Road Trip New Zealand เกาะเหนือ เริ่มที่ Rotorua เที่ยว Agrodome Farm Experience ดูแกะ 19 สายพันธุ์ ตัดขนแกะ สนัขต้อนแกะ และชมฟาร์ม 350 Acres
หลังจาก Road Trip เกาะใต้ New Zealand กันมาหลายวัน ตั้งแต่ Queenstown, Milford Sound, Lake Tekapo, Aoraki / Mount Cook จนมาถึง Christchurch วันนี้ถึงเวลาเปลี่ยนเกาะกันแล้วครับ เราคืนรถที่ Christchurch แล้วขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่ Rotorua (โรโตรัว) เพื่อเริ่ม Road Trip ช่วงที่สองของทริปบน North Island หรือเกาะเหนือของ New Zealand
แต่ความน่าสนใจของวันนี้… เริ่มตั้งแต่เครื่องยังไม่ทันลงเลยครับ
หลังจบการแสดงมีแจกขนแกะ เผื่อใครจะเก็บเป็นที่ระลึก
ยังไม่ถึง Rotorua ก็เจอภูเขาไฟก่อนแล้ว
ระหว่างนั่งเครื่องจาก Christchurch ข้ามมายังเกาะเหนือ ผมมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นภูเขาขนาดใหญ่มากอยู่ด้านล่าง ยอดด้านบนปกคลุมด้วยหิมะ บินต่อไปอีกหน่อยก็เห็นภูเขาอีกลูกเป็นทรงกรวยชัดเจน จนอดสงสัยไม่ได้ว่า… นี่มันภูเขาไฟหรือเปล่า?
จากลักษณะภูเขาและตำแหน่งตามเส้นทางบิน สิ่งที่เราเห็นน่าจะเป็นกลุ่มภูเขาไฟบริเวณ Tongariro National Park โดยภูเขาหิมะขนาดใหญ่ตรงกับลักษณะของ Mount Ruapehu ส่วนยอดทรงกรวยที่เห็นในอีกภาพตรงกับ Mount Ngauruhoe ทั้งสองอยู่ในเขตภูเขาไฟสำคัญของเกาะเหนือ และไม่ได้เป็นเพียงภูเขาไฟโบราณที่ดับไปแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูเขาไฟที่ยัง Active อยู่ในปัจจุบัน โดย Mount Ruapehu สูง 2,797 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของ North Island
เรียกว่า… ยังไม่ทันลงเครื่อง เกาะเหนือก็เปิดตัวด้วยภูเขาไฟเลยครับ และนี่กำลังจะกลายเป็น Theme สำคัญของ Rotorua เช่นกัน
บินผ่านคิดว่าฟูจิ… ห้าๆๆๆ
Rotorua เมืองที่มีพลังงานอยู่ใต้พื้นดิน
พอมาถึง Rotorua บรรยากาศเปลี่ยนจากเกาะใต้พอสมควร Rotorua ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มี Geothermal Activity สูงมาก จึงมีทั้งบ่อน้ำร้อน บ่อโคลนเดือด ไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น และ Geyser กระจายอยู่รอบเมือง บางพื้นที่ถึงขั้นได้กลิ่นกำมะถันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเลย ขณะเดียวกัน Rotorua ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ วัฒนธรรม Māori (เดี๋ยวเราจะไปดูกัน) ทำให้เมืองนี้มี Character ที่แตกต่างจาก Queenstown, Lake Tekapo หรือ Christchurch ที่เราเพิ่งเที่ยวมาอย่างชัดเจน
