Rotorua เมืองที่ไอน้ำพุ่งจากพื้น! เที่ยว Te Puia ชม Pōhutu Geyser กิน Hāngī ก่อนดูพิธี Māori และ Haka เต้นสงคราม
จากตอนที่แล้ว เราเริ่ม Road Trip เกาะเหนือกันที่ Rotorua (โรโตรัว) หลังบินข้ามมาจาก Christchurch และไปเปิดทริปกันที่ Agrodome ดูแกะ 19 สายพันธุ์ ดูตัดขนแกะ สุนัขต้อนแกะ ก่อนนั่ง Tractor เที่ยว Working Farm กันไปแล้ว
แต่ถ้าจะมาถึง Rotorua แล้วเห็นแค่ฟาร์มแกะ… ก็คงยังไม่ถึง Rotorua จริงๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เมืองนี้แตกต่างจากหลายเมืองที่เราเที่ยวมา คือสิ่งที่อยู่ ใต้พื้นดิน รอบนี้เราเลยมาเที่ยวกันต่อที่ Te Puia – New Zealand Māori Arts and Crafts Institute และแค่เดินเข้าไปไม่นานก็เริ่มเห็นแล้วครับว่า…
พื้นดินที่นี่มีควันออกมาจริงๆ!
แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่ควัน มันคือ ไอน้ำจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ
ท่องเที่ยวแบบได้ความรู้
Te Puia ไม่ได้มีแค่น้ำพุร้อน
ก่อนมา ผมเองก็รู้จัก Te Puia จากรูป Pōhutu Geyser (โพฮูตู ไกเซอร์) น้ำพุร้อนธรรมชาติที่ปะทุพ่นน้ำร้อนและไอน้ำขึ้นจากพื้นดิน อยู่ใน Te Whakarewarewa Geothermal Valley ภายใน Te Puia เมือง Rotorua คิดว่าคงเข้ามาดูน้ำพุร้อน ถ่ายรูป แล้วก็กลับ แต่พอมาเที่ยวจริงๆ ที่นี่ใหญ่และมีเรื่องให้ดูเยอะกว่านั้นมาก เพราะ Te Puia ตั้งอยู่ใน Te Whakarewarewa Geothermal Valley พื้นที่ ความร้อนที่มาจากใต้พื้นโลก (Geothermal) ขนาดประมาณ 70 เฮกตาร์ และยังเป็นที่ตั้งของ New Zealand Māori Arts and Crafts Institute (NZMACI) ด้วย
ดังนั้นการมา Te Puia ครั้งเดียว เราได้เจอทั้ง
- ธรรมชาติจากภูเขาไฟ
- วัฒนธรรม Māori
- งานแกะสลักและงานหัตถกรรม
- อาหาร Hāngī
- Kiwi
- พิธีต้อนรับ
- Cultural Performance
- และแน่นอน… Haka
สำหรับคนมีเวลาใน Rotorua จำกัด ที่นี่จึงเหมือนรวบหลาย Character ของเมืองมาไว้ในสถานที่เดียว คุ้มเลยครับ
ตื่นตาตื่นใจมาก ควันขึ้นบริเวณภูเขา แปลกตามาก
Guided Tour เดินเข้าไปในดินแดนที่พื้นยังร้อนอยู่
รอบที่เราเลือกมี Guided Tour พาเดินเข้าไปตามจุดต่างๆ ผมว่าการมี Guide ช่วยเยอะ เพราะถ้าเดินดูเอง บางอย่างเราจะเห็นเป็นเพียง “หลุมที่มีควัน” หรือ “บ้านแกะสลักสวยๆ” แต่พอมีคนอธิบาย จะเริ่มรู้ว่าหลายอย่างมีเรื่องราวซ่อนอยู่ โดยเฉพาะเรื่องของ Geothermal Activity Rotorua (ความร้อนที่มาจากใต้พื้นโลกที่ยังทำงานอยู่) ตั้งอยู่ใน Taupō Volcanic Zone ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีระบบภูเขาไฟและพลังงานความร้อนใต้พิภพสำคัญของ New Zealand น้ำฝนและน้ำใต้ดินสามารถซึมลงไปตามรอยแตกของชั้นหิน ได้รับความร้อนจากระบบใต้พื้นโลก ก่อนกลับขึ้นมาเป็นน้ำร้อนและไอน้ำ
