รีวิว Shotover Jet Queenstown ซิ่งเรือเกือบ 100 km/h ฝ่า Canyon น้ำตื้น หมุน 360° กิจกรรมห้ามพลาด New Zealand
ถ้ามา Queenstown ประเทศ New Zealand แล้วกำลังมองหากิจกรรม Adventure ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และมีความเป็นนิวซีแลนด์อยู่เต็มๆ ชื่อของ Shotover Jet น่าจะอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ ตอนแรกผมก็คิดว่า… มันก็คงเป็นเรือเร็วธรรมดาๆ แต่พอเห็นเส้นทางจริงแล้วเริ่มคิดใหม่
เพราะนี่คือการเอา Jet Boat วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 90 km/h ผ่านแม่น้ำที่บางช่วงทั้งตื้นและแคบ มีหน้าผาหินของ Shotover Canyon อยู่ใกล้จนรู้สึกเหมือนเรือกำลังจะพุ่งเข้าไปชน ก่อนคนขับจะหักหลบอย่างรวดเร็ว
แล้วยังไม่พอ… มี 360° Spin กลางแม่น้ำให้เล่นกันอีกหลายรอบ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความเร็ว คือเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่อยู่เบื้องหลัง เพราะ Jet Boat แบบนี้มีต้นกำเนิดและพัฒนาการสำคัญอยู่ที่ New Zealand นี่เอง
Shotover Jet คืออะไร?
Shotover Jet เป็นกิจกรรม Jet Boat บน Kimiākau / Shotover River บริเวณ Arthurs Point ใกล้ Queenstown ความแตกต่างจากการนั่ง Speed Boat ทั่วไปคือ เส้นทางไม่ได้อยู่บนทะเลสาบหรือแม่น้ำกว้างๆ เรือจะพาเราเข้าไปวิ่งภายใน Shotover Canyons บางช่วงเป็นช่องเขาหินที่ค่อนข้างแคบ ตัวเรือสามารถวิ่งเข้าใกล้กำแพงหินด้วยความเร็วสูง ก่อนเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
รวมกับ Signature ของ Shotover Jet อย่าง 360° Spin ทั้งหมดนี้ใช้เวลาบนเรือประมาณ 25 นาที 25 นาทีอาจฟังดูไม่นาน… แต่ตอนนั่งจริงมีอะไรเกิดขึ้นตลอดทางจนแทบไม่มีเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเลย
Shotover Jet เปิดมาตั้งแต่ปี 1965
สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งรู้หลังจากมาเที่ยวคือ Shotover Jet ไม่ใช่กิจกรรมที่เพิ่งสร้างขึ้นเพื่อรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ กิจกรรมนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี 1965 หมายความว่าในปี 2025 Shotover Jet มีอายุครบ 60 ปี ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี มีการพัฒนาทั้งตัวเรือ เครื่องยนต์ ระบบ Waterjet เทคนิคการขับ และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Shotover Jet อยู่ภายใต้ Ngāi Tahu Tourism ซึ่งเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวของ Ngāi Tahu iwi แห่ง Te Waipounamu หรือเกาะใต้ของ New Zealand
ถึงขนาด Queen Elizabeth II ก็เคยมานั่ง
ภายในอาคารก่อนขึ้นเรือมี Wall of Fame ตอนแรกผมก็เดินผ่านไปเฉยๆ แต่พอดูดีๆ… มีรูปบุคคลสำคัญและคนดังจากหลายประเทศเต็มผนัง หนึ่งในภาพที่โดดเด่นที่สุดคือ Queen Elizabeth II และ Prince Philip ซึ่งเคยมาเยือน Shotover Jet ระหว่างการเสด็จเยือน New Zealand ในปี 1990
นอกจากนี้ยังมีทั้งนักกีฬา นักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียงอีกหลายคน ตรงนี้ทำให้รู้เลยว่า Shotover Jet ไม่ได้เป็นเพียง Activity สำหรับนักท่องเที่ยว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว Queenstown มาหลายสิบปีแล้ว
ทำไมเรือถึงวิ่งในน้ำตื้นขนาดนี้ได้?
