6

สอบใบขับขี่รถยนต์…ง่ายนิสสเดียว จริงๆ นะ !!!

ใครที่กำลังคิดจะทำใบขับขี่รถยนต์ ฟังทางนี้ค่าาา มีคำแนะนำในการไปสอบใบขับขี่มาเล่าสู่กันฟังค่ะ หลังจากที่ตัวเองได้ไปสอบและได้ใบขับขี่มาครอบครองแล้น….ตอนนี้ทางกรมการขนส่งทางบกเค้าจะใช้ข้อสอบที่เข้มข้นมาขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง…แต่ขอบอกว่า “ไม่ยากอย่างที่คิด” นะจ๊ะ อิอิ

หลายปีมานี้กรมการขนส่งทางบกเค้าเปลี่ยนกฎข้อบังคับเรื่องการสอบใบขับขี่แล้วค่ะ ก็คือว่า จะให้สอบข้อเขียนและตรวจสภาพร่างกาย 1 วัน

และอีก 1 วันก็ให้มาสอบปฏิบัติ (ใครที่ต้องลางานมาก็แย่หน่อย เพราะอาจต้องเสียเวลาทำมาหากินและโดนเจ้านายด่าได้  555)

พอไปถึงที่กรมการขนส่งก็ต้องไปยื่นเอกสาร เพื่อรอรับบัตรคิว สำหรับตรวจเอกสารของเราว่าครบมั้ย พอได้บัตรคิวเราก็ต้องมายืนต่อแถวตามคิวเพื่อรอตรวจเอกสารค่ะ

1

สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสอบข้อเขียน ก็คือ

1. สำเนาบัตรประชน

2. ใบรับรองแพทย์ (ที่มีอายุไม่เกิน 15 วันค่ะ)

3. สำเนาทะเบียนบ้าน

4. กรณี ที่เป็นชาวต่างประเทศ ให้ใช้หนังสือเดินทางที่ได้รับ VISA ประเภท NON – IMMIGRANT แทนบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยจากสถานทูตหรือหน่วยราชการแทนสำเนาทะเบียนบ้านค่ะ

5.  ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถมีใบอนุญาตขับรถดังต่อไปนี้ให้นำมาด้วย พร้อมภาพถ่าย เพื่อจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นการทดสอบบางประการค่ะ

  • ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งยังไม่สิ้นอายุพร้อมภาพถ่าย จะได้รับยกเว้นไม่ต้องทดสอบใด ๆ
  • ใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร
  • ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนทำ ณ นครเจนิวา ค.ศ.1949
  • ใบอนุญาตขับรถซึ่งต่างประเทศออกให้และยังไม่สิ้นอายุ พร้อมภาพถ่าย โดยใบอนุญาตขับรถต่างประเทศดังกล่าวต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งรับรองคำแปลโดยสถานทูตมาด้วย จะได้รับยกเว้นไม่ต้องทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถ

ซึ่งในการทำใบขับขี่ครั้งแรกนั้น ใบขับขี่จะมีอายุ 1 ปี นะคะ หลังจากครบ 1 ปีแล้วก็ไปต่ออายุให้เป็น 5 ปีค่ะ และหลังจากนั้นก็ต่ออายุทุกๆ 5 ปี (ใครที่อยากได้แบบตลอดชีพ ขอบอกว่า อดค่ะ  เพราะไม่มีอีกแล้ววว)

ขั้นตอนการอบรม ทางกรมการขนส่งทางบก ก็จะมีป้ายใหญ่ๆ บอกวิธีเอาไว้ค่ะ ก็เข้าใจง่ายดีนะ

2

เสร็จแล้วก็จะได้บัตรคิวเพื่อรอตรวจสภาพร่างกายค่ะ ได้ตั้งคิวที่ 94 แหนะ  นานชะมัดเลย