จึงเกิดสิ่งที่เราเห็นรอบๆ ตัว ทั้ง Steam Vent, Hot Pool, Mud Pool และ Geyser บางจุดเดินผ่านแล้วเห็นไอน้ำลอยขึ้นมาจากพื้นอยู่ข้างทางเลย สำหรับคนไทยอย่างเรา… มันแปลกตาดีมาก
Pōhutu Geyser พระเอกของ Te Puia
เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึง Highlight ที่หลายคนตั้งใจมาดู Pōhutu Geyser คำว่า Geyser คือ น้ำพุร้อนที่เกิดการปะทุเป็นช่วงๆ เมื่อน้ำใต้ดินได้รับความร้อนสูงและเกิดแรงดันจนดันน้ำกับไอน้ำขึ้นมาบนผิวโลก Pōhutu เป็น Geyser ที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ที่ยัง Active อยู่ สามารถพ่นน้ำขึ้นไปสูงประมาณ 30 เมตร (แต่ช่วงที่ผมไปไม่เห็นเลย ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้มันพุ่งน้อยลงแล้วรึปล่าว เสียดายเหมือนกัน พุ่งแค่เบาๆ) และ Te Puia ระบุว่าสามารถปะทุได้มากถึงประมาณ 20 ครั้งต่อวัน
ดังนั้นถ้ามาแล้วเห็นมันกำลังพุ่งอยู่… อย่าเพิ่งเดินผ่านครับ หยุดดูสักพัก เพราะตอนยืนอยู่ตรงนั้น ทั้งเสียงน้ำ ไอน้ำที่ลอยขึ้นมา และ Landscape รอบๆ ทำให้รู้สึกต่างจากดูในรูปเยอะ และตอนนั้นก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า… ทำไม Rotorua ถึงถูกเรียกว่าเมืองแห่ง Geothermal
พื้นที่บริเวณด้านหลังนี้ ต้องนั่งรถเข้าไป… เป็นโซนน้ำพุร้อน พุ่งออกมาเป็นช่วงๆ
ภาพนี้อย่างกับอยู่บนดวงจันทร์ ด้านหลังมีน้ำพุร้อนพุ่งออกมาเป็นช่วงๆ
Māori อยู่กับพลังงานใต้ดินนี้มานานกว่าที่เราคิด
สิ่งที่ผมชอบของ Te Puia คือเขาไม่ได้แยกเรื่อง Geothermal (ความร้อนที่มาจากใต้พื้นโลก) กับ Māori Culture ออกจากกัน เพราะสำหรับชุมชน Māori ในพื้นที่ Whakarewarewa ความร้อนจากใต้ดินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาหลายชั่วอายุคน ใช้ทั้งสำหรับความอบอุ่น อาบน้ำ และ… ทำอาหาร จนมาถึงสิ่งที่ผมเพิ่งรู้จักจริงๆ ในทริปนี้ Hāngī
Hāngī — เตาอบที่อยู่ใต้ดิน
ระหว่างทางเราจะเจอป้าย Earth Oven – Hē hāngī
Hāngī คือวิธีปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของ Māori โดยใช้ Earth Oven หรือเตาอบใต้ดิน วิธีดั้งเดิมคือขุดหลุม นำหินมาเผาจนร้อนจัด แล้วนำอาหารวางเป็นชั้นๆ ลงไป เนื้ออยู่ด้านล่าง ผักอยู่ด้านบน จากนั้นคลุมด้วยวัสดุอย่างใบไม้และเสื่อเพื่อกักความร้อนและไอน้ำเอาไว้หลายชั่วโมง
พูดง่ายๆ คือเป็นการทำอาหารแบบ Slow Cook + Steam อยู่ใต้ดิน ที่น่าสนใจคือป้ายของ Te Puia ยังเตือนด้วยว่า หินที่นำมาใช้ต้องเลือกอย่างระมัดระวัง เพราะหินภูเขาไฟบางชนิดสามารถแตกหรือระเบิดเมื่อได้รับความร้อนสูง และพื้นที่ Whakarewarewa ยังสามารถใช้ Geothermal Steam ตามธรรมชาติ ช่วยในการปรุงอาหารได้ด้วย นี่คือจุดที่ธรรมชาติกับวิถีชีวิตเชื่อมกันแบบเห็นภาพมาก
Te Arawai เรือรบ Māori ที่แกะจากต้นไม้ต้นเดียว