ถ้ามีเวลาหลายวัน รอบ Rotorua มีสถานที่ดังเยอะมาก ทั้ง Te Puia และ Pōhutu Geyser, Wai-O-Tapu Thermal Wonderland, Waimangu Volcanic Valley, Hell’s Gate รวมถึง Whakarewarewa Forest แต่สถานที่แรกของเราที่ Rotorua รอบนี้… ไม่ได้ไปดูภูเขาไฟครับ เราไปดูแกะกัน
Agrodome Farm Experience ฟาร์มแกะที่ไม่ใช่แค่ฟาร์มแกะ
จาก Rotorua ขับรถออกมาไม่นานก็ถึง Agrodome ก่อนมาผมคิดว่าที่นี่คงประมาณ…
เดินดูแกะ → ให้อาหาร Alpaca → ถ่ายรูป → กลับ
แต่พอเข้าไปจริงๆ กลับมีอะไรให้ดูเยอะกว่าที่คิดมาก เพราะ Agrodome เป็นทั้ง Tourist Attraction และ Working Farm ขนาดประมาณ 350 Acres หรือประมาณ 885 ไร่ มีทั้ง Farm Show, Sheep Shearing, Working Dogs, Farm Tour และกิจกรรมใกล้ชิดกับสัตว์หลายอย่าง และที่น่าสนใจคือที่นี่เปิดมาตั้งแต่ ปี 1971
โชว์รีดนมวิว ร่วมกิจกรรมกันได้ รีดเสร็จก็ให้นมลูกแกะกันต่อสำหรับเด็กๆ
จุดเริ่มต้นของ Agrodome ดันมาจาก World Expo ที่ญี่ปุ่น
เรื่องนี้ผมชอบมาก ย้อนกลับไปปี 1970 รัฐบาล New Zealand ต้องการนำเสนอภาคเกษตรกรรมของประเทศในงาน Expo ’70 ที่ Osaka ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในคนที่ถูกเชิญไปคือ Godfrey Bowen นักตัดขนแกะระดับ Champion ของ New Zealand Bowen ออกแบบการแสดงโดยนำแกะสายพันธุ์ต่างๆ ขึ้นมายืนเรียงกันบนเวที เพื่อให้คนดูเห็นว่าแกะไม่ได้มีอยู่แบบเดียว
โชว์ได้รับความนิยมมาก หลังกลับ New Zealand เขาจึงร่วมกับ George Harford เกษตรกรใน Rotorua พัฒนาแนวคิดต่อ และเปิด Agrodome ขึ้นในปี 1971 และรูปแบบแกะยืนเรียงกันบนเวทีที่เริ่มต้นจาก Osaka เมื่อกว่า 50 ปีก่อน…
ทุกวันนี้เรายังได้เห็นอยู่ใน Farm Show ของ Agrodome
นั่งดูโชว์ก็เพลินดีครับ มีหูฟังให้ แต่… ไม่มีภาษาไทย
ก่อนมาที่นี่ ผมนึกว่าแกะก็คือแกะ
ช่วงที่ผมชอบมากที่สุดของ Agrodome คือ Farm Show แกะแต่ละตัวจะค่อยๆ ขึ้นไปยืนตามตำแหน่งบนเวที หนึ่งตัว สองตัว สามตัว… จนสุดท้ายเต็มเวทีถึง 19 สายพันธุ์ ตอนนั้นถึงเพิ่งรู้จริงๆ ว่า เฮ้ย…แกะมันต่างกันขนาดนี้เลยเหรอ? ก่อนหน้านี้สำหรับผม แกะก็คือสัตว์ขนฟูสีขาว หน้าตาคล้ายๆ กันหมด แต่พอเอาหลายสายพันธุ์มายืนข้างกัน ความแตกต่างเห็นได้ชัดมาก บางตัวหน้าขาว บางตัวหน้าดำ บางพันธุ์ตัวใหญ่ บางพันธุ์ขนยาวและหยาบ บางพันธุ์มีขนละเอียดกว่า และแต่ละสายพันธุ์ก็ถูกพัฒนามาเพื่อวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ทั้งเรื่อง Wool, Meat, ความทนทานต่อสภาพอากาศ และความเหมาะสมกับพื้นที่เลี้ยง
ใน Agrodome มีทั้งสายพันธุ์อย่าง Romney, Merino, Suffolk, Drysdale และสายพันธุ์อื่นๆ อีกหลายชนิด นี่เป็นช่วงที่ดูสนุก แต่ได้ความรู้ไปพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว
ทำไม New Zealand ถึงมีแกะหลายพันธุ์ขนาดนี้?
