ เรื่องอุณหภูมิของข้าวสำคัญกว่าที่หลายคนคิดนะครับ เพราะต่อให้ปลาดี แต่ถ้าข้าวเย็น แข็ง หรือรัดแน่นเกินไป เวลากินทั้งคำก็เสียสมดุลได้เหมือนกัน
ร้านใช้ข้าวซูชิสีแดงหรือ Aka Shari ที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชูแดง รสจะออกเปรี้ยวและเค็มชัดกว่าข้าวซูชิในร้านสายพานทั่วไป ผมว่าข้าวแนวนี้เข้ากับปลามันๆ และปลาที่มีรสชาติจัดได้ดี กินแล้วไม่รู้สึกว่ามีแต่ความมันลอยอยู่ในปากครับ
บางคำไม่ต้องจิ้มโชยุเพิ่ม
อีกอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าร้านนี้ไม่ได้เป็นซูชิสายพานแบบ Fast Food คือ เชฟจะปรุงแต่ละคำมาให้เหมาะกับวัตถุดิบอยู่แล้ว บางคำป้ายโชยุมาให้ บางคำมีวาซาบิอยู่ด้านใน บางเมนูโรยเกลือ พร้อมให้เลมอนมาบีบเพิ่ม เพราะซูชิไม่ได้จำเป็นต้องกินกับโชยุทุกคำครับ
หน้าปลาบางชนิดเหมาะกับเกลือหรือความเปรี้ยวของเลมอนมากกว่า ถ้าเผลอจุ่มโชยุจนชุ่ม รสของวัตถุดิบที่ร้านตั้งใจเตรียมมาก็หายหมดพอดี ส่วนวาซาบิของร้านไม่ได้ฉุนพุ่งขึ้นจมูกจนกลบรสปลา แต่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดความมันได้พอดี
เมนูแซลมอน 40 – 50 บาท
ตับห่าน 199 บาท
ไก่คาราอาเกะ 80 บาท มันฝรั่งทอด 150 บาท
หอยเชลล์ย่างไฟ 130 บาท แซลมอน 40 บาท
ปลาคิมเมได 160 บาท
วัตถุดิบพรีเมียม ราคาก็ตามคุณภาพขึ้นมาเหมือนกัน
เรื่องที่ต้องพูดตรงๆ คือ ราคาของร้านไม่ได้ถูกครับ
แม้จะมีเมนูเริ่มต้นหลักสิบ แต่ถ้าเริ่มสั่งทูน่าพรีเมียม อูนิ ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล หรือวัตถุดิบระดับเดียวกับที่พบในร้านโอมากาเสะ ราคาจะขึ้นเร็วมาก มื้อนี้ของผมจบที่ประมาณ 1,500 กว่าบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าการกินร้านซูชิสายพานทั่วไปพอสมควร
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ
- ซูชิปั้นสดตามสั่ง
- วัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่น
- ข้าวอากะชาริ
- การปรุงแต่ละคำมาให้เหมาะกับหน้าปลา
- ของกินเล่นฟรี
- ความยืดหยุ่นในการเลือกเฉพาะคำที่อยากกิน
ถ้าเทียบกับ Sushiro หรือ Katsu Midori ร้านนี้จะแพงกว่าชัดเจน
แต่ถ้าเอาไปเทียบกับร้านซูชิพรีเมียมหรือโอมากาเสะแบบ A La Carte บางเมนูถือว่ายังอยู่ในระดับที่ลองได้ โดยไม่ต้องจ่ายเป็นคอร์สหลายพันบาทตั้งแต่เริ่มครับ
ทูน่าคือหนึ่งในพระเอกของร้าน
มากุโระ 3 คำ ซุปเปอร์พรีเมียม 470 บาท
ถ้ามาร้านในเครือ Ginza Onodera แล้วไม่ลองทูน่าเลยก็น่าเสียดายครับ ทูน่าของร้านคัดโดย Yamayuki ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาทูน่าของญี่ปุ่น มีให้เลือกหลายส่วน ตั้งแต่
- Akami เนื้อแดง รสชัด ไขมันไม่มาก
- Chutoro มีไขมันแทรกกำลังดี
- Otoro ส่วนที่มันและนุ่มที่สุด
ส่วนตัวถ้าไม่ชอบความมันมาก ผมว่า Chutoro เป็นจุดกึ่งกลางที่กินง่าย รสเนื้อแดงยังชัด แต่มีไขมันช่วยให้เนื้อนุ่มและหวานขึ้น ราคาอาจสูงกว่าทูน่าร้านสายพานทั่วไป แต่รสชาติและคุณภาพของวัตถุดิบก็ต่างกันค่อนข้างชัดครับ
อูนิหลายเกรดให้เลือก
อีกกลุ่มเมนูที่น่าสนใจคืออูนิ ซึ่งร้านมีให้เลือกทั้ง Bafun, Murasaki และ Ensui ตามรายการที่มีในแต่ละช่วง สำหรับคนที่ชอบอูนิอยู่แล้ว คำว่า Ensui Uni น่าจะสะดุดตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นอูนิที่เก็บรักษาในน้ำเกลือใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติ รสจึงหวานสะอาด และมีโอกาสติดขมน้อยกว่าอูนิที่ใช้สารคงรูป แน่นอนว่า ราคาก็แรงขึ้นตามเกรดวัตถุดิบเหมือนกัน แต่อูนิระดับนี้ปกติมักพบในร้านโอมากาเสะราคาสูงมากกว่าร้านซูชิสายพานทั่วไปครับ