3

หลังจาก นั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตะโกนเรียกตามคิว เช่น คิวที่ 80 – 100 ให้เข้าแถวตรวจสภาพร่างกายค่ะ เราก็ต้องเดินไปต่อคิวเพื่อรอตรวจ จริงๆแล้ว จะมีอยู่ 3 ขั้นตอนการตรวจค่ะ

ขั้นตอนที่ 1  ก็ต้องตรวจว่าตาเราบอดสีรึป่าว  สามารถมองเห็นสีได้ชัดมั้ย โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยกดปุ่มให้ไฟสีแดง , เขียว , เหลือง ให้แสดงขึ้นมา ลักษณะก็จะคล้ายกับสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยกแหละค่ะ เป็นเสาแล้วก็มีไฟเรียงกันลงมา 3 ดวง เราก็มีหน้าที่ยืนตรงตำแหน่งที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ ซึ่งจะห่างจากไฟที่จะแสดงประมาณ 3-4 เมตรค่ะ แล้วก็ตอบตามสีที่ปรากฎขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะกดประมาณ 5-6 ครั้ง ถ้าเราตอบถูกหมดก็ผ่านขั้นตอนนี้ค่ะ แต่ถ้าตอบผิดเจ้าหน้าที่ก็จะให้ตอบใหม่แต่ไม่เกิน 3 ครั้ง ถ้ายังผิดอีกก็ถือว่าไม่ผ่านเลยค่ะ….(ซวยไป เหอๆๆ) อยากจะบอกว่าขั้นตอนนี้ง่ายมากนะคะ  คิดว่าน่าจะผ่านกันทู๊กคนเลย (ไม่มีภาพมาให้ดูเพราะขั้นตอนนี้ไวมาก ถ่ายรูปไม่ทัน ฮ่าๆๆ) กรณีไม่ผ่านการทดสอบ ให้มีสิทธิ์ทดสอบแก้ตัวในวันนั้นหรือวันทำการถัดไปค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 เป็นการวัดความเร็วของประสาทสัมผัสของเรา โดยจะมีเครื่องวัดความเร็วของเท้าสีดำๆ ตั้งอยู่ห่างจากเราประมาณ 1 เมตรแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้เรานั่งตรงเก้าอี้ที่เตรียมไว้ ตรงพื้นก็จะมีเบรกจำลองให้เราเหยียบ โดยที่ตรงเครื่องวัดความเร็วของเท้าจะมีไฟสีเขียวแสดงอยู่ จนเห็นเป็นไฟสีแดงเมื่อไหร่ให้เรารีบเหยียบเบรกทันที ซึ่งระยะเวลาการเหยียบเบรกจากไฟสีเขียวเป็นสีแดงจะต้องไม่เกิน 0.75 วินาทีค่ะ ตอนเห็นคนอื่นเค้าทำก็คิดในใจว่า “เราจะทำได้มั้ยว้าาา”  แต่พอทำจริงๆ ก็ง่ายมากค่ะ ผ่านฉลุย  อิอิ

เครื่องวัดความเร็วของเท้าก็หน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะ

4

ขั้นตอนที่  3  การทดสอบสายตาของเราในมุมกว้างค่ะ โดยที่เราจะต้องเอาคางวางตรงแท่นครึ่งวงกลม (ตามรูปด้านล่าง) และสายตาเราจะต้องมองตรงไปข้างหน้าในตำแหน่งที่เจ้าหน้าที่ให้มองค่ะ และเจ้าหน้าที่เค้าก็จะกดปุ่มให้ไฟมันแสดงขึ้นทีละข้าง(ซ้าย และ ขวา) เราต้องตอบให้ได้ว่าสีที่ปรากฏขึ้นมานั้นเป็นสีอะไร โดยที่สายตาของเราต้องไม่วอกแวก ต้องมองตรงอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ  ตรงนี้วันที่ฟ้าไปสอบจะมีคนพลาดบ่อยมากแล้วก็จะโดนเจ้าหน้าที่ดุเยอะมากคะ เพราะส่วนใหญ่ชอบกลอกตาไปตามสีไฟที่ปรากฏ เลยทำให้ไม่ผ่านกันไปตามระเบียบค่ะ  ฮ่าๆๆๆ