ระหว่าง Guided Tour เรายังเจอ Te Arawai Waka Taua Waka Taua คือ เรือรบแบบดั้งเดิมของ Māori ลำที่ Te Puia ชื่อ Te Arawai แปลประมาณว่า “Pathway through the water” Te Arawai ยาวประมาณ 19 เมตร รองรับคนได้ประมาณ 30 คน และที่น่าทึ่งคือ… แกะสลักจากต้น Tōtara ขนาดใหญ่เพียงต้นเดียว
ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับทำ Waka ระดับนี้อาจต้องมีอายุประมาณ 1,500–2,000 ปี ส่วน Waka Taua ขนาดใหญ่บางลำสามารถยาวได้ถึงประมาณ 30 เมตร และรองรับนักรบได้ถึงประมาณ 100 คน Te Arawai สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของ Rotorua ในปี 1980 พอได้เห็นของจริงแล้ว งานแกะสลัก Māori ที่เราเห็นอยู่รอบๆ เริ่มมีความหมายมากขึ้น มันไม่ได้เป็น Pattern สวย ๆ สำหรับตกแต่งสถานที่เท่านั้น
ที่นี่มีโรงเรียนสอนศิลปะ Māori จริง ๆ
อีกส่วนสำคัญคือ New Zealand Māori Arts and Crafts Institute หรือ NZMACI ที่นี่ทำหน้าที่อนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะ Māori ให้คนรุ่นต่อไป และมีการเรียนการสอนจริงทั้ง Wood Carving, Stone & Bone Carving และ Weaving ระหว่างเที่ยวจึงมีโอกาสเห็นช่างและนักเรียนทำงานจริง
ผมชอบตรงนี้ เพราะมันทำให้ Te Puia ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เอา “วัฒนธรรมเก่า” มาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวดู แต่มันยังเป็นพื้นที่ที่ความรู้นั้น ถูกสอนและส่งต่ออยู่ในปัจจุบัน
Rotowhio Marae ไม่ใช่แค่บ้าน Māori หลังหนึ่ง
อีกจุดหนึ่งที่เราเดินผ่านคือ Rotowhio Marae ตอนแรกเห็นอาคารแกะสลักสวยๆ อาจคิดง่ายๆ ว่าเป็นบ้าน Māori แต่จริงๆ แล้วคำว่า Marae หมายถึงพื้นที่รวมตัวที่มีความสำคัญต่อชุมชน Māori และประกอบด้วยอาคารหลายประเภท อย่างที่ Rotowhio มีทั้ง Wharenui หรือ Meeting House, Wharekai สำหรับรับประทานอาหาร, Pātaka สำหรับเก็บของ และ Waharoa หรือทางเข้า Wharenui หลักที่นี่ชื่อ Te Aronui a Rua และเดี๋ยวเราจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง… เพราะนี่คือสถานที่ที่เราจะมาชม Cultural Performance กันช่วงหลัง
Kiwi ตัวจริงมีนะ…แต่ไม่มีรูป
อีกหนึ่งจุดใน Tour คือ Kiwi Conservation Centre Kiwi เป็นสัตว์หากินกลางคืน ดังนั้นภายในจึงทำสภาพแสงให้ค่อนข้างมืดเพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมของมัน และที่สำคัญ…
ห้ามถ่ายรูป
ดังนั้น Section นี้ของรีวิวไม่มีรูป Kiwi ไม่ใช่เพราะผมลืมถ่ายนะครับ เขาไม่ให้ถ่ายจริงๆ แต่ถ้ายังไม่เคยเห็น Kiwi ตัวจริง นี่เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้เห็นสัตว์ที่กลายเป็น Symbol ของ New Zealand แบบใกล้ๆ
เดินมาพักใหญ่ ได้เวลากิน Hāngī Buffet
เดิน Tour กันมาพอสมควร ถึงเวลาเติมพลัง เรากิน Buffet กันภายใน Te Puia ซึ่งมีอาหารที่เชื่อมโยงกับ Hāngī รวมอยู่ด้วย ถ้าถามกันตรงๆ ว่าอาหารเป็นอย่างไร…