พอมาถึงตรงนี้ Story เริ่มเชื่อมกับสิ่งที่เราเห็นมาตลอด Road Trip New Zealand มีประวัติการทำ Sheep Farming มายาวนาน และภูมิประเทศของประเทศแตกต่างกันมาก ตั้งแต่พื้นที่ชื้นและเขียวของ North Island ไปจนถึง High Country ที่หนาวและแห้งกว่าของ South Island แกะแต่ละพันธุ์จึงมีข้อได้เปรียบไม่เหมือนกัน อย่าง
- Merino มีชื่อเสียงเรื่องขนละเอียดมาก เหมาะสำหรับผลิตเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายคุณภาพสูง
- Romney เป็นสายพันธุ์ที่พบมากใน New Zealand สามารถปรับตัวกับสภาพพื้นที่ชื้นได้ดี และใช้ประโยชน์ได้ทั้ง Wool และ Meat
- Suffolk ที่มีใบหน้าและขาสีดำโดดเด่น ถูกเลี้ยงเพื่อการผลิตเนื้อเป็นสำคัญ
พอรู้ตรงนี้แล้ว…
การเห็นแกะ 19 ตัวบนเวทีไม่ได้เป็นแค่โชว์น่ารักๆ อีกต่อไป แต่เหมือนกำลังดูวิวัฒนาการของอุตสาหกรรม Sheep Farming New Zealand ย่อส่วนอยู่ตรงหน้าเรา
Sheep Shearing ตัดขนแกะกันสดๆ
จากนั้นมาถึงอีก Highlight โชว์ตัดขนแกะ เขานำแกะขึ้นมาบนเวทีแล้วสาธิตให้ดูตั้งแต่การจับแกะให้อยู่ในตำแหน่ง ไปจนถึงใช้เครื่องตัดขนออกทีละส่วน ตอนดูเหมือนง่ายนะครับ แต่จริงๆ Technique เยอะมาก Shearer ต้องใช้ตำแหน่งของขาและร่างกายควบคุมแกะให้อยู่นิ่ง โดยไม่ต้องจับมัดไว้ แล้วใช้ Clipper ตัดขนอย่างต่อเนื่อง
พอตัดเสร็จ… ขนออกมาเป็นผืนใหญ่เลย นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Fleece และยิ่งรู้ว่า Godfrey Bowen หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Agrodome เป็น Champion Sheep Shearer ด้วย ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไม Sheep Shearing ถึงกลายเป็นหัวใจของ Farm Show มาตั้งแต่ยุคแรก
แล้วแกะเจ็บไหมเวลาตัดขน?
อันนี้เป็นคำถามที่ผมคิดว่าหลายคนน่าจะสงสัยเหมือนกัน การตัดขนแกะอย่างถูกวิธีไม่ได้เป็นการตัดเนื้อหรือทำร้ายแกะ แต่เป็นการเอา Fleece ที่งอกยาวออก คล้ายกับการตัดผม เพียงแต่ต้องทำโดยคนที่มีทักษะ เพราะสัตว์สามารถขยับตัวได้ตลอดเวลา
สำหรับแกะสายพันธุ์ที่ขนเติบโตต่อเนื่อง การ Shearing ยังเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสัตว์ เพราะหากปล่อยขนหนาเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความร้อน ความสกปรก และสุขภาพตามมา ตรงนี้ทำให้การดูโชว์ตัดขนมีความหมายมากกว่าแค่ Entertainment
สุนัขต้อนแกะ ช่วงนี้สนุกมาก
ต่อจาก Sheep Shearing เป็นอีกช่วงที่ผมชอบมาก Working Farm Dogs ถ้าใครอ่านตอน Lake Tekapo ของเรามาก่อน น่าจะจำ Mackenzie Sheep Dog Memorial ได้ ตอนนั้นเรายืนดูรูปปั้นสุนัขแล้วเล่าว่า Working Dogs สำคัญต่อ Shepherd และ Sheep Farming ของ New Zealand ขนาดไหน มาถึง Rotorua… ได้เห็นมันทำงานจริงแล้วครับ