นี่คือเรื่องที่ผมว่าน่าสนใจที่สุด เรือทั่วไปมักใช้ Propeller หรือใบพัด ที่ยื่นลงไปใต้น้ำ ถ้าเอาไปวิ่งในแม่น้ำตื้นที่เต็มไปด้วยหิน โอกาสที่ใบพัดหรือชุดขับเคลื่อนจะกระแทกพื้นก็ค่อนข้างสูง แต่ Jet Boat ใช้หลักการแตกต่างออกไป หัวใจสำคัญคือระบบ Hamilton Waterjet น้ำจะถูกดูดเข้าจากบริเวณใต้ท้องเรือ ผ่าน Impeller ที่เพิ่มความเร็วและแรงดัน ก่อนพ่นน้ำออกจาก Nozzle ทางด้านท้ายเรือ
พูดง่ายๆ คือ ดูดน้ำเข้า → เร่งน้ำ → พ่นออกด้านหลัง → แรงปฏิกิริยาผลักเรือไปข้างหน้า ไม่มีใบพัด ยื่นลงมาจากใต้ท้องเรือเหมือนเรือทั่วไป จึงเหมาะอย่างมากกับแม่น้ำตื้นอย่าง Shotover River
HamiltonJet เทคโนโลยีที่เกิดจาก New Zealand
ระบบ Waterjet ไม่ได้ถูกเลือกมาใช้กับ Shotover Jet แบบบังเอิญ เพราะ Sir William Hamilton ชาว New Zealand เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่พัฒนา Marine Jet Propulsion ให้สามารถใช้งานกับเรือได้จริงในช่วงทศวรรษ 1950
เป้าหมายในตอนนั้นคือการสร้างเรือที่สามารถวิ่งผ่านแม่น้ำตื้นและมีหินจำนวนมากของ New Zealand ได้ เทคโนโลยีที่เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาการเดินเรือในประเทศนี้ ต่อมาถูกพัฒนาและใช้งานกับเรือทั่วโลก ภายใน Shotover Jet มี Hamilton Jet HJ212 แบบผ่าครึ่ง จัดแสดงอยู่ด้วย ถ้ามีเวลาแนะนำให้ลองดู เพราะเราจะเห็นชิ้นส่วนภายในและเข้าใจทันทีว่า Waterjet ทำงานต่างจากใบพัดเรือทั่วไปอย่างไร
เรือ Shotover Jet แรงแค่ไหน?
เรือ Shotover Jet รุ่นปัจจุบันใช้เครื่องยนต์ MerCruiser V8 ขนาด 350 จำนวน 2 เครื่อง กำลังรวมประมาณ 700 แรงม้า ทำงานร่วมกับ Hamilton 212 Jet Unit จำนวน 2 ชุด ระบบสามารถผลักน้ำรวมประมาณ 760 ลิตรต่อวินาที ผลลัพธ์คือ Jet Boat ที่สามารถทำความเร็วได้ประมาณ 90 km/h
ตัวเลข 90 km/h บนถนนอาจไม่ได้ฟังดูน่ากลัว แต่ลองนึกภาพว่า… เรากำลังนั่งอยู่บนเรือลำเล็ก ผิวน้ำอยู่ห่างจากตัวเราไม่มาก และสองข้างเป็นกำแพง Canyon 90 km/h เริ่มรู้สึกเร็วขึ้นมาทันที
แล้ว 360° Spin ทำได้ยังไง?
อีก Signature ที่ทุกคนรอคือ 360° Spin ก่อนหมุน Skipper จะให้สัญญาณผู้โดยสารรู้ตัว แล้วหลังจากนั้น… เตรียมตัวเปียก หลักการสำคัญมาจากการควบคุมทิศทางของ Waterjet ด้านท้ายมี Steering Nozzle สำหรับเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำ เมื่อคนขับเปลี่ยนทิศทางของ Jet อย่างรวดเร็วพร้อมควบคุมกำลังเครื่อง ตัวเรือสามารถเปลี่ยนทิศและหมุนได้อย่างรวดเร็ว
นี่คือหนึ่งในข้อดีของ Waterjet ที่ให้ Steering Response สูงมาก
รูปนี้ดาวโหลดได้จาก QR Code ของทาง Shotover Jet หลังจากที่เรานั่งเรือเสร็จ
คนขับ Shotover Jet ไม่ได้ฝึกกันไม่กี่วัน
หลังจากนั่งจริง สิ่งหนึ่งที่อดคิดไม่ได้คือ พี่รู้ได้ยังไงว่าต้องหักตรงไหน? บางจังหวะเรือพุ่งตรงเข้าหากำแพงหินจนสัญชาตญาณบอกว่า… “ไม่หลบเหรอ!” แล้วอีกเสี้ยววินาทีเรือก็เปลี่ยนทิศผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คำตอบคือ Skipper ของ Shotover Jet ต้องผ่านการฝึกเฉพาะทางอย่างจริงจัง Shotover Jet ระบุว่าคนขับต้องผ่านการฝึกบนแม่น้ำอย่างน้อย 120 ชั่วโมง ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ขับผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ของ Shotover Jet