5

เสร็จแล้ว เราก็ไปเข้าห้องเพื่อฟังการอบรมกันค่ะ ช่วงเช้า 2 ชม.  ต้องไปลงชื่อก่อนเข้าห้องแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้บัตรคิวเลขที่นั่งมาค่ะ เราก็นั่งให้ตรงตามบัตรคิวของเราค่ะ ก็จะมีวิทยากรมาพูดๆๆๆ ให้ฟังเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน , การขับรถที่ถูกวิธี และช่วงท้ายก็จะให้ดูคลิปอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามสี่แยกและบนท้องถนนค่ะ  สารภาพเลยว่าช่วงนี้หลับไปหลายตื่นค่ะ   555

ห้องอบรมก็เป็นห้องใหญ่ๆ จุได้เป็นร้อยๆ คนเลยล่ะค่ะ

6

บนโต๊ะก็จะมีหนังสือวางเอาไว้ให้อ่าน แต่ไม่ให้เอากลับบ้านหรือเอาออกนอกห้องนะคะ เนื้อหาก็จะเกี่ยวกับสัญญาณจราจรค่ะ

7

พอผู้เข้าอบรมเข้ามาในห้องครบแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งรายละเอียดต่างๆ ออกแนวขู่เล็กน้อย แล้วก็จะมีหนังสือมาขายค่ะ เล่มละ 50 บาท แต่แนะนำว่า ไม่ต้องซื้อ ค่ะ ขีดเส้นใต้เลยนะคะว่า “ไม่ต้องซื้อ” เปลืองตังเปล่าๆ เพราะช่วงบ่ายก็จะมีเจ้าหน้าที่มาบอกข้อสอบอยู่ดีเนื้อหาก็เหมือนกัน แต่ด้วยความที่ฟ้าไม่รู้ก็เลยหลงกลซื้อมา 1 เล่มค่ะ เซงจริงๆๆ

8

พออบรมเสร็จทั้งรอบเช้าและก็บ่าย ก็มาเตรียมตัวสอบข้อเขียนค่ะ เจ้าหน้าที่ก็จะบอกวิธีการสอบอย่างละเอียดเลย

และก็จะให้ต่อแถวเพื่อเข้าไปในห้องสอบค่ะ

ก่อนเข้าห้องก็จะมีป้ายบอกวิธีการสอบด้วยค่ะเผื่อจะลืมกัน….

9

ในการสอบข้อเขียนนี้ ก็จะมีจอ Monitor เพื่อให้เราอ่านข้อสอบและก็มีปุ่มเพื่อให้เรากดเลือกข้อสอบ 4 ข้อค่ะ เวลาในการทำข้อสอบก็ประมาณ 1 ชม. มั้งคะ จากเมื่อก่อนจะมีข้อสอบมี 30 ข้อ 30 คะแนน ต้องได้ 23 คะแนนขึ้นไปถึงจะผ่านค่ะแต่ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2557 เป็นต้นไป ทางกรมการขนส่งทางบกเค้าจะเปลี่ยนแล้วค่ะ เนื้อหาข้อเขียนจะเข้มข้นขึ้น จำนวนข้อสอบมีมากขึ้นและเกณฑ์การผ่านข้อเขียนก็มากขึ้นด้วยค่ะ โดยเพิ่มจำนวนข้อสอบเป็น 50 ข้อและต้องสอบให้ผ่านเกิน 90% ขึ้นไปค่ะ ถึงจะผ่านข้อเขียนได้ แต่กรมการขนส่งทางบกเค้าก็จะนำข้อสอบที่หมุนเวียนในการสอบกว่า 1,000 ข้อออกมาเผยแพร่เพื่อให้คนทั่วไปได้อ่าน ทำความเข้าใจ เตรียมพร้อมกับการสอบข้อเขียนนะคะ