Farm Dogs ถูกฝึกให้ฟังคำสั่งของ Handler และควบคุมทิศทางของฝูงสัตว์ คนไม่ได้วิ่งไล่แกะเอง แค่ส่งคำสั่งออกไป แล้วหมาก็รู้ว่าจะต้องวิ่งไปด้านไหน บีบฝูงจากทิศไหน และทำให้สัตว์เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ ที่สนุกคือไม่ได้มีแค่ต้อนแกะ… มีต้อนเป็ดด้วย
Agrodome มี Live Dog Trial ซึ่งทำให้เห็นชัดมากว่า Farm Dog ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงของชาวไร่ แต่เป็น Working Partner ดูตรงนี้แล้วกลับไปเข้าใจ Sheepdog Memorial ที่ Lake Tekapo มากขึ้นทันที
โชว์สุนัขต้อนแกะ อยู่ทางด้านนอก ตื่นตา ตื่นใจมาก น้องเก่งมากๆ
ส่วนต้อนเป็ดจะอยู่ในโชว์ Indoor ครับ น้องตั้งใจมาก
Farm Show ไม่ได้มีแต่นั่งดู
สิ่งที่ทำให้ Show สนุกคือมี Interaction กับคนดูด้วย มีทั้งการเรียกผู้ชมขึ้นไปบนเวที ลอง รีดนมวัวด้วยมือ และป้อนนมลูกแกะ ดังนั้นจังหวะของ Show จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ดูแกะ 19 สายพันธุ์ → Sheep Shearing → Farm Dogs → รีดนมวัว → ป้อนนมลูกแกะ
ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก่อนต่อด้วย Dog Trial อีกประมาณ 15 นาที ส่วนตัวผมว่ากำลังดี เด็กดูได้ แต่ผู้ใหญ่ก็ดูสนุกจริง ไม่ใช่นั่งรอเด็กเล่นอย่างเดียว
จาก Farm Show ขึ้น Tractor ไปเที่ยวฟาร์มจริง
ดู Show เสร็จยังไม่จบครับ กิจกรรมต่อไปคือ Farm Tour คราวนี้เราออกจากอาคารแล้วขึ้นรถ All-Terrain Tractor Trailer เข้าไปเที่ยวใน Working Farm ขนาดประมาณ 350 Acres Farm Tour ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางบรรยากาศเปลี่ยนไปเลย จากเวที Indoor กลายเป็นทุ่งกว้างๆ และพื้นที่เลี้ยงสัตว์จริง มีทั้งแกะ วัว กวาง Llama, Alpaca, Ostrich และสัตว์ในฟาร์มอีกหลายชนิดให้เห็นตามจุดต่างๆ
นั่ง Tractor ชมฟาร์ม ได้บรรยากาศนิวซีแลนด์มาก
แต่ฟาร์มที่นี่ดูดี ดูสะอาดกว่าที่ไทยเยอะมาก บรรยากาศดี
Highlight คือไม่ได้ดูสัตว์อยู่บนรถอย่างเดียว
รถจะจอดเป็นช่วงๆ เพื่อให้เราลงไปใกล้สัตว์ แล้วแจกอาหารให้… หลังจากนั้นความสงบก็จบครับ เพราะพอแกะกับ Alpaca รู้ว่าเรามีอาหาร เดินเข้ามาหากันเองหมด บางตัวค่อยๆ มา บางตัวไม่ค่อยค่อยเท่าไร ตรงนี้สนุกมาก โดยเฉพาะถ้ามากับเด็ก แต่ผู้ใหญ่อย่างเราก็ถ่ายรูปกันเพลินไม่แพ้กัน และการได้เข้าไปอยู่ใกล้สัตว์จริงๆ ทำให้ Farm Tour สนุกกว่าการนั่ง Tractor ดูวิวอย่างเดียวเยอะ
แนะนำให้รีบถ่ายรูป พออาหารหมดน้องก็ไป ห้าๆๆๆๆ
ส่วนของอัลปากาที่นี่เค้าปล่อยอิสระมาก ใกล้ชิดเกิ้น
ชิมน้ำผึ้งกลาง Farm Tour
อีกจุดหนึ่งที่ผมจำได้คือ Honey Tasting ระหว่างเที่ยวฟาร์มจะมีช่วงให้ลองชิมน้ำผึ้งของ New Zealand จากเมื่อกี้ยังยืนให้อาหารแกะอยู่… อีกแป๊บมาชิมน้ำผึ้งแล้ว เป็น Detail เล็กๆ ที่ช่วยให้ Farm Tour มีอะไรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีแต่สัตว์ตลอดหนึ่งชั่วโมง ถ้าชอบก็มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Honey ให้เลือกซื้อกลับได้ด้วย
Agrodome ต้องเผื่อเวลากี่ชั่วโมง?