การฝึกไม่ได้มีแค่การบังคับเรือ แต่รวมถึง
- Boat Handling
- Route Familiarisation
- การอ่านสภาพแม่น้ำ
- Manoeuvre
- Defensive Driving
- Emergency Procedures
- การขับเส้นทางจริง
ในช่วงการฝึกยังมีการจำลองน้ำหนักผู้โดยสารก่อนที่จะเริ่มขับผู้โดยสารจริง ดังนั้นการเข้าใกล้กำแพง Canyon ที่เราเห็น ไม่ได้เกิดจากการขับแบบเสี่ยงดวง แต่เป็นเส้นทางที่ Skipper ต้องเรียนรู้และฝึกซ้ำมาอย่างละเอียด
แม่น้ำเปลี่ยนทุกวัน จึงต้องตรวจทุกเช้า
Shotover River เป็นแม่น้ำธรรมชาติ ไม่ได้เหมือนสนามแข่งที่วาง Track ไว้แล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิมตลอดทั้งปีระดับน้ำ กระแสน้ำ Riverbed และสภาพแวดล้อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ Shotover Jet จึงมีการตรวจสอบสภาพแม่น้ำทุกเช้าก่อนเริ่มให้บริการ เพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ ตัว Skipper เองก็ต้องผ่าน Driver Check และการ Monitor อย่างสม่ำเสมอ
เรือก็มี Maintenance จริงจังไม่แพ้คนขับ
อีกเรื่องที่ผมชอบคือระบบ Maintenance Shotover Jet ใช้แนวคิด Reliability Centred Maintenance หรือ RCM ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงการบิน ชิ้นส่วนสำคัญจะถูกบันทึกชั่วโมงการทำงาน ตรวจสอบ และเปลี่ยนตามรอบที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น Steering Nozzle ต้องผ่าน Crack Testing ทุก 500 ชั่วโมง และเปลี่ยนใหม่เมื่อครบ 2,000 ชั่วโมง แม้ว่าจะยังไม่พบความเสียหายก็ตาม พอรู้เรื่องเหล่านี้แล้ว การนั่งเรือพุ่งเข้าใกล้กำแพงหินด้วยความเร็ว 90 km/h ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดหนึ่ง …นิดหนึ่งจริงๆ
ก่อนขึ้นเรือต้องเตรียมตัวยังไง?
เมื่อมาถึง Shotover Jet จะมีจุด Check-in และพื้นที่รอก่อนขึ้นเรือ ทาง Shotover Jet มีเสื้อคลุมสำหรับช่วยป้องกันน้ำและลมให้ผู้โดยสาร แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก รองเท้าที่กระชับ และเก็บของที่ไม่ต้องการให้เปียกให้เรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น
อย่าลืมว่า อากาศ Queenstown + ลม + เรือวิ่ง 90 km/h หนาวกว่าการยืนอยู่เฉย ๆ เยอะ
จะมีคิวเป็นรอบๆ ถ้ามาหลายคนอาจจะไม่ได้นั่งด้วยกัน
ดูคลิปบรรยากาศจริงบน Shotover Jet
อ่านว่าเรือวิ่งเกือบ 90 km/h ผ่าน Canyon แคบๆ อาจยังนึกภาพไม่ออกว่ามันเร็วและใกล้กำแพงหินขนาดไหน อันนี้เป็นคลิปที่เราจะได้หลังจากที่นั่งเรือ (มี QR Code ให้ดาวโหลด) ถ่ายจาก บนเรือ Shotover Jet จริงๆ ระหว่างวิ่งบน Shotover River มีทั้งช่วงเร่งความเร็ว พุ่งผ่าน Canyon และจังหวะ 360° Spin ที่เป็น Signature ของที่นี่
ดูในคลิปอาจรู้สึกว่าเร็วแล้ว แต่ตอนนั่งจริงความรู้สึกเร็วกว่าในคลิปอีก เพราะเรานั่งอยู่แทบติดผิวน้ำ และบางจังหวะกำแพงหินของ Canyon อยู่ใกล้จนรู้สึกว่า… “พี่จะหักแล้วใช่ไหม?” ก่อนที่ Skipper จะเปลี่ยนทิศทางเรือผ่านไปแบบเหมือนเป็นเรื่องปกติ และนั่นทำให้ผมสงสัยเหมือนกันว่า…
คนขับต้องฝึกขนาดไหน ถึงขับเรือเกือบ 100 km/h ผ่านเส้นทางแบบนี้ได้?