สำหรับผม ไม่ได้ถึงขั้นมีเมนูไหนอร่อยจนต้องร้องว้าว กินได้ครับ มีตัวเลือกหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผมชอบมากกว่าคือ ความสะดวก เพราะไม่ต้องออกจาก Te Puia ไปหาร้านอาหารข้างนอก เดิน Tour เสร็จ → กิน Buffet → นั่งพัก → แล้วเดินไปดู Cultural Performance ต่อได้เลย
ถ้ามองเป็นส่วนหนึ่งของ Experience ทั้งวัน ผมว่า Flow แบบนี้ดี โดยเฉพาะถ้ามากันหลายคนแบบเรา ไม่ต้องเสียเวลาออกไปหาร้านแล้วกลับเข้ามาใหม่
กินเสร็จ…ยังไม่ได้เดินเข้าไปดู Haka เลยนะ
นี่เป็นอีกเรื่องที่ผมเพิ่งเข้าใจตอนมาเที่ยวจริง ก่อนชม Cultural Performance เราไม่ได้เดินเข้า Wharenui แล้วนั่งดู Show กันทันที แต่มี พิธีต้อนรับ Māori ก่อน เรียกว่า… Pōhiri
Pōhiri คือกระบวนการต้อนรับผู้มาเยือนเข้าสู่พื้นที่ตามวัฒนธรรม Māori ดังนั้นสิ่งที่เราเห็นก่อนเข้าไปด้านใน ไม่ใช่ Opening Act ที่ทำขึ้นเพื่อเรียกเสียงปรบมือ แต่มันมี Context ของการต้อนรับแขกอยู่เบื้องหลัง พอรู้ตรงนี้ ผมว่าการชม Performance สนุกขึ้นเยอะ เพราะเราเริ่มรู้ว่าอะไรคืออะไร
ตอนที่เห็นการแสดงนี้ครั้งแรก แอบขนลุกเบาๆ ดูขลัง
แล้ว Haka ที่เรารู้จักคือ “เต้นสงคราม” จริงไหม?
มาถึงคำที่คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักมากที่สุด
Haka
หลายคน มักจำภาพว่า Haka คือ War Dance หรือการเต้นสงครามของ Māori เรียกแบบนั้นก็ทำให้เห็นภาพง่าย แต่จริงๆ แล้ว Haka มีความหมายกว้างกว่านั้นมาก Haka เป็นรูปแบบการแสดงที่ใช้ เสียง การเปล่งถ้อยคำ การเคลื่อนไหวของร่างกาย จังหวะ สีหน้า และท่าทาง เพื่อสื่อสารความหมายและอารมณ์
สามารถใช้ในบริบทของการต้อนรับ การเฉลิมฉลอง การให้เกียรติ การแสดงความสามัคคีหรืออัตลักษณ์ และในอดีต Haka บางรูปแบบก็เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวก่อนการต่อสู้
แต่ Haka ไม่ได้หมายถึงการเต้นสงครามอย่างเดียว
Cultural Performance ไม่ได้มีแค่ Haka
พอเข้าไปใน Wharenui แล้ว การแสดงจริงๆ มีหลายช่วง ทั้ง Waiata หรือบทเพลง, Traditional Chant, การแสดง Poi และ Haka จุดนี้ผมว่าคนที่รู้จัก Māori Culture ผ่าน Rugby อย่างเดียวจะสนุกเป็นพิเศษ เพราะภาพที่เราคุ้นคือผู้ชายยืนกระทืบเท้า ตบตัว เบิกตา แลบลิ้น แล้วเปล่งเสียงดังๆ แต่พอมาดู Performance เต็มๆ จะเห็นว่าศิลปะการแสดงของ Māori มีหลายอารมณ์กว่านั้นมาก มีทั้งจังหวะที่นุ่มนวล สนุกสนาน และทรงพลัง
ก่อนจะมาถึงช่วง Haka ที่… พลังมาเต็มจริง ดูผ่าน YouTube กับนั่งอยู่ตรงหน้าคนแสดง ความรู้สึกต่างกันเยอะ เสียงเท้า เสียงตบตัว เสียงร้อง และ Energy ของคนแสดงทั้งกลุ่ม อยู่ใน Meeting House แล้วเสียงมันเข้ามาหาเราตรงๆ อันนี้เป็นหนึ่งในช่วงที่ผมชอบที่สุดของ Te Puia
Te Puia ควรเผื่อเวลาเท่าไร?
