รีวิว Tsukishima Monja Moheji One Bangkok มอนจายากิเจ้าดังจากโตเกียว เมนไทโกะโมจิชีสคือห้ามพลาด
ถ้าเห็นครั้งแรกแล้วคิดว่า… “นี่คืออะไร?” ผมเข้าใจเลยครับ ห้าๆๆๆๆๆ
เพราะหน้าตาของ Monjayaki หรือ มอนจายากิ มันไม่ได้เป็นอาหารญี่ปุ่นที่สวยงามแบบซูชิ ไม่ได้เป็นแผ่นกลมสวยเหมือนโอโคโนมิยากิ และบางช่วงตอนพนักงานกำลังผัดอยู่บนกระทะ… หน้าตาก็แอบดูเหมือนทุกอย่างกำลังละลายรวมกันอยู่ แต่พอได้ลองกินจริงๆ โดยเฉพาะ Mentaiko Mochi Monja เพิ่มชีส ของร้าน Tsukishima Monja Moheji ผมกลับชอบกว่าที่คิดเยอะเลยครับ ทั้งความนัวของเมนไทโกะ ความหนึบของโมจิ ชีสละลายๆ และขอบมอนจาที่ค่อยๆ เกรียมติดกระทะ ตักกินร้อนๆ ทีละคำ… อันนี้เพลินมาก
Tsukishima Monja Moheji ร้านมอนจายากิจากย่านดังของโตเกียว
ถ้าพูดถึงมอนจายากิ ที่ญี่ปุ่นจะมีย่านหนึ่งที่ถือว่าเป็นเหมือนบ้านของอาหารเมนูนี้เลยก็คือ Tsukishima ในโตเกียว ย่านนี้มีถนนที่หลายคนเรียกกันว่า Monja Street เพราะมีร้านมอนจายากิเรียงกันอยู่จำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในอาหารประจำย่านที่นักท่องเที่ยวตามไปกินกัน หนึ่งในร้านชื่อดังของย่านก็คือ Tsukishima Monja Moheji ปัจจุบันแบรนด์มาเปิดในไทยแล้ว โดยสาขาที่ผมมากินครั้งนี้อยู่ที่ One Bangkok ชั้น B1 โซน Parade ใครเคยกินที่ญี่ปุ่นแล้วคิดถึง หรือคนที่ยังไม่เคยลองมอนจายากิมาก่อน ตอนนี้ไม่ต้องบินไปโตเกียวแล้วครับ เดินเข้า One Bangkok ก็ลองได้เลย
แล้ว Monjayaki คืออะไรกันแน่?
ก่อนกิน ผมก็สงสัยเหมือนกัน เพราะตอนแรกคิดว่า มอนจายากิน่าจะคล้ายๆ โอโคโนมิยากิ แต่จริง ๆ แล้วต่างกันค่อนข้างเยอะครับ มอนจายากิจะใช้แป้งที่เหลวกว่ามาก เวลาเอาลงกระทะ พนักงานจะผัดเครื่องต่างๆ ก่อน ทั้งกะหล่ำปลี เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือ Topping ตามเมนูที่เราสั่ง จากนั้นค่อยเทส่วนผสมที่เป็นแป้งและน้ำซุปลงตรงกลาง แล้วผัดทุกอย่างให้รวมกัน สุดท้ายจะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มๆ หนึบๆ ด้านบน แต่ด้านล่างและขอบจะค่อยๆ เกรียมติดกระทะ ซึ่งผมว่าตรงขอบนี่แหละ… อร่อยมาก ห้าๆๆๆๆๆ
มอนจายากิจริงๆ ไม่ได้มีแค่แป้งอย่างเดียว
ตอนแรกผมเคยเข้าใจเหมือนกันว่า มอนจายากิก็คือเอาแป้งมาผัดบนกระทะ แต่พอมาเห็นเมนูของร้านจริงๆ ถึงรู้ว่าไปไกลกว่านั้นเยอะ มีทั้ง
- เมนไทโกะ
- โมจิ
- ชีส
- หมู
- กุ้ง
- ปลาหมึก
- ข้าวโพด