เวลาสอบประมาณ 1 ชั่วโมงก็จริง แต่เอาเข้าจริงๆ ทำแค่ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ ไม่ยากเลย พอทำข้อสอบเสร็จปุ๊บ ระบบก็จะบอกคะแนนเลยว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ผิดข้อไหน แล้วคำตอบที่ถูกคืออะไรค่ะ  สอบครั้งนี้ฟ้าได้ 29/30 ค่ะ  ฮ่าๆๆๆ

พอสอบเสร็จและสอบผ่านแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะให้บัตรนัดใบเล็กๆ มาค่ะ เพื่อเอามายื่นในวันสอบปฏิบัติค่ะ

10

เป็นอันจบ สิ้นสุดวันแห่งการสอบข้อเขียนค่ะ มาตั้งแต่ 8 โมงเช้า เสร็จสิ้นก็ประมาณ 4  โมงเย็นโน่นค่ะ แล้วเราก็ต้องมาสอบปฏิบัติในวันทำการถัดไปวันไหนก็ได้ค่ะ แต่ต้องไม่เกิน 90 วันนะคะ โดยวันที่มาสอบปฏิบัติ ก็ไปที่อาคารทดสอบการขับขี่ได้เลยค่ะ แนะนำว่าให้ไปแต่เช้าเลยค่ะ จะได้สอบไวๆ ค่ะ

วันที่ไปสอบปฏิบัติก็ยื่นเอกสารการสอบที่เจ้าหน้าที่ได้เลย แต่ที่กรมการขนส่งตรงจตุจักรที่ฟ้าไปสอบ เค้าค่อนข้างมีการจัดระเบียบที่ดีค่ะ จัดคิว จัดแถวให้ เป็นระเบียบมากเลยค่ะ พอตรวจเอกสารเสร็จแล้ว ก็จะได้บัตรคิว (อีกแระ) มา แล้วก็เข้าไปฟังขั้นตอนการสอบปฏิบัติค่ะ

หลังจากนั้นใครพร้อมจะสอบก็ไปสอบค่ะ

อ้ออ…ลืมบอกไปค่ะ ใครได้คิวที่เป็นเลขคู่ก็สอบช่อง B แต่ถ้าใครได้คิวเลขคี่ก็สอบช่อง A ตามรูปเลยค่ะ

วันนี้ฟ้าได้คิวเลขคี่ค่ะ

11

credit ภาพแผนผังการสอบปฏิบัติ จาก คุณ น้ำปลาเดือนห้า

12

ขออธิบายแผนผังนี่ซักหน่อยนะคะ

1.  ช่อง A  อาจจะยากกว่าซักหน่อย เพราะต้องเลี้ยวขวาเพื่อไปเข้าซอง 1A เพื่อทดสอบการขับรถเดินหน้าตรง-ถอยหลังตรง (ท่าที่ 1) ค่ะ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้สัญญาณให้เราถอยหลังมาจอดเทียบทางซ้ายมือ (ท่าที่ 2) ที่ซอง 2A  ซึ่งระยะจาก 1A  มา 2A จะไกลหน่อยค่ะ คนที่จะถอยต้องกะระยะดีๆค่ะ โดยต้องจอดให้ชิดด้านซ้ายมากที่สุด โดยที่กระจกมองข้างด้านคนขับจะต้องไม่เลยออกมาจากแนวเสาที่ตั้งไว้ค่ะและตัวรถจะต้องไม่ไปเฉี่ยวหรือชนเสาใดๆ เลย และเข้าเกียร์เดินหน้า-ถอยหลังได้ไม่เกิน 7 ครั้งและห้ามขะโงกหัวออกมาดูด้วยนะคะ ไม่งั้นตกทันทีค่ะ ต้องมาสอบใหม่ค่ะ แต่ฟ้าผ่าน  ฮ่าๆๆๆๆ