ปล. หลังจากที่ไปกินมาเพิ่งจะมาหาข้อมูล ไม่ได้กินอูนิ แอบเสียดายเหมือนกัน เคยได้ประสบการณ์ที่ไม่ดี กับอูนิที่ไทยเลยไม่ได้ลอง
ของกินฟรีช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะ
แม้ราคาซูชิจะสูง แต่ผมชอบที่ร้านมีจานฟรีหมุนมาให้หยิบกินได้เรื่อยๆ อย่างคางกุ้งทอด กรอบ ๆ กินเล่นระหว่างรอซูชิได้เพลินมาก ถั่วแระญี่ปุ่นก็ช่วยพักรสระหว่างคำได้ดี บางรอบยังมีเมนูพิเศษจากร้านเสิร์ฟให้ฟรีอีกหนึ่งจานด้วย ไม่ได้ถึงกับทำให้มื้อนี้กลายเป็นราคาถูกลงทันทีหรอกครับ แต่ก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าร้านไม่ได้คิดเงินเราทุกอย่างตั้งแต่หยิบตะเกียบ ห้าๆๆๆๆๆ
เมนูยังไม่เยอะเท่าร้านซูชิสายพานทั่วไป
ข้อพิจารณาหลักของผมคือ เมนูยังรู้สึกว่าน้อยไปหน่อย โดยเฉพาะถ้าเทียบกับ Sushiro หรือ Katsu Midori ที่มีทั้งซูชิ โรล ของทอด ราเมง อุด้ง ของหวาน และเมนูหมุนเวียนให้เลือกจนตาลาย Kaiten Sushi Ginza Onodera จะเน้นซูชิและวัตถุดิบพรีเมียมมากกว่า คนที่มากับครอบครัวใหญ่ หรือมีคนที่ไม่ค่อยกินปลาดิบ อาจรู้สึกว่าทางเลือกไม่หลากหลายเท่าร้านสายพานแมส แต่ถ้าเป้าหมายคืออยากกินซูชิปั้นสด เลือกปลาดีๆ เป็นคำ และไม่อยากนั่งคอร์สโอมากาเสะยาวๆ ร้านนี้ตอบโจทย์มากกว่าครับ
สรุป Kaiten Sushi Ginza Onodera คุ้มไหม?
ถ้าถามว่าเหมือน Sushiro หรือ Katsu Midori ไหม?
ไม่เหมือนครับ
นอกจากมีสายพานอยู่กลางร้านแล้ว ผมว่าประสบการณ์และกลุ่มราคาแทบจะคนละแบบกันเลย Sushiro และ Katsu Midori เหมาะกับการกินซูชิหลากหลายแบบ สนุกกับการหยิบจาน และควบคุมงบได้ง่ายกว่า ส่วน Kaiten Sushi Ginza Onodera เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับ
- คุณภาพของวัตถุดิบ
- อุณหภูมิและรสชาติของข้าว
- ซูชิปั้นสดตามออร์เดอร์
- ปลาพรีเมียมจากญี่ปุ่น
- การปรุงแต่ละคำให้เหมาะกับวัตถุดิบ
ข้อดีคือได้ประสบการณ์ใกล้ร้านซูชิพรีเมียม โดยยังเลือกสั่งเฉพาะคำที่ตัวเองอยากกินได้ ข้อพิจารณาคือราคาสูง เมนูยังไม่หลากหลายมาก และถ้ามาโดยคาดหวังความคุ้มแบบซูชิสายพานแมส อาจรู้สึกว่าจ่ายแรงเกินไป สำหรับมื้อนี้ประมาณ 1,500 กว่าบาท ส่วนตัวผมว่าคุณภาพวัตถุดิบและความสดใหม่สมเหตุสมผลครับ
แต่คงไม่ได้เป็นร้านที่แวะกินแบบไม่คิดทุกสัปดาห์ เหมาะกับวันที่อยากกินซูชิดีขึ้นมาอีกระดับ อยากเลือกเองเป็นคำ และไม่อยากจ่ายราคาโอมากาเสะเต็มคอร์สมากกว่า
สรุปง่ายๆ…
ร้านนี้มีสายพาน แต่หัวใจไม่ได้เป็นซูชิสายพานแบบที่เราคุ้นเคยครับ
ข้อมูลร้าน Kaiten Sushi Ginza Onodera Thailand
- ที่ตั้ง: CentralWorld ชั้น 7 โซน Atrium ใกล้ร้าน Hikiniku To Come
- เวลาเปิด: ทุกวัน 10.00–22.00 น.
- การเดินทาง: ลง BTS สยามหรือ BTS ชิดลม แล้วเดิน Skywalk เข้าศูนย์การค้า CentralWorld
- ที่จอดรถ: จอดภายใน CentralWorld ได้
- การจอง: สามารถจองล่วงหน้าผ่าน TableCheck โดยค้นหา Kaiten Sushi Ginza Onodera Thailand
แนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงมื้อเย็นและวันหยุด เพราะร้านเพิ่งเปิดและคนสนใจกันค่อนข้างเยอะครับ

