- หมึกดำ
- เนื้อสัตว์
- และ Topping อื่นๆ ให้เพิ่ม
แต่ละสูตรก็เลยให้รสชาติไม่เหมือนกันเลย บางเมนูนัว บางเมนูหวาน บางเมนูมีความทะเล บางเมนูออกหนักและเข้มข้น ทำให้มอนจายากิจริง ๆ แล้วเป็นอาหารที่ Customize ได้เยอะกว่าที่คิดครับ
เมนูที่ผมชอบที่สุด Mentaiko Mochi Monja เพิ่มชีส
ครั้งนี้เมนูที่ผมสั่งและชอบที่สุดคือ มอนจาเมนไทโกะโมจิ ราคา 499 บาท แล้วเพิ่ม ชีส 69 บาท อันนี้ผมแนะนำเลย เพราะเมนไทโกะจะให้รสเค็มนัวๆ โมจิช่วยเพิ่มความหนึบ พอเพิ่มชีสเข้าไปอีก… จบครับ ห้าๆๆๆๆๆ ชีสละลายรวมกับแป้งและเมนไทโกะ ทำให้ทั้งจานมีความ Creamy มากขึ้น แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือ อย่าเพิ่งรีบกินให้หมด ปล่อยให้มอนจาส่วนหนึ่งติดกระทะไปเรื่อยๆ พอด้านล่างเริ่มเกรียม ค่อยใช้พายเล็กๆ ขูดขึ้นมากิน จะมีทั้งความกรอบ ความเค็ม และกลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ ยิ่งกินยิ่งเพลินครับ
จริงสามารถกินได้ทั้งแบบนิ่มและแบบกรอบ ส่วนตัวผมชอบแบบกรอบ
วิธีกินมอนจายากิ
มอนจายากิไม่เหมือนโอโคโนมิยากิที่ตัดเป็นชิ้นแล้วคีบกิน ที่ร้านจะมีพายเหล็กเล็กๆ ให้คนละอัน วิธีกินง่ายๆ คือ ใช้พายค่อยๆ แซะมอนจาจากกระทะ แล้วกินตรงนั้นเลย ไม่ต้องตักทั้งหมดขึ้นจาน ปล่อยที่เหลือให้อุ่นอยู่บนเตา บางส่วนจะค่อยๆ เกรียมขึ้นเรื่อยๆ และนั่นคืออีกหนึ่งความอร่อยของมอนจายากิครับ ยิ่งนั่งกินไปคุยไป ขอบยิ่งกรอบ ยิ่งขูดกินเพลิน เป็นอาหารที่ผมว่ามีความ Social มากนะ เหมาะกับการมาหลายคน นั่งล้อมเตาแล้วแชร์กันกิน
สเต็กหมู 249 บาท
อีกเมนูที่ผมชอบมากคือ สเต็กหมู ราคา 249 บาท ย่างบน Teppan ร้อนๆ ตัวหมูนุ่มกว่าที่คิด ด้านนอกมีความเกรียมนิดๆ กินตอนร้อนๆ ดีเลยครับ ส่วนตัวผมชอบอันนี้รองจากมอนจาเมนไทโกะโมจิชีสเลย ใครมากันหลายคน ผมว่าควรสั่งมาคั่นระหว่างกินมอนจา เพราะช่วยเปลี่ยน Texture ได้ดี
จริงๆ ทางร้านให้กินแยกกัน ระหว่างหมูกับผัดผม แต่ผมชอบผัดรวมกันไปเลย
อร่อยกว่า จะเค็มๆ หน่อย แต่อร่อยดี
แตงกวาคลุกอุเมะวาซาบิ 149 บาท
เมนูนี้เหมาะกับการกินตัดเลี่ยนมาก แตงกวาคลุกอุเมะวาซาบิ ราคา 149 บาท มีทั้งความกรอบของแตงกวา ความเปรี้ยวเค็มของอุเมะ แล้วมีความเผ็ดสดชื่นของวาซาบิอยู่ท้ายๆ กินสลับกับมอนจาที่ค่อนข้างนัวและหนัก เข้ากันดีครับ
เต้าหู้โฮมเมดชิ้นหนาทอด 139 บาท
ต่อด้วย เต้าหู้โฮมเมดชิ้นหนาทอด ราคา 139 บาท ด้านนอกทอดมาบางๆ ด้านในนุ่ม กินเล่นง่าย เมนูไม่หนักมาก เหมาะกับสั่งแชร์ครับ
Teppan Omurice 249 บาท
ร้านนี้ไม่ได้มีแต่มอนจานะครับ ยังมีเมนู Teppan อีกหลายอย่าง ผมลอง เทปปันออมุไรซ์ ราคา 249 บาท เป็นข้าวผัดบนกระทะร้อน แล้วมีไข่ด้านบน รสชาติออกแนว Comfort Food กินง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก แต่ถ้ามากันหลายคนแล้วอยากมีข้าวเพิ่มสักจาน ผมว่าโอเคเลยครับ
ไข่เยิ้มๆ ราดซอสมะเขือเทศฉ่ำ อร่อยมากกก
ปิดท้ายด้วยโมจิถั่วแดงบนเตาเหล็ก เพิ่มไอศกรีม
กินของคาวกันมาเต็มที่แล้ว ปิดท้ายด้วยของหวานกันหน่อยครับ ผมสั่ง โมจิถั่วแดงบนเตาเหล็ก ราคา 159 บาท แล้วเพิ่ม ไอศกรีม 69 บาท เมนูนี้ยังคง Concept ของร้านเหมือนเดิม เพราะเอาโมจิลงไปย่างบน Teppan ร้อนๆ ตรงหน้าเราเลย พอโดนความร้อน โมจิด้านนอกจะค่อยๆ เกรียมนิดๆ หอมจากกระทะ แต่ด้านในยังนุ่มและหนึบอยู่ กินคู่กับถั่วแดงหวานๆ ก็เข้ากันอยู่แล้ว แต่ผมเพิ่มไอศกรีมเข้าไปอีก… อันนี้ยิ่งดีครับ ได้ทั้งโมจิร้อนๆ หนึบๆ ถั่วแดงหวานๆ แล้วตัดด้วยไอศกรีมเย็นๆ ในคำเดียว
หลังจากกินมอนจาเมนไทโกะโมจิชีส สเต็กหมู และเมนู Teppan กันมาหนักพอสมควร ปิดท้ายด้วยของหวานร้อนๆ เย็นๆ แบบนี้กำลังดีเลย แล้วผมว่ามันเป็นการจบมื้อที่เข้ากับร้านมากนะ เพราะตั้งแต่มอนจาจานแรก… จนถึงของหวานจานสุดท้าย เตาเหล็กตรงหน้าเรายังทำงานอยู่ตลอดมื้อครับ
ร้านนี้จริงๆ เหมือน Teppan Restaurant มากกว่าร้านมอนจาอย่างเดียว
สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกหลังจากกินคือ Tsukishima Monja Moheji ไม่ได้เป็นร้านที่มีแค่มอนจายากิ แต่เหมือนร้าน Teppan แบบญี่ปุ่นเต็มรูปแบบมากกว่า เพราะนอกจากมอนจาแล้ว ยังมี
- สเต็ก
- ของทอด
- ผัก
- ข้าวผัด
- ออมุไรซ์
- เมนู Teppan
- ของหวานที่ทำบนกระทะ
ดังนั้นถ้ามากับคนที่ไม่เคยกินมอนจา หรือไม่แน่ใจว่าจะชอบไหม ก็ยังมีอย่างอื่นให้สั่งเยอะครับ
จุดที่ผมไม่ค่อยชอบ
ข้อพิจารณาของร้านนี้สำหรับผมคือ… ร้อนครับ ห้าๆๆๆๆๆ เพราะมี Teppan อยู่ตรงหน้าเราตลอดเวลา ยิ่งตอนพนักงานผัดอาหารหรือทำมอนจาใหม่ ๆ ความร้อนขึ้นมาเต็มหน้าเลย ถ้านั่งนานๆ มีเหงื่อเหมือนกัน อีกอย่างคือกลิ่นอาหารค่อนข้างติดเสื้อ ใครมีนัดต่อหลังจากนี้ หรือใส่เสื้อผ้าที่ไม่อยากให้มีกลิ่นอาหาร อาจต้องคิดนิดนึง แต่สำหรับร้าน Teppan แบบนี้ ผมว่าหนียากครับ แลกกับการได้กินอาหารร้อนๆ ตรงหน้าก็ถือว่าเข้าใจได้
แล้วร้านนี้คุ้มไหม?
ถ้าถามผม ผมว่าคุ้มสำหรับการมาลองครับ เพราะเป็นอาหารที่ไม่ได้เจอทั่วไปในกรุงเทพฯ เยอะเหมือนราเมง ซูชิ หรือชาบู โดยเฉพาะถ้ายังไม่เคยกินมอนจายากิมาก่อน มันมีทั้งความสนุกตอนดูพนักงานทำ การใช้พายเล็กๆ ค่อยๆ ขูดกินจากกระทะ และ Texture ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ระหว่างมื้อ แต่ถ้าให้ผมเลือกกลับมากินซ้ำ เมนูที่ผมกลับมาสั่งแน่นอนคือ Mentaiko Mochi Monja + Cheese กับ สเต็กหมู สองตัวนี้ผมชอบจริงครับ
Tsukishima Monja Moheji อยู่ตรงไหน?
ครั้งนี้ผมมากินที่ Tsukishima Monja Moheji สาขา One Bangkok อยู่ชั้น B1 โซน Parade ร้านเปิดทุกวันประมาณ 10.00–22.00 น. เดินทางสะดวกที่สุดด้วย MRT ลงสถานี ลุมพินี แล้วเดินเชื่อมเข้า One Bangkok ได้เลย ส่วนใครขับรถมา มีที่จอดรถภายใน One Bangkok ครับ
ตอนนี้ร้านยังมีอีกสาขาที่ CentralWorld ชั้น 7 ด้วย ใครอยู่ฝั่งสยามก็ไม่ต้องข้ามมาถึง One Bangkok แล้วครับ
สรุป
ก่อนกิน ผมมองมอนจายากิแล้วคิดว่า… มันจะอร่อยตรงไหน? หน้าตาก็ไม่ได้ชวนกินแบบอาหารญี่ปุ่นทั่วไป แต่พอได้ลองจริง ผมกลับรู้สึกว่าเสน่ห์ของมันไม่ได้อยู่ที่หน้าตาเลย แต่อยู่ที่ ความร้อนจากกระทะ กลิ่นของแป้งตอนเริ่มเกรียม ความหนึบของโมจิ ความนัวของเมนไทโกะและชีส แล้วก็การค่อย ๆ ใช้พายขูดกินทีละคำตรงหน้าเรา โดยเฉพาะช่วงที่ขอบเริ่มกรอบ… อันนี้อร่อยจริง ห้าๆๆๆๆๆ
ถ้าใครยังไม่เคยกินมอนจายากิ และกำลังหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่ได้ประสบการณ์ต่างจากซูชิ ราเมง หรือชาบูที่เรากินกันบ่อยๆ ผมว่า Tsukishima Monja Moheji เป็นร้านที่ควรลองสักครั้งครับ แล้วถ้าไม่รู้จะเริ่มจากเมนูไหน… Mentaiko Mochi Monja เพิ่มชีส
เริ่มจากอันนี้ก่อนเลยครับ
























