JACK OUT OF THE BOX 1

อ่านแล้วมาเล่า “JACK OUT OF THE BOX คิดต่างอย่างแจ็ค” ^^

หลายคนอาจจะคิดว่าการอ่านหนังสือชีวประวัติ เรื่องของบุคคลสำคัญอ่านแล้วน่าเบื่อ แต่ผมกับไม่คิดแบบนั้นครับ บอกตามตรงว่าผมเป็นคนที่ขี้เกียจอ่านหนังสือมาก ถ้ามี ภาพยนตร์ vs หนังสือ ขอเลือกดูภาพยนตร์ดีกว่า แต่ก็ยังอ่านหนังสือแนวนี้บ้าง ^^

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ชื่นชอบ ก็จะเป็น Jobs สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะเปลี่ยนโลก ชอบมากเรื่องนี้ , The Social Network โซเชียล เน็ตเวิร์ก ก็เจ๋งดี ใครจะรู้ว่าแค่โปรเจ็คนักศึกษาทำกันขำ ขำ จะกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่สุดของโลก จนโด่งดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลก สำหรับหนังไทยก็ต้อง Top Secret วัยรุ่นพันล้าน ทุกครั้งที่ดูภาพยนตร์เหล่านี้ มันทำให้มีไฟจริงๆ ห้าๆ บอกเลยว่า ทั้ง 3 เรื่องนี้ ดูแล้วก็ดูอีก ไม่น้อยกว่า 2-3 รอบ โดยเฉพาะ The Social Network (อ่าน Sub Title ไม่ทัน เลยต้องหลายรอบหน่อย 555+)

มาเข้าเรื่องหนังสือกันบ้างครับ ผมถือได้ว่าเป็นสาวก สตีฟ จ็อบส์ คนนึง ทำให้ไม่พลาดที่จะอ่านหนังสือ Steve Jobs by Walter Isaacson (ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนที่จะไปดูภาพยนตร์เรื่อง Jobs) ขอบอกว่าการอ่านหนังสือได้รายละเอียด อารมณ์ ความรู้สึกมากกว่า ภาพยนตร์เยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์ อ่านหนังสือ ชีวประวัติ โดยเฉพาะคนที่เก่ง ฉลาด ผ่านศึกมาเยอะ ทำให้เราได้กำลังใจ ฮึ้ด อยากจะทำโน่นนี่ขึ้นมาจริงๆ

ล่าสุดผมได้หนังสือมาเล่มนึง ชื่อว่า “JACK OUT OF THE BOX คิดต่างอย่างแจ็ค” หลังจากที่ได้อ่านความรู้สึกก็ถึงความน่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจ IT บอกตามตรงว่าครั้งหนึ่งผมอยากที่จะเปิดบริษัท IT ซักอย่างเป็นของตัวอย่าง แต่ด้วยความกลัวเรื่องธุรกิจ IT มาไว ไปไว ทำอย่างไรไม่ให้ขาดทุน ทำอย่างไรไม่ให้ของค้างสต๊อก จนต้องลดราคาต่ำกว่าทุน คำถามที่หาคำตอบไม่ได้ จนต้องล้มเลิกความคิด แต่ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ จ็อบส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก, รวมถึง คุณ แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอสวีโอเอ (SVOA) ต่างก็มีจุดที่ต่ำที่สุด จนเกือบล้มมาแลัวทั้งนั้น เราจะไม่สู้เพื่อฝันของตัวเองบ้างเลยหรือ ? 555+

JACK OUT OF THE BOX 2

สำหรับหนังสือ “JACK OUT OF THE BOX คิดต่างอย่างแจ็ค” จากที่อ่านมาจนจบ ผมว่าเป็นหนังสืออีกเล่มที่น่าสนใจดีครับ สำหรับคนที่กำลังจะทำธุรกิจ IT จะได้เห็นถึงแนวโน้มตลาดไอที การบริหารงาน บางช่วงแอบมีสอดแทรกแนวคิด ไอเดีย ของบริษัทใหญ่อย่าง Apple และบริษัทอื่นๆ เค้าคิดอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ และท้ายสุดเกือบจะท้ายเล่มที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว ก็คือ ป้ายคำภาษาจีน ในตอนที่ 13 ของเล่ม จะมีป้ายคำภาษาจีน พร้อม คำอ่าน ความหมาย + คำอธิบาย ปลุกใจได้เป็นอย่างดี ผมว่าภาษาจีนเหมือนงานศิลปะ ลายเส้นสวยงาม ครั้งหนึ่งเคยอยากเรียน

สุดท้ายนี้ก็ขอแนะนำหนังสือดีๆ สำหรับใครที่ชอบอ่านหนังสือแนวนี้ อ่านแล้วได้แนวคิด ปลุกใจให้อยากทำธุรกิจส่วนตัว เผื่อจะได้เป็นเถ้าแก่กับเค้าซักวัน ^^

ติดตามเรื่องราวของเราบน Facebook คลิกที่นี่ ได้เลยครับ ^^

Comments

comments