2. ช่อง B  ง่ายกว่าช่อง  A นิดหน่อยค่ะ ลักษณะการสอบจะคล้ายๆ กัน แต่ระยะระหว่างซอง 1B และ 2B จะใกล้กันมากกว่าช่อง A ค่ะ

หลังจากที่สอบทั้ง 2 ท่านี่เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะเอาเอกสารมาให้ค่ะ เรายังไม่ต้องหยิบดูหรอกนะคะ ให้รีบขับไปสอบจอดเทียบฟุตบาท (ท่าที่ 3) ดีกว่าค่ะ ก็คือในจุดที่ 3A + B นั่นเองค่ะ

โดยที่ เราต้องไปจอดรถที่จุดแสดงสัญญาณไฟก่อนนะคะ รอให้ไฟเป็นสีเขียวแล้วค่อยๆ ขับรถเข้าไปสอบจอดเทียบฟุตบาทค่ะ (ถ้าเผลอขับไปโดยไม่ดูว่าไฟยังเป็นสีแดงหรือสีเขียว จะโดนปรับตก ไม่ผ่านเลยนะคะ)  ในท่าที่ 3 นี้ ต้องจอดเทียบฟุตบาทโดยห่างจากฟุตบาทได้ไม่เกิน 25 ซม. ค่ะ ถ้าเกินหรือปีนฟุตบาท เป็นอันสอบตกอย่างเดียวค่ะ  555 และก็ต้องจอดไม่เกินป้ายหยุด ห่างจากป้ายไม่เกิน 1 เมตรนะคะ ไม่งั้น…ตกอีกค่ะ  อิอิ

หลังจากนั้นก็ขับรถต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดส่งเอกสารค่ะ ตรงนี้จะเป็นจุดที่บอกว่าเราสอบผ่านมั้ย ถ้าไม่ผ่านเค้าก็จะให้เอกสารใบใหญ่ๆ มาเพื่อมาสอบในวันทำการถัดไป สอบแก้เฉพาะท่าที่เราสอบตกค่ะ วันที่ฟ้าไปสอบ คนมาสอบแก้จอดเทียบฟุตบาทเยอะมากค่ะ เพราะส่วนใหญ่ตกท่านี้ เหอๆๆ

แต่…ฟ้า… สอบผ่านค่ะ  อิอิ ก็เลยได้ไปถ่ายรูปและจ่ายเงินค่าใบขับขี่เลยค่ะ ดีหน่อย..ที่ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นมาสอบแก้ตัวอีกค่ะ

และ ก็ไปจ่ายเงินที่อาคาร 4 ชั้น 2 ยอดเงิน 250 บาทค่ะ  เจ้าหน้าที่เค้าก็จะออกใบเสร็จและก็ถ่ายรูปติดบัตรให้เรา ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

แต่…ไม่ กล้าเอาใบขับขี่มาโชว์ เพราะไม่มีเวลาได้จัดเสื้อผ้า หน้า ผม เล้ยย  555  แต่ตอนนี้ก็ได้ใบอนุญาติขับรถยนต์มานอนกอดแล้วจ้าาาา

ใครที่กำลังจะไปทำใบขับขี่รถยนต์ครั้งแรก หวังว่า Blog  ของฟ้าน่าจะเป็นประโยชน์นะคะ ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ  ^^

Credit  ::  คุณน้ำปลาเดือนห้า , กรมการขนส่งทางบก

 

ฝากกด Like ติดตามเรื่องราวของผมบน Facebook ด้วยนะครับ ปล.อย่าลืมกด Follow และ See First Page ด้วยน้า ใครที่ชอบเที่ยวฟรี กินฟรี ผมแจกของบ่อยอยู่น้า ^^

Comments

comments





There are no comments

Add yours