ราคา Shotover Jet
ตอนที่เราเดินทาง ราคาที่หน้าร้านคือ
- Adult – NZ$159
- Child อายุ 5–15 ปี – NZ$89
- Family Pass 2 Adults + 2 Children – NZ$407
แต่ปัจจุบันราคาได้ปรับขึ้นแล้ว ราคาล่าสุดอยู่ประมาณ
- Adult – NZ$199
- Child – NZ$109
- Family Pass – NZ$507
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา แนะนำตรวจสอบราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ Shotover Jet ก่อนเดินทาง
ถ้าใครมีแพลนไป Queenstown และอยากลอง Shotover Jet แนะนำเช็กราคาและรอบว่างล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยสามารถดูราคาปัจจุบันและจองผ่าน Klook ได้ที่
👉 เช็กราคา Shotover Jet และรอบว่างที่นี่
ช่วง High Season บางรอบอาจเต็ม โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ดังนั้นถ้าวันเที่ยวค่อนข้างแน่น การจองรอบไว้ก่อนจะจัดแผนได้ง่ายกว่าครับ
Shotover Jet กำลังพัฒนา Electric Jet Boat
เรื่องนี้ผมว่าเจ๋งมาก เพราะกิจกรรมที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1965 ไม่ได้หยุดอยู่กับเทคโนโลยีเดิม Shotover Jet และ Ngāi Tahu Tourism เริ่มโครงการพัฒนา Electric Jet Boat ตั้งแต่ปี 2019 มีการนำเรือพาณิชย์เดิมมาดัดแปลงเป็นต้นแบบไฟฟ้า ทั้ง Battery Pack, Battery Management System และ Electric Motors ปี 2022 มีการทดสอบต้นแบบบน Lake Wakatipu ก่อนนำไปทดสอบบน Shotover River
เป้าหมายคือศึกษาความเป็นไปได้ในการลดการใช้เชื้อเพลิงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต จาก Jet Boat ที่เริ่มต้นเมื่อกว่า 60 ปีก่อน… วันนี้กำลังพยายามก้าวเข้าสู่ยุค Electric Boat แล้ว
Shotover Jet คุ้มไหม?
ถ้าชอบกิจกรรม Adventure ผมว่าควรลองสักครั้ง มันไม่ได้น่ากลัวระดับ Bungy Jumping ที่ต้องตัดสินใจกระโดดลงจากสะพานด้วยตัวเอง แต่ยังให้ความตื่นเต้นแบบที่คนทั่วไปสามารถสนุกได้
สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจกลับไม่ใช่แค่ 360° Spin แต่คือการได้รู้ว่าเบื้องหลังเรือลำนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ของ New Zealand, เทคโนโลยี Hamilton Waterjet, การออกแบบเรือเฉพาะทาง การฝึก Skipper อย่างเข้มข้น และระบบ Maintenance ที่จริงจัง
มันจึงไม่ได้เป็นเพียง… “นั่งเรือเร็วแล้วหมุน 360°” แต่นี่คือหนึ่งในกิจกรรม Adventure ที่อยู่คู่ Queenstown มานานกว่า 60 ปี และเมื่อมาถึง Queenstown แล้ว…
น้ำก็ตื้น Canyon ก็แคบ พี่แกยังซิ่งเกือบ 100 km/h แถมหมุน 360° อีก จะไม่ลองสักครั้งจริงเหรอ?
ข้อมูล Shotover Jet Queenstown
สถานที่: Shotover Jet
ที่ตั้ง: Arthurs Point, Queenstown, New Zealand
กิจกรรม: Jet Boat ผ่าน Shotover Canyons
เวลาบนเรือ: ประมาณ 25 นาที
ความเร็ว: สูงสุดประมาณ 90 km/h
ไฮไลต์: Canyon, น้ำตื้น, High-Speed Manoeuvres และ 360° Spins
เหมาะสำหรับ: คนที่อยากลอง Adventure ใน Queenstown แต่ยังไม่อยากไปถึงระดับ Bungy หรือ Skydive
ควรจองล่วงหน้าในช่วง High Season และตรวจสอบข้อจำกัดด้านอายุ/ส่วนสูง รวมถึงสภาพอากาศและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทาง













