รีวิว Hobbiton Movie Set New Zealand เดินเข้าหมู่บ้าน The Lord of the Rings ของจริง! จากแดดสวย ๆ สู่ฝนถล่มกลาง The Shire
หลังจากเที่ยว Rotorua กันมาหลายวัน ทั้งดูแกะที่ Agrodome เดินชมไอน้ำ Geothermal ที่ Te Puia และไปแช่น้ำแร่กับโคลนกันที่ Polynesian Spa และ Hell’s Gate รอบนี้เราเปลี่ยนอารมณ์กันอีกแล้วครับ
จากโลกของภูเขาไฟและน้ำพุร้อน…
เรากำลังจะเดินเข้าไปในโลกของ The Lord of the Rings! จุดหมายของเราคือ Hobbiton Movie Set ที่เมือง Matamata บนเกาะเหนือของ New Zealand สถานที่ถ่ายทำหมู่บ้าน Hobbiton จากภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit ที่นี่ไม่ใช่แค่หมู่บ้านจำลองที่สร้างขึ้นตามกระแสหนัง แต่เป็นสถานที่ถ่ายทำจริงที่ได้รับการพัฒนาและดูแลจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และสำหรับทริปของเรา วันนี้มีครบทุกอารมณ์ครับ
ตอนแรกแดดออก ท้องฟ้าสวย ถ่ายรูปบ้าน Hobbit กันสนุกมาก แต่พอเดินไปได้พักใหญ่… ฝนตกหนักเฉยเลย! แต่จะให้กลับก็กลับไม่ได้ เพราะเราอยู่กลางหมู่บ้าน Hobbiton แล้ว แถมต้องเดินตามไกด์ไปจนจบทัวร์ด้วย สุดท้ายทุกคนเลยได้กางร่มแล้วเดินลุยฝนกันต่อครับ ฮ่าๆๆ
Hobbiton Movie Set อยู่ที่ไหน?
Hobbiton ตั้งอยู่ในเมือง Matamata เขต Waikato บนเกาะเหนือของ New Zealand ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง Rotorua แต่สามารถจัดเป็นหนึ่งในจุดแวะระหว่าง Road Trip เกาะเหนือได้สะดวก สิ่งที่ทำให้สถานที่นี้โด่งดังคือการเป็นฉากหมู่บ้าน The Shire บ้านเกิดของเหล่า Hobbit ในภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายของ J.R.R. Tolkien
ถ้าใครเคยดู The Lord of the Rings ก็น่าจะจำภาพหมู่บ้านบนเนินเขาสีเขียว มีบ้านหลังเล็กๆ ฝังอยู่ในดิน ประตูทรงกลมหลากสี สวนดอกไม้ และทางเดินเล็กๆ คดเคี้ยวไปตามเนินเขาได้ ทั้งหมดนี้มีอยู่จริงที่ Hobbiton ครับ
จากฟาร์มแกะธรรมดา กลายเป็นหมู่บ้าน Hobbiton ได้อย่างไร?
เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ
ย้อนกลับไปในปี 1998 ทีมงานของผู้กำกับ Sir Peter Jackson กำลังมองหาสถานที่ถ่ายทำหมู่บ้าน Hobbiton สำหรับภาพยนตร์ The Lord of the Rings ระหว่างสำรวจพื้นที่ทางอากาศ ทีมงานพบฟาร์มแกะของครอบครัว Alexander ในเขต Waikato ซึ่งมีขนาดประมาณ 1,250 Acres หรือราว 3,160 ไร่ พื้นที่นี้มีเนินเขาสีเขียวสลับซับซ้อน มีต้นไม้ใหญ่ ทะเลสาบ และแทบไม่มีสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่มารบกวนสายตา มันจึงเหมาะมากสำหรับการสร้าง The Shire ตามจินตนาการของ Tolkien
ในปี 1999 ทีมงานเริ่มสร้างฉาก Hobbiton บนพื้นที่ประมาณ 12 Acres โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพนิวซีแลนด์ในการเตรียมพื้นที่และสร้างถนนเข้าถึงกองถ่าย ตอนแรกสร้าง Hobbit Holes หรือบ้าน Hobbit จำนวน 39 หลัง แต่เป็นฉากชั่วคราวสำหรับการถ่ายทำ หลังถ่ายทำเสร็จ ฉากบางส่วนถูกรื้อออก เหลือโครงสร้างบางหลังไว้ และเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปี 2002 ต่อมาในปี 2009 ทีมงานกลับมาสร้างฉากใหม่สำหรับภาพยนตร์ The Hobbit โดยคราวนี้เลือกใช้วัสดุที่ทนทานกว่าเดิม เพื่อให้สามารถเก็บฉากไว้ในระยะยาว
ปัจจุบัน Hobbiton มีบ้าน Hobbit ที่สร้างขึ้นใหม่อย่างถาวรถึง 44 หลัง จากฟาร์มแกะธรรมดา จึงกลายเป็นสถานที่ที่แฟนภาพยนตร์จากทั่วโลกอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง
อยากเข้า Hobbiton ต้องจองทัวร์และนั่งรถบัสเข้าไป
อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนที่กำลังวางแผนมาเที่ยวครับ Hobbiton ไม่สามารถซื้อบัตรแล้วเดินเที่ยวเองได้ตามใจ เราต้องจอง Guided Tour และเลือกเวลาเข้าชมก่อน จุดเริ่มต้นหลักอยู่ที่ The Shire’s Rest ซึ่งมี Ticketing Office ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก เมื่อถึงรอบที่จองไว้ เราจะขึ้นรถบัสของ Hobbiton เพื่อเดินทางเข้าไปยัง Movie Set ด้านใน ระหว่างทางรถจะวิ่งผ่านฟาร์มของครอบครัว Alexander ใช้เวลาประมาณ 10 นาที พอไปถึงจุดเริ่มเดิน ไกด์จะพาเราเข้าไปชมหมู่บ้าน Hobbiton ตามเส้นทางที่กำหนด ต้องเดินไปพร้อมกลุ่มตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่สามารถแยกตัวไปเดินเที่ยวเองหรือเดินย้อนกลับตามใจได้ ไกด์จะหยุดตามจุดสำคัญ อธิบายเรื่องราวการสร้างฉาก เทคนิคถ่ายทำ และให้เวลาถ่ายรูปเป็นระยะ
สำหรับผมข้อดีคือเราได้รู้เรื่องเบื้องหลังภาพยนตร์เยอะกว่าการเดินดูเอง แต่ข้อจำกัดคือถ้าเจอมุมสวยมากๆ แล้วอยากถ่ายรูปนานหน่อย ก็ต้องดูเวลาของกลุ่มด้วยครับ
เดินเข้า The Shire แล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังจริงๆ
พอเริ่มเดินเข้ามา สิ่งแรกที่รู้สึกคือ… สวยกว่าที่คิดครับ เนินเขาสีเขียวเต็มไปหมด มีบ้าน Hobbit หลังเล็กๆ กระจายอยู่ตามทาง แต่ละหลังมีประตูทรงกลมสีไม่เหมือนกัน บางหลังสีเหลือง บางหลังสีฟ้า สีแดง หรือสีเขียว หน้าบ้านยังตกแต่งไม่เหมือนกันอีกด้วย บางหลังมีสวนดอกไม้ บางหลังมีโต๊ะอาหาร บางหลังมีอุปกรณ์ทำสวน หรือข้าวของเครื่องใช้วางอยู่หน้าบ้าน รายละเอียดพวกนี้ทำให้ Hobbiton ไม่ได้ดูเป็นเพียงฉากถ่ายรูป แต่ให้ความรู้สึกเหมือนมีคนอาศัยอยู่จริงๆ
ถ้าดูจากรูปอย่างเดียวอาจคิดว่าบ้านทุกหลังหน้าตาคล้ายกัน แต่พอมาเดินจริงจะเห็นว่าทีมงานใส่ใจรายละเอียดมาก และที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่บ้านหลังสองหลังนะครับ มีถึง 44 Hobbit Holes กระจายอยู่บนเนินเขา เดินไปเรื่อยๆ ก็มีมุมใหม่ให้ถ่ายรูปตลอดทาง
Bag End บ้านของ Bilbo และ Frodo Baggins
หนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของ Hobbiton คือ Bag End บ้านของ Bilbo Baggins และ Frodo Baggins ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ใต้ต้นไม้ใหญ่ แฟน The Lord of the Rings น่าจะคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้ดี เพราะเป็นสถานที่สำคัญตั้งแต่ช่วงต้นของ The Fellowship of the Ring โดยเฉพาะช่วงที่ Gandalf เดินทางมาหา Bilbo และเรื่องราวของแหวนเริ่มต้นขึ้น ส่วนใน The Hobbit: An Unexpected Journey บ้านหลังนี้ก็เป็นสถานที่ที่ Gandalf และเหล่าคนแคระมาพบ Bilbo ก่อนเริ่มการผจญภัย
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบ้าน Hobbiton ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยขนาดเดียวทั้งหมด ทีมงานใช้เทคนิคที่เรียกว่า Forced Perspective หรือการหลอกมุมมองด้วยขนาดและระยะห่างของฉาก บ้านบางหลังถูกสร้างให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ขณะที่บางหลังมีขนาดเล็กกว่า เพื่อทำให้นักแสดงดูสูงใหญ่หรือดูตัวเล็กแตกต่างกันเมื่ออยู่ในภาพ นี่เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยสร้างโลก Middle-earth โดยไม่ต้องใช้ CGI กับทุกอย่าง
บ้านประตูสีเหลืองกับเรื่องราวของ Samwise Gamgee
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือบริเวณ Bagshot Row ซึ่งมีบ้าน Hobbit เรียงรายอยู่ตามเนินเขา หนึ่งในบ้านที่มีชื่อเสียงคือบ้านของ Samwise Gamgee ตัวละครสำคัญที่ร่วมเดินทางกับ Frodo ใน The Lord of the Rings: The Return of the King มีฉากช่วงท้ายเรื่องที่ Sam กลับมาหาครอบครัว หลังจากผ่านการเดินทางอันยาวนาน
สำหรับผม ฉากนี้มีความหมายมาก เพราะหลังจากเรื่องราวการต่อสู้และการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ สุดท้ายหนังกลับมาจบลงที่ชีวิตเรียบง่ายใน The Shire บริเวณนี้ยังมีบ้านประตูทรงกลมสีเหลืองและสวนดอกไม้สวยๆ ให้ถ่ายรูปหลายมุม แต่บ้านสีเหลืองไม่ได้หมายความว่าเป็นบ้าน Sam ทุกหลังนะครับ ต้องดูตำแหน่งและข้อมูลจากไกด์ประกอบด้วย
บ้าน Hobbit เข้าไปด้านในได้ไหม?
เมื่อก่อน Hobbit Holes ส่วนใหญ่เป็นเพียงฉากด้านหน้า ไม่ได้มีห้องภายในที่ตกแต่งครบเหมือนบ้านจริง แต่ในเดือนธันวาคม 2023 Hobbiton เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ Bagshot Row ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมภายในบ้าน Hobbit ด้านในมีทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และของใช้ต่างๆ ที่ออกแบบให้เหมือนบ้านของ Hobbit จริงๆ
ปัจจุบันทัวร์มาตรฐานรวมการเข้าชมบ้านภายในหนึ่งหลังด้วย วันที่ผมไป ฝนตกหนักมาก ข้างนอกมืดข้างในยิ่งแสงน้อย ถ่ายรูปยากมาก ต้องนิ่งๆ มากๆ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู… แต่เข้าไปข้างในได้จริงๆ
The Watermill โรงสีที่แฟน The Lord of the Rings น่าจะคุ้นตา
อีกหนึ่งจุดที่ผมชอบคือ The Watermill อาคารหลังคาฟางริมทะเลสาบ มีกังหันน้ำขนาดใหญ่และโครงสร้างหินสวยมาก บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพบรรยากาศหมู่บ้าน The Shire ในภาพยนตร์ The Lord of the Rings ความสวยของจุดนี้อยู่ที่องค์ประกอบทั้งหมด ทั้งอาคารไม้ หลังคาฟาง สะพานหิน และผืนน้ำด้านข้าง มันเหมือนฉากที่หลุดออกมาจากหนังแฟนตาซีจริงๆ โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูปจากฝั่งสะพาน จะเห็นอาคารทั้งหลังพร้อมกังหันน้ำได้ค่อนข้างชัด
The Green Dragon Inn โรงเตี๊ยมของชาว Hobbit
อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของหมู่บ้านคือ The Green Dragon Inn ในโลกของ The Lord of the Rings โรงเตี๊ยมเป็นสถานที่ที่ชาว Hobbit มาพบปะ กินดื่ม และพูดคุยกัน แฟนหนังน่าจะจำบรรยากาศโรงเตี๊ยมที่ Merry และ Pippin สนุกสนานกันได้ ปัจจุบัน The Green Dragon Inn เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางทัวร์ และมีเครื่องดื่มจาก Hobbit Southfarthing Range รวมอยู่ในทัวร์มาตรฐาน บริเวณโรงเตี๊ยมและอาคารริมทะเลสาบเป็นอีกมุมที่เหมาะกับการถ่ายรูปมาก เพราะมีทั้งอาคารหลังคาฟาง ทางเดิน และวิวหมู่บ้านอยู่รอบๆ
Hobbiton ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนเดินไม่สะดวก
เรื่องนี้ผมอยากเตือนเป็นพิเศษครับ ตอนแรกอาจดูเหมือนเดินเล่นในสวนสวยๆ แต่พอเดินจริง… เดินเยอะพอสมควรเลย เส้นทางมีทั้งขึ้นเนิน ลงเนิน ทางดิน ทางหิน และบางช่วงค่อนข้างแคบ ที่สำคัญคือต้องเดินตามไกด์และกลุ่มไปเรื่อยๆ ไม่สามารถเดินกลับไปนั่งรอที่รถบัสเองได้
สำหรับผู้สูงอายุที่ยังเดินแข็งแรงอาจเที่ยวได้ แต่ถ้าเดินลำบาก เหนื่อยง่าย หรือมีปัญหาเรื่องเข่า ผมไม่แนะนำให้จองทัวร์เดินปกติโดยไม่สอบถามสถานที่ก่อน Hobbiton มีทางเลือกช่วยเหลือผู้เข้าชมบางประเภท แต่ต้องติดต่อและแจ้งความต้องการล่วงหน้า ดังนั้นใครพาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุมา ควรตรวจสอบเรื่อง Accessibility ก่อนจองจริงๆ
ตอนแรกแดดออก…สุดท้ายฝนตกหนักมาก!
อีกเรื่องที่ทำให้ Hobbiton รอบนี้น่าจดจำคืออากาศครับ ตอนเราเริ่มเดินทัวร์ ท้องฟ้ายังสวย มีแดดออกเป็นช่วงๆ เนินเขาเขียวๆ กับบ้าน Hobbit สีสันสดใส ถ่ายรูปออกมาสวยมาก แต่พอเดินไปได้สักพัก… ฝนเริ่มมาแล้วครับ ตอนแรกเหมือนจะตกนิดเดียว แต่หลังจากนั้นตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องกางร่มกันทั้งกลุ่ม ฮ่าๆๆ (แถมไม่มีที่หลบฝน)
ทาง Hobbiton มีร่มให้ใช้ระหว่างทัวร์ ซึ่งช่วยได้เยอะมาก เพราะเราไม่ได้เตรียมใจว่าจะเจอฝนหนักขนาดนี้ และอย่างที่บอกไปว่าทัวร์ต้องเดินตามไกด์จนจบ ฝนตกก็ต้องลุยต่อครับ! แต่แปลกดีนะ พอฝนตกบรรยากาศ Hobbiton ก็เปลี่ยนไปอีกแบบ หลังคาฟางเปียกฝน ทางเดินชื้นๆ หมอกและเมฆลอยอยู่เหนือเนินเขา ภาพหมู่บ้าน Hobbiton ที่ตอนแรกดูสดใส กลายเป็นบรรยากาศแฟนตาซีอีกอารมณ์หนึ่งเลย
ข้อเสียคือถ่ายรูปยากขึ้น ต้องคอยระวังกล้องและโทรศัพท์ แต่ถ้าถามว่าจำอะไรได้มากที่สุดจากทริปนี้… นอกจากบ้าน Hobbit แล้ว ก็คือการเดินลุยฝนกันทั้งกลุ่มนี่แหละครับ
จบทัวร์แล้วนั่งรถบัสกลับ The Shire’s Rest
เมื่อเดินชมหมู่บ้านครบตามเส้นทางแล้ว เราจะขึ้นรถบัสกลับมายัง The Shire’s Rest ไม่ได้เดินออกมาเองนะครับ ระบบของ Hobbiton จะพาเราเข้าและออกตามรอบทัวร์ และเมื่อกลับมาถึงด้านนอก… ยังมีอีกหนึ่งด่านที่อันตรายต่อกระเป๋าสตางค์มาก The Shire Store ร้านขายของที่ระลึก
สำหรับแฟน The Lord of the Rings และ The Hobbit บอกเลยว่าเดินออกยาก มีทั้งของสะสม เสื้อผ้า ของตกแต่ง ของใช้ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโลก Middle-earth หลายอย่างดูน่าซื้อไปหมด หลังจากเดินเที่ยวกันจนเหนื่อยและเปียกฝน พอมาเจอร้านของฝากอีกที… กระเป๋าสตางค์เหนื่อยต่อเลยครับ ฮ่าๆๆ
Hobbiton Movie Set คุ้มไหม?
สำหรับผม ถ้าชอบ The Lord of the Rings หรือ The Hobbit อยู่แล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ที่ควรหาโอกาสมาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะมันไม่ได้เป็นแค่การดูฉากจำลอง แต่เราได้มาเดินอยู่ในสถานที่ที่ใช้สร้างโลกภาพยนตร์จริงๆ ได้เห็น Bag End บ้านของ Bilbo และ Frodo เดินผ่านบ้าน Hobbit หลายสิบหลัง เห็น The Watermill และบริเวณ The Green Dragon Inn รวมถึงได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลังจากไกด์ตลอดเส้นทาง
แต่ถ้าไม่เคยดูภาพยนตร์เลย ก็ยังสามารถสนุกกับบรรยากาศของหมู่บ้าน สวนดอกไม้ และวิวเนินเขาสวยๆ ได้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าที่นี่เป็น Guided Walking Tour ไม่ใช่สถานที่สำหรับเดินเล่นอิสระ และถ้าถามผมว่ามีอะไรที่ควรเตรียมใจมากที่สุด… ไม่ใช่เรื่องราคาอย่างเดียวครับ เป็นเรื่องการเดินและสภาพอากาศ เพราะ Hobbiton เป็น Outdoor Experience เกือบทั้งหมด
วันที่เราไปพิสูจน์แล้วว่าแดดสวยตอนเริ่มทัวร์ ไม่ได้แปลว่าฝนจะไม่ตกตอนจบ สุดท้ายผมว่าการมา Hobbiton รอบนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำของ Road Trip New Zealand เกาะเหนือ จากเมื่อวานยังนั่งแช่น้ำแร่ Geothermal อยู่ที่ Rotorua วันนี้กลับได้มาเดินอยู่ในหมู่บ้านของ Bilbo และ Frodo แถมยังได้ลุยฝนกลาง The Shire อีกต่างหาก
นี่แหละครับเสน่ห์ของ Road Trip บางครั้งเรื่องที่ไม่ได้วางแผนไว้ กลับกลายเป็นเรื่องที่เราจำได้ดีที่สุด