ถ้ามาแค่ Guided Experience พื้นฐาน ปัจจุบัน Te Rā Guided Experience ใช้เวลาประมาณ 90 นาที แต่ถ้าจะทำแบบเรา ทั้งเดิน Tour, ดู Geothermal Valley, Kiwi, Māori Arts & Crafts, กิน Buffet และชม Cultural Performance
อย่าเผื่อแค่ 1–2 ชั่วโมง
ผมแนะนำให้กันเวลาประมาณ ครึ่งวัน ไปเลย จะเที่ยวได้ไม่รีบ Package และรอบการแสดงมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็กรอบและราคาจากก่อนเดินทาง
จาก Agrodome มาถึง Te Puia — Rotorua มีอะไรเยอะกว่าที่คิด
ถ้าเอาสองวันที่เราเที่ยว Rotorua มาต่อกัน ผมชอบความแตกต่างมาก ที่ Agrodome เราได้รู้จัก New Zealand ผ่าน Farming
- เห็นแกะ 19 สายพันธุ์
- ดู Sheep Shearing
- ดู Working Dogs ต้อนแกะ
- นั่ง Tractor เที่ยวฟาร์ม
พอมาถึง Te Puia เปลี่ยนโลกเลย
- จากทุ่งหญ้ากลายเป็นพื้นที่ที่ไอน้ำพุ่งออกจากพื้น
- จากเรื่อง Farming กลายเป็นเรื่อง Geothermal
- จาก Working Dogs กลายเป็น Māori Arts
- จากการให้อาหาร Alpaca กลายเป็นการยืนดู Geyser พ่นน้ำขึ้นไปบนฟ้า
- ก่อนปิดท้ายด้วย Hāngī, Pōhiri และ Haka
ถ้ามีเวลาเที่ยว Rotorua ไม่มาก ผมว่า Te Puia เป็นสถานที่หนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจ Character ของเมืองนี้ได้เร็วมาก เพราะภายในที่เดียว เราได้เห็นทั้ง…
ธรรมชาติ + ภูเขาไฟ + อาหาร + ศิลปะ + ประวัติศาสตร์ + Māori Culture
และสิ่งที่ผมชอบที่สุดหลังออกจากที่นี่ ไม่ใช่แค่การได้รูป Pōhutu Geyser แต่เป็นการที่คำซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินผ่านๆ อย่าง
- Hāngī
- Pōhiri
- Marae
- และ Haka
- เริ่มมีความหมายขึ้นมาจริง ๆ
นี่แหละครับเสน่ห์ของ Road Trip บางสถานที่เราไปเพราะอยากถ่ายรูป แต่กลับออกมาพร้อมเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน และ Road Trip เกาะเหนือของเรา…
ยังไม่จบแค่ Rotorua ครับ

