ถ้าจะทำ Experience หลักครบๆ ผมแนะนำให้เผื่ออย่างน้อย 2.5–3 ชั่วโมง เพราะมีทั้ง Farm Show + Dog Trial + Farmyard Nursery + Farm Tour แล้วยังต้องเผื่อเวลาเดินเล่น ถ่ายรูป เข้าร้านของฝาก หรือหาอะไรกินอีก ดังนั้นอย่าวาง Agrodome เป็นจุดแวะหนึ่งชั่วโมงระหว่างทาง มันเป็นกิจกรรมประมาณ ครึ่งวัน ได้เลย
จากที่คิดว่าจะมาดูแกะ…กลายเป็นสนุกกว่าที่คิด
ก่อนมา Agrodome ผมไม่ได้คาดหวังมาก คิดว่าเป็น Farm Attraction สำหรับครอบครัวและเด็กเป็นหลัก แต่หลังจากใช้เวลาอยู่ที่นี่หลายชั่วโมง ผมกลับชอบ Farm Show มากที่สุด เพราะมันไม่ได้พยายามทำให้ทุกอย่างเป็นสวนสนุก สิ่งที่เขาเอามาโชว์คือเรื่องที่เกิดขึ้นใน Farming จริง แกะต่างสายพันธุ์มีหน้าที่ไม่เหมือนกัน Shearer ต้องมี Skill Working Dogs เป็นแรงงานสำคัญ และฟาร์มขนาดใหญ่ไม่ได้มีแค่แกะอย่างที่เราคิด โดยเฉพาะช่วง แกะ 19 สายพันธุ์ + Sheep Shearing + Farm Dogs สามอย่างนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าได้รู้จัก New Zealand เพิ่มขึ้นอีกมุมหนึ่ง
หลังจาก Road Trip เกาะใต้ เราเห็นฟาร์มแกะเต็มสองข้างทางมาตลอด เห็น Sheepdog Memorial ที่ Lake Tekapo เห็น High Country ที่มนุษย์ต้องใช้ Working Dogs ช่วยดูแลฝูงสัตว์ แต่เราแค่ “เห็น” พอมาถึง Agrodome… เราเริ่มเข้าใจว่าระบบพวกนี้ทำงานอย่างไร และนั่นทำให้ที่นี่สนุกกว่าการเป็นแค่จุดถ่ายรูปกับแกะเยอะเลย
Road Trip เกาะเหนือเพิ่งเริ่มต้น
จากภูเขาหิมะของ South Island วันนี้เราบินข้ามมาเห็นภูเขาไฟจากหน้าต่างเครื่องบิน ลงมาถึงเมืองที่มีพลังงานความร้อนอยู่ใต้พื้นดิน แล้วจบกิจกรรมแรกด้วยการยืนให้อาหาร Alpaca อยู่กลางฟาร์ม นี่แหละครับ Rotorua และ Road Trip เกาะเหนือของเรา… เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
เพราะหลังจากนี้ Rotorua ยังมีทั้ง Geothermal, Māori Culture และธรรมชาติอีกหลายแบบที่แตกต่างจากเกาะใต้แทบทั้งหมด เดี๋ยวไปเที่ยวกันต่อครับ